เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 8 — หุบเขาแห่งเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,205 คำ

สายลมกรุงเทพฯ ยังคงพัดกระหน่ำอยู่รอบกายกรณ์ ชาญณรงค์ ผู้ซึ่งยืนอยู่บนยอดตึกสูงเสียดฟ้า ราวกับประติมากรรมแห่งความมุ่งมั่นท่ามกลางมหานครที่หลับใหล แสงสีนีออนจากป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ยังคงสาดส่อง เต้นระยิบระยับราวกับดวงตาของอสูรร้ายที่จับจ้องทุกความเคลื่อนไหว สายตาของกรณ์ทอดมองไปยังเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้า ‌ยอดตึกสูงอีกแห่งที่ตั้งตระหง่านห่างออกไปไม่ไกล แต่ทว่าการเดินทางไปถึงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดาย

"อีกนิดเดียว..." เสียงพึมพำหลุดจากริมฝีปากหยักของเขา พร้อมกับปรับท่าทางให้สมดุลบนขอบปูนที่เย็นเฉียบ กรณ์ไม่ใช่แค่นักกระโดดตึกธรรมดา เขามีสมรรถภาพทางกายที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงภายใต้การดูแลของ "อาจารย์" ​ได้หล่อหลอมให้ร่างกายของเขาเป็นดั่งอาวุธทรงประสิทธิภาพ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความแม่นยำและความเด็ดขาด

เขาหายใจเข้าลึก ระงับเสียงหัวใจที่เต้นแรงตามสัญชาตญาณ นักล่าที่กำลังจะกระโจนสู่เหยื่อ การกระโดดข้ามตึกในเวลากลางคืนเช่นนี้ไม่ใช่การแสดงผาดโผนไร้สาระ แต่มันคือส่วนหนึ่งของภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของเขา

"เอาล่ะ... ไปกันได้"

เมื่อได้จังหวะที่เหมาะสมที่สุด กรณ์ก็ปล่อยตัว ‍เขาทิ้งน้ำหนักไปข้างหน้า ร่างกายพลิ้วไหวราวกับสายลม เคลื่อนที่ไปในอากาศด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน กรุงเทพฯ เบื้องล่างกลายเป็นเพียงภาพวาดอันพร่าเลือน แสงไฟนีออนส่องกระทบใบหน้าคมสันของเขา เผยให้เห็นแววตาที่ฉายประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

การลงพื้นกระทำได้อย่างนุ่มนวลไร้ที่ติ ‌เขาสัมผัสได้ถึงแรงสะเทือนเพียงเล็กน้อยเมื่อปลายเท้าแตะลงบนหลังคาอีกแห่ง ความสำเร็จของการโดดครั้งแรกเป็นเพียงการเริ่มต้นของเกมแมวไล่จับที่ซับซ้อนยิ่งกว่านี้

"ยังอีกไกล..." เขาพึมพำ ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆ การปรากฏตัวของเขาบนยอดตึกสูงนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมองข้ามได้ง่ายๆ ระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร "เงาพิรุณ" ‍นั้นรัดกุมยิ่งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น! แสงสีแดงกะพริบสว่างวาบไปทั่วบริเวณ เสียงไซเรนที่ดังขึ้นบ่งบอกว่าเขาถูกตรวจจับได้แล้ว

"มาเร็วอย่างที่คิดสินะ..." กรณ์กัดฟัน เขาไม่มีเวลามาเสียใจกับความผิดพลาด การถูกตรวจจับหมายถึงการเผชิญหน้ากับศัตรูที่พร้อมจะเข้ามาสกัดกั้น

ไม่นานนัก ร่างเงาสีดำหลายร่างก็ปรากฏตัวขึ้นจากทางเดินฉุกเฉินบนหลังคา ​พวกเขาคือหน่วยรักษาความปลอดภัยของเงาพิรุณ สวมเครื่องแบบที่กลมกลืนกับความมืด และถืออาวุธปืนที่ดูร้ายกาจ

"หยุดอยู่ตรงนั้น! นายถูกล้อมไว้หมดแล้ว!" เสียงตะโกนดังขึ้น

กรณ์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อยอมจำนน

"มาลองดูกันสิว่าใครจะล้อมใคร!"

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด กรณ์ใช้ความคล่องแคล่วว่องไวของเขาหลบหลีกกระสุนปืนที่พุ่งเข้ามาราวกับสายฝน ​เขากระโดด เคลื่อนที่ไปตามแนวหลังคา หลบซ่อนหลังเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ และใช้สิ่งกีดขวางต่างๆ เป็นที่กำบัง

เขาไม่ใช่คนที่จะใช้ปืนต่อสู้กับศัตรูในระยะประชิดเช่นนี้ ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของเขาต่างหากที่น่ากลัวยิ่งกว่า

ด้วยพริบตา กรณ์ก็เข้าประชิดตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนแรก หมัดที่หนักหน่วงและแม่นยำถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่หมัด ​ศัตรูก็ทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

เขาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ศัตรูได้ตั้งตัว การต่อสู้บนหลังคาที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง ทำให้กรณ์ได้เปรียบ เขาสามารถใช้ประโยชน์จากความสูงและความมืดได้อย่างเต็มที่

เสียงปืนยังคงดังสนั่น แต่ก็เริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เมื่อกรณ์จัดการกับหน่วยรักษาความปลอดภัยทีละคนๆ เขาไม่ได้ต้องการสังหารทุกคน แต่เขาต้องการเพียงแค่ผ่านไปให้ได้

"เหลืออีกสอง..."

สองร่างที่เหลือล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็รู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับกรณ์ในระยะประชิดนั้นมีแต่จะเสียเปรียบ

"ไม่คิดว่าจะเก่งขนาดนี้!" หนึ่งในนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"เรื่องของแก ฉันไม่สนใจ!" กรณ์ตอบกลับ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายบนหลังคาจบลงอย่างรวดเร็ว กรณ์ใช้เทคนิคขั้นสูงที่เขาฝึกฝนมา ทำให้ศัตรูทั้งสองคนหมดสภาพโดยไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป

เมื่อความสงบกลับคืนมาอีกครั้ง กรณ์ก็ได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารของศัตรูที่ตกอยู่บนพื้น

"...เป้าหมายเคลื่อนที่ไปทางตะวันตก... ปะทะกับทีมรักษาความปลอดภัยชุดแรก... ความเสียหาย... สูงมาก..."

"พวกแกเตรียมตัวไว้เถอะ..." กรณ์กล่าวอย่างเหี้ยมเกรียม

เขากระโดดลงจากตึกสูงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การกระโดดข้ามตึก แต่เป็นการโรยตัวลงสู่เบื้องล่าง อาคารที่เขาต้องแทรกซึมเข้าไปนั้น มีลักษณะแตกต่างจากตึกสูงระฟ้าทั่วไป มันเป็นอาคารที่ดูเก่าแก่กว่า แต่ถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยี

เมื่อเท้าแตะพื้น กรณ์ก็เริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ตึกเป้าหมายนั้นตั้งอยู่ในย่านที่ดูเงียบสงบผิดปกติเมื่อเทียบกับใจกลางเมืองกรุงเทพฯ แสงไฟจากถนนสาดส่องเข้ามาน้อยนัก ทำให้เกิดเงาตะคุ่มไปทั่วบริเวณ

"ดูเหมือนว่า... ทางเข้าหลักจะปลอดภัยเกินไป" เขาพึมพำกับตัวเอง

การแทรกซึมเข้าไปในฐานลับขององค์กรอาชญากรรมระดับโลกนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ ด้วยการเดินเข้าไปตามประตู

กรณ์กวาดสายตามองหาจุดอ่อนของอาคาร เขาพบว่าด้านหลังของอาคารมีทางเข้าเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นทางเข้าสำหรับพนักงาน หรืออาจจะเป็นทางเข้าลับ

"นั่นไง..."

เขาเดินเข้าไปใกล้ทางเข้านั่นอย่างเงียบเชียบ ปราศจากเสียงใดๆ เมื่อถึงที่หมาย เขาสังเกตเห็นว่าประตูนั้นถูกล็อคด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือและม่านแสงอินฟราเรด

"แค่นี้เองเหรอ..." กรณ์ยิ้มอย่างดูแคลน

เขาหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า อุปกรณ์ที่อาจารย์ของเขาได้มอบให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ

เขาเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ใช้ความเชี่ยวชาญในการแฮกเข้าระบบรักษาความปลอดภัย โดยไม่ให้เกิดการแจ้งเตือนใดๆ

ไม่นานนัก เสียง "คลิก" เบาๆ ก็ดังขึ้น ประตูบานนั้นเปิดออกอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นทางเดินที่มืดมิดและเย็นเยียบ

"ได้เวลาเข้าไปข้างในแล้วสินะ"

กรณ์ก้าวเท้าเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหน้า ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันบนหลังคาของมหานครที่หลับใหล

ภายในทางเดินนั้น มีกลิ่นอับชื้นและกลิ่นโลหะจางๆ ลอยออกมา บรรยากาศชวนขนลุก ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตอันตรายซ่อนตัวอยู่ทุกมุม

เขาเดินไปตามทางเดินนั้นอย่างระมัดระวัง ปิดประตูเบาๆ ไว้ด้านหลัง

"ต้องหาทางลงไปข้างล่างให้เจอ"

เขาตรวจสอบแผนผังอาคารที่ได้มาจากการแฮกข้อมูลก่อนหน้านี้ การแทรกซึมเข้าไปในฐานลับใต้ดินแห่งนี้ คือเป้าหมายหลักของภารกิจ

เขาสังเกตเห็นว่าทางเดินนี้ค่อยๆ ลาดลง ราวกับว่ากำลังมุ่งหน้าลงสู่ชั้นใต้ดิน

"นี่มันเหมือนเขาวงกตชัดๆ"

กรณ์เดินต่อไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็คอยสังเกตการณ์สิ่งรอบข้าง การต่อสู้ที่ผ่านมาบนหลังคาได้ทำให้เขาเหนื่อยล้า แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความมุ่งมั่นลงไปแม้แต่น้อย

เมื่อเดินมาถึงทางแยก เขาต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเส้นทางไหน

"ตามข้อมูลแล้ว..." เขาพึมพำ ขณะที่มองไปยังแผนผังบนอุปกรณ์ขนาดเล็กในมือ

เขาเลือกเดินไปทางขวา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ใจกลางของฐานลับ

ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งอึมครึมมากขึ้น แสงไฟสลัวๆ ที่ส่องมาจากเพดาน ทำให้เกิดเงาที่บิดเบี้ยวไปมา

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหน้า

"ใครน่ะ!" เสียงตะโกนดังขึ้น

กรณ์หยุดชะงัก เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง

"ต้องรีบจัดการก่อนที่พวกมันจะรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่"

เขาตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยตัว แต่จะใช้ความมืดเป็นประโยชน์

เขากระโดดเข้าไปในมุมมืด หลบซ่อนตัวหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่

สองร่างปรากฏตัวขึ้น พวกเขาคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกชุดหนึ่ง สวมชุดเกราะที่ดูแข็งแกร่งและถือปืนกล

"มีอะไรผิดปกติแน่ๆ" หนึ่งในนั้นพูด

"แน่ใจเหรอ? อาจจะเป็นแค่เสียงลมก็ได้"

"ไม่... มันฟังดูเหมือนเสียงคน"

กรณ์รอจังหวะ โอกาสมาถึงเมื่อเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้เสาที่เขาซ่อนตัวอยู่

ในพริบตา กรณ์ก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หมัดที่หนักหน่วงถูกส่งเข้าที่ท้ายทอยของเจ้าหน้าที่คนแรกอย่างแม่นยำ ทำให้เขาสลบไปทันที

เจ้าหน้าที่คนที่สองตกใจ เขาพยายามจะยกปืนขึ้น แต่กรณ์เร็วกว่านั้น เขากระโดดเข้าใส่ คว้าปืนกลออกจากมือของศัตรู แล้วใช้ลำกล้องปืนตีเข้าที่ขมับของเจ้าหน้าที่คนที่สองอย่างแรง

"แค่เริ่มต้นเอง..." กรณ์กล่าว

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ทางเดินนั้นดูเหมือนจะนำไปสู่ประตูขนาดใหญ่ที่ปิดสนิท

"นั่นต้องเป็นทางเข้าหลักแน่ๆ"

เขาเดินไปที่ประตูบานนั้น และใช้เครื่องมือของเขาตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยอีกครั้ง

"ระบบป้องกันขั้นสูง... แต่ไม่เกินความสามารถของฉัน"

เขาเริ่มทำการแฮกเข้าระบบอีกครั้ง แต่คราวนี้ ดูเหมือนว่าระบบจะซับซ้อนกว่าเดิม

ขณะที่เขากำลังง่วนอยู่กับการแฮก เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากทางด้านหลัง

"มีคนบุกเข้ามา! แจ้งผู้บังคับบัญชาด่วน!"

"แย่แล้ว... ถูกตรวจจับจนได้" กรณ์คิดในใจ

เขาต้องรีบตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ประตูขนาดใหญ่ยังคงปิดสนิท และเขาไม่สามารถแฮกได้ทันเวลา

"ถึงเวลาต้องใช้กำลังแล้วสินะ..."

กรณ์เงยหน้าขึ้นมองเพดาน เขาเห็นช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือประตู

"นี่อาจจะเป็นทางเดียวแล้ว"

เขาตัดสินใจที่จะใช้ช่องระบายอากาศนี้เป็นทางเข้า

ด้วยการกระโดดเพียงครั้งเดียว เขาก็สามารถปีนขึ้นไปถึงช่องระบายอากาศได้

เขาถอดฝาครอบช่องระบายอากาศออกอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดเข้าไปในความมืดมิดเบื้องบน

เสียงฝีเท้าของศัตรูใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

"อย่าให้มันหนีไปได้!"

เมื่อกรณ์เข้าไปในช่องระบายอากาศ เขาก็พบว่ามันเป็นทางแคบๆ และมืดมิด เขารู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะหลบหนีจากสถานการณ์ที่กำลังจะเลวร้ายลง

เขาคลานไปตามช่องระบายอากาศนั้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจว่ามันจะนำเขาไปที่ไหน

"ฉันจะต้องหาทางลงไปในฐานลับให้ได้"

เสียงฝีเท้าของศัตรูยังคงดังไล่ตามมาอยู่ด้านล่าง

กรณ์รู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น และเขาต้องเตรียมพร้อม

เขาคลานต่อไปในความมืดมิด โดยไม่รู้ว่าเบื้องหน้าจะเป็นอะไร

แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ คือ... การเดินทางสู่ "เงาพิรุณ" ยังอีกยาวไกลนัก

และมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!