สายลมกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนยังคงพัดโหมแรงไม่หยุดหย่อน ราวกับจะพยายามพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้ล่องลอยไปพร้อมกับมัน แต่สำหรับกรณ์ ชาญณรงค์ ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดตึกสูงระฟ้าแห่งนี้ ลมเหล่านั้นกลับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของฉากหลังอันยิ่งใหญ่ เขาขยับตัวเล็กน้อย เสียงผ้าที่เสียดสีกันดังแผ่วเบาใต้แสงจันทร์จางๆ ที่พยายามสาดส่องผ่านม่านหมอกควันของเมืองหลวง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณเบื้องล่าง ท่ามกลางแสงสีนีออนที่กระพริบวูบวาบ กิจกรรมของมหานครยามราตรีที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหลับใหล
“ยังมองหาอะไรอยู่ รึว่ากำลังรอใครสักคน” เสียงแหบพร่าดังขึ้นข้างหู ทำให้กรณ์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หันไปมอง เขารู้ดีว่าใครคือเจ้าของเสียงนั้น
“รอดวงดาวที่ซ่อนอยู่ในม่านหมอกนั่นน่ะ สุริยา” กรณ์ตอบกลับอย่างเนิบนาบ เขายังคงจ้องมองไปที่อาคารตรงข้าม ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปของภารกิจนี้
สุริยา ชายร่างสูงโปร่ง ผิวคล้ำ เส้นผมหยิกหยอย ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ ยืนพิงอยู่กับเสาอากาศขนาดใหญ่ข้างๆ กรณ์ เขาหยิบซองบุหรี่ออกมาจุดไฟแล้วพ่นควันสีเทาออกไปช้าๆ “ดาวน่ะมันมีอยู่จริง แต่บางทีก็ต้องใช้เวลานานหน่อย กว่าจะมองเห็นมันได้”
“และบางที ดาวที่ซ่อนอยู่ ก็กำลังรอให้เราเดินเข้าไปหา” กรณ์พูดพลางก้าวเท้าไปที่ขอบของยอดตึก เขายืดตัวออกไปเล็กน้อยราวกับกำลังจะกระโดด แต่ก็มีมือที่แข็งแรงคว้าแขนเขาไว้
“ใจเย็นน่าไอ้หนุ่ม การจะกระโดดจากตึกนี้ไปยังตึกโน้น มันไม่ใช่การกระโดดเล่นกับลม” สุริยาพูดเสียงเครียด “ถึงเจ้าจะเก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่พลาด”
กรณ์กระตุกแขนออก “ฉันรู้ แต่ฉันต้องไปให้ถึงก่อนที่เขาจะหายไป”
“เขาน่ะ ไม่ได้ไปไหนง่ายๆ หรอก” สุริยาพ่นควันอีกครั้ง “เขามีแผนเสมอ และเราก็ต้องมีแผนเหมือนกัน”
กรณ์ถอนหายใจ “แผนของฉันคือการไปถึงตัวเขา แล้วลากเอาข้อมูลที่เขาครอบครองออกมา”
“แล้วถ้าข้อมูลที่เขาครอบครอง มันอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิดล่ะ” สุริยาชี้ไปที่อาคารตรงข้าม “เห็นอาคารนั่นไหม? มันดูเหมือนจะเป็นสำนักงานธรรมดาๆ แต่ใครจะรู้ อาจจะมีทางลับซ่อนอยู่ใต้พื้นดินก็ได้”
กรณ์หรี่ตาลง มองตามทิศทางที่สุริยาชี้ “ฐานลับใต้ดิน? ฟังดูน่าสนใจ”
“ที่นี่กรุงเทพฯ ไม่มีอะไรที่น่าสนใจไปกว่าเมืองที่เต็มไปด้วยความลับ” สุริยาหัวเราะในลำคอ “มาสิ เรามีเวลาไม่มาก”
สุริยาเดินนำหน้ากรณ์ไป เขาเดินไปที่มุมหนึ่งของยอดตึก แล้วหยิบอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากกระเป๋า เป็นรอกขนาดเล็กและเชือกที่แข็งแรงผิดปกติ “นี่คืออุปกรณ์พิเศษของฉัน รับรองว่าปลอดภัย ถ้าเจ้าไม่อยากบิน เราก็ลงไปแบบสุภาพบุรุษ”
กรณ์มองดูอุปกรณ์นั้นด้วยความสงสัย “ดูไม่น่าไว้ใจเลย”
“อย่าดูถูกของที่เจ้าไม่รู้จัก กรณ์” สุริยาพูดพลางติดอุปกรณ์เข้ากับราวเหล็กที่แข็งแรง “นี่ทำจากวัสดุพิเศษที่เบากว่าเหล็ก แต่แข็งแรงกว่าเพชร มันถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจแบบนี้โดยเฉพาะ”
กรณ์พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก “งั้นก็เอาเลย”
สุริยาสวมอุปกรณ์ป้องกันแล้วค่อยๆ โรยตัวลงไปจากยอดตึกอย่างชำนาญ กรณ์มองตามจนสุริยาหายลับตาไปในความมืด เขาเหลือบมองไปที่อาคารตรงข้ามอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจตามสุริยาลงไป
การโรยตัวลงมาจากตึกสูงเสียดฟ้าเป็นประสบการณ์ที่น่าหวาดเสียวสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับกรณ์ มันคืออีกหนึ่งความท้าทายที่เขาต้องเผชิญ เขารู้สึกถึงแรงดึงของเชือกที่ค่อยๆ พาเขาลงสู่เบื้องล่าง ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้า เสียงเครื่องยนต์และเสียงจอแจของเมืองกรุงเทพฯ ดังขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเท้าสัมผัสพื้น กรณ์ก็พบว่าสุริยารอเขาอยู่แล้วที่มุมอาคาร “เร็วกว่าที่คิด” สุริยาพูดพลางยิ้ม
“ฉันเคยทำอะไรที่ยากกว่านี้มาแล้ว” กรณ์ตอบ
“ดี” สุริยาผายมือไปทางประตูทางเข้าอาคาร “ตอนนี้เราต้องเข้าไปข้างในก่อนที่ยามจะเปลี่ยนเวร”
ทั้งสองคนค่อยๆ เดินเข้าไปในอาคารอย่างเงียบเชียบ พวกเขาหลบหลีกจากสายตาของกล้องวงจรปิดและยามที่เดินตรวจตรา กรณ์ใช้ทักษะการต่อสู้ที่เขาฝึกฝนมาอย่างดีในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้เสียง เขาปลดล็อกประตูหลายบานด้วยความชำนาญ จนกระทั่งมาถึงชั้นที่สุริยาคาดว่าจะเป็นเป้าหมาย
“ตรงนี้” สุริยาชี้ไปที่ประตูบานหนึ่ง “ห้องทำงานของ ‘วรุต’ น่าจะอยู่ที่นี่”
กรณ์ผลักประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง เขาพบกับห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ เก้าอี้หนัง และชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยเอกสารมากมาย
“ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่” กรณ์พูด
“อย่าเพิ่งประมาท” สุริยาเดินเข้าไปสำรวจห้อง “วรุตไม่ใช่คนที่จะทิ้งงานของเขาไปง่ายๆ”
สุริยาเดินไปที่โต๊ะทำงานของวรุต เขาเริ่มค้นหาเอกสารต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว กรณ์ก็ช่วยอีกแรงหนึ่ง พวกเขารื้อค้นทุกซอกทุกมุมของห้อง แต่ก็ไม่พบอะไรที่บ่งชี้ถึงฐานลับใต้ดิน
“ไม่เจออะไรเลย” กรณ์ถอนหายใจ
“ใจเย็น” สุริยาพูดพลางเดินไปที่ชั้นหนังสือ “บางทีความลับที่สำคัญที่สุด อาจจะซ่อนอยู่ในที่ที่เรามองข้าม”
สุริยาลองจับหนังสือบางเล่มบนชั้น เขาค่อยๆ ไล่ดูปกหนังสือทีละเล่ม จนกระทั่งมือของเขาสัมผัสกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูแตกต่างจากเล่มอื่นเล็กน้อย มันมีปกแข็งสีดำและไม่มีชื่อเรื่อง
“นี่ไง” สุริยาพูดพลางดึงหนังสือเล่มนั้นออกมา
เมื่อสุริยาเปิดหนังสือเล่มนั้นออก ปรากฏว่าเป็นช่องลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ กรณ์มองด้วยความประหลาดใจ
“เยี่ยมมาก สุริยา” กรณ์กล่าวชม
“ฉันบอกแล้วว่าอย่าดูถูกของที่เจ้าไม่รู้จัก” สุริยาพูดอย่างภาคภูมิใจ “ทีนี้เรามาดูกันว่ามีอะไรอยู่ข้างใน”
ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในช่องลับนั้น เมื่อปิดประตูหลังเข้าไปแล้ว แสงสว่างจากภายนอกก็มืดสนิท กรณ์ต้องใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องทาง
“ข้างในนี่มืดและอับชื้นมาก” กรณ์กล่าว
“แน่นอน มันคือทางลับสู่ฐานใต้ดิน” สุริยาตอบ “มาสิ เราต้องรีบไปก่อนที่จะมีใครรู้ตัว”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ที่แคบและมืด สุ้มเสียงของน้ำที่หยดลงมากระทบพื้นดังเป็นจังหวะ สองข้างทางเต็มไปด้วยท่อร้อยสายไฟและระบบระบายอากาศที่ดูเก่าแก่
“เรากำลังจะไปที่ไหนกันแน่?” กรณ์ถาม
“ฉันไม่แน่ใจ” สุริยาตอบ “แต่ฉันแน่ใจว่ามันคือสถานที่ที่วรุตใช้ในการติดต่อกับคนของเขา”
ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหน้า กรณ์รีบดับไฟฉายทันที
“ใครน่ะ?” เสียงห้าวๆ ดังขึ้น
กรณ์และสุริยามองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย
“เราต้องรีบไป” กรณ์กระซิบ
“ไปทางไหน?” สุริยาถาม
“ทางไหนก็ได้” กรณ์ตอบ “หนีไปก่อน”
ทั้งสองคนหันหลังกลับ วิ่งหนีไปในความมืดมิด เสียงฝีเท้าของคนที่ตามมาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังวิ่งไปสู่เส้นทางใด และไม่รู้ว่าปลายทางของอุโมงค์นี้ จะนำพาพวกเขาไปพบกับอะไร

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก