เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 14 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,090 คำ


ตอนที่ 14 — ปริศนาในอุโมงค์แห่งความมืด

สายลมกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนยังคงพัดโหมแรงไม่หยุดหย่อน ราวกับจะพยายามพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้ล่องลอยไปพร้อมกับมัน แต่สำหรับกรณ์ ชาญณรงค์ ‌ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดตึกสูงระฟ้าแห่งนี้ ลมเหล่านั้นกลับเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงกระซิบแห่งเมืองหลวงที่กล่อมเกลาจิตใจให้มุ่งมั่นยิ่งขึ้น แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องสะท้อนบนผิวน้ำที่นิ่งสงบของแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องล่าง ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตเมืองที่ยังคงดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง กรณ์กลับรู้สึกถึงความเงียบสงัดภายในใจ เขาเพิ่งผ่านพ้นการปะทะอันดุเดือดกับหน่วยรักษาความปลอดภัยขององค์กร "พฤกษาดำ" มาหมาดๆ ​ร่างกายยังคงปวดเมื่อยจากการใช้กำลังอย่างหนัก แต่สัญชาตญาณนักรบของเขากลับตื่นตัวเป็นทวีคูณ

"เกือบจะได้ยินเสียงฝีเท้าพวกมันตามมาแล้ว" กรณ์พึมพำกับตัวเองขณะมองลงไปยังตรอกซอกซอยเบื้องล่าง เงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ตามมุมตึกยิ่งเพิ่มความระแวงให้เขา สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ราวกับจะจับผิดทุกการเคลื่อนไหวผิดปกติ

การแทรกซึมเข้าไปในฐานลับใต้ดินของพฤกษาดำนั้นยากยิ่งกว่าที่เขาคาดไว้ การต่อสู้บนหลังคาตึกสูงเป็นเพียงด่านแรกที่เขาต้องผ่านไปให้ได้ เพื่อให้เข้าถึงจุดที่เขาได้รับข้อมูลมาว่า ‍เป็นทางเข้าสู่โครงข่ายอุโมงค์ใต้ดินอันกว้างใหญ่

"ข้อมูลที่ได้มาต้องถูกต้อง" เขาคิดในใจ มือข้างหนึ่งค่อยๆ ปลดปลดอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อออก "เวลาเหลือน้อยเต็มที"

เสียงหวอของรถตำรวจดังแว่วมาแต่ไกล เป็นสัญญาณเตือนว่าความพยายามในการปิดบังร่องรอยของเขานั้นอาจจะเริ่มมีคนสังเกตเห็นแล้ว กรณ์ถอนหายใจเบาๆ การเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่เขาอยากหลีกเลี่ยงมากที่สุด ‌เขาไม่ได้ต้องการสร้างความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น

"ต้องรีบไปหาทางลง" กรณ์ตัดสินใจ เขาหันหลังให้ทิวทัศน์อันตระการตาของกรุงเทพฯ ยามราตรี และพุ่งตัวไปยังอีกฟากของหลังคา ความคล่องแคล่วของเขาราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ ไม่เคยมีสิ่งใดหยุดยั้งเขาได้นานนัก

เขาพบกับบันไดหนีไฟที่ทอดตัวลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว เสียงโลหะเสียดสีกับอากาศดังเป็นจังหวะตามฝีเท้าที่หนักแน่นของเขา ‍แต่เขาต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว ยิ่งลงไปใกล้พื้นดินมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะถูกพบเห็นก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

เมื่อเท้าแตะพื้นถนนคอนกรีตที่ชื้นแฉะไปด้วยน้ำฝน กรณ์ก็ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าสู่ความมืดของตรอกแคบๆ ที่มักใช้เป็นที่ทิ้งขยะของร้านอาหารข้างทาง กลิ่นเหม็นเน่าโชยคละคลุ้ง แต่เขาหาได้สนใจไม่ ​ดวงตาของเขากวาดมองหาเส้นทางต่อไป

"แหล่งข่าวบอกว่าทางเข้าหลักอยู่ตรงนี้" กรณ์พึมพำ เขาเดินลึกเข้าไปในตรอกจนสุด พบกับกำแพงปูนเปลือยที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่สายตาของเขาสังเกตเห็นรอยตะเข็บที่ผิดปกติใต้กองขยะที่ถูกสุมไว้

"ใช่แน่ๆ" เขาสูดหายใจลึก มือแข็งแรงค่อยๆ รื้อกองขยะออก ​เผยให้เห็นแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่

"นี่สิ ถึงจะเรียกว่าทางเข้า" กรณ์กล่าวอย่างพอใจ

เขาออกแรงดันแผ่นเหล็กนั้นอย่างเต็มกำลัง เสียงเหล็กเสียดสีดังครืดคราดจนน่ากลัว แต่สุดท้ายมันก็เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทที่ทอดตัวลงไปเบื้องล่าง เป็นบันไดคอนกรีตที่ดูเก่าแก่และทรุดโทรม

"ลงไปเลยสินะ" กรณ์คิด ​เขาหยิบไฟฉายคาดศีรษะออกมาเปิด แสงไฟสีขาวสว่างวาบสาดส่องเข้าไปในอุโมงค์

อุณหภูมิภายในอุโมงค์ลดลงอย่างฮวบฮาบ ความอับชื้นปะทะใบหน้า กลิ่นดินและเชื้อราคละคลุ้งจนแทบจะกลั้นหายใจได้ กรณ์ก้าวลงบันไดไปทีละขั้น เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องสะท้อนไปทั่วอุโมงค์ ทำให้เขายิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว

ยิ่งลงลึกไปเท่าไหร่ สภาพของอุโมงค์ก็ยิ่งดูอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ผนังคอนกรีตเริ่มมีรอยแตกร้าว บางส่วนมีน้ำซึมออกมาเป็นสาย แต่ถึงกระนั้นก็ยังดูแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของโครงสร้างที่อยู่เบื้องบนได้

"ไม่น่าเชื่อว่าพฤกษาดำจะซ่อนฐานลับขนาดใหญ่อยู่ใต้ใจกลางเมืองแบบนี้" กรณ์คิด เขาเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับองค์กรนี้มาบ้าง แต่ไม่เคยคาดคิดว่าพวกเขาจะสามารถสร้างเครือข่ายใต้ดินที่ซับซ้อนได้ถึงเพียงนี้

หลังจากเดินลงมาได้สักพัก กรณ์ก็มาถึงพื้นอุโมงค์ที่ราบเรียบ มันเป็นทางเดินกว้างที่ทอดยาวออกไปในความมืด แสงไฟฉายของเขาเพียงพอที่จะส่องสว่างไปได้ไม่ไกลนัก แต่ก็เพียงพอที่จะมองเห็นโครงสร้างโดยรวม

"มีทางแยกด้วย" เขาเห็นทางเดินอีกสองสายแยกออกไปจากทางเดินหลัก

กรณ์ใช้เวลาสักครู่เพื่อพิจารณาทางแยกเหล่านั้น เขาแตะไปที่ผนังด้านข้างของทางเดินหลัก สังเกตเห็นรอยขูดขีดจางๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์

"นี่มัน..." กรณ์เลิกคิ้ว เขามองไปยังสัญลักษณ์ที่อยู่บนผนังอย่างละเอียด "นี่มันสัญลักษณ์ของ 'เงาพิรุณ' นี่นา"

ความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้าของเขา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครในองค์กร "เงาพิรุณ" ที่เขาเคยเกี่ยวข้องด้วย จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรพฤกษาดำ หรือแม้กระทั่งรู้เรื่องราวเกี่ยวกับฐานลับแห่งนี้

"พวกมันตามรอยมา หรือว่านี่เป็นกับดัก?" ความคิดเหล่านั้นแล่นเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว

กรณ์ตัดสินใจเดินไปตามทางเดินที่มีสัญลักษณ์ของเงาพิรุณ เขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่ช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้

ทางเดินเริ่มคดเคี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนจะมีความลึกมากขึ้นตามไปด้วย เสียงน้ำหยดที่ดังเป็นจังหวะยิ่งเพิ่มบรรยากาศที่น่าขนลุก

"ต้องมีอะไรซักอย่างที่นี่" กรณ์คิด เขาก้าวไปอย่างระมัดระวัง มือขวาแตะอยู่ที่ด้ามปืนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ

ทันใดนั้นเอง แสงไฟฉายของเขาก็ส่องไปกระทบกับบางสิ่งบางอย่างที่ปลายทางเดิน

"นั่นมันอะไร?"

เขาเดินเข้าไปใกล้ขึ้น สิ่งที่เขาเห็นคือประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ปิดสนิท มีแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตั้งอยู่ข้างประตู

"นี่คือทางเข้าสู่ส่วนที่ลึกกว่านี้แน่ๆ" กรณ์พึมพำ เขาสำรวจแผงควบคุมอย่างละเอียด ไม่มีช่องสำหรับเสียบกุญแจ หรือแม้กระทั่งแป้นพิมพ์ตัวเลข

"คงต้องใช้การปลดล็อกด้วยระบบชีวภาพ" เขาคาดเดา "ไม่น่าจะง่ายขนาดนั้น"

ขณะที่เขากำลังพิจารณาทางเลือก เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วมาแต่ไกล

"เสียงฝีเท้า..."

เสียงฝีเท้านั้นดังมาจากทางเดินที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา กรณ์รีบดับไฟฉายทันที ความมืดเข้ามาปกคลุมรอบตัวเขาจนแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย

"มีคนตามมาจริงๆ" เขารู้สึกได้ถึงอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมา

กรณ์ถอยร่นเข้าไปหลบอยู่หลังแท่นปูนขนาดใหญ่ข้างประตู เขาพยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ หัวใจเต้นระรัว แต่สมาธิของเขายังคงแน่วแน่

แสงไฟฉายจากอีกฝั่งหนึ่งของอุโมงค์สาดเข้ามาเป็นจังหวะ กรณ์ชะโงกหน้าออกไปดูอย่างระมัดระวัง

"พวกมันมากันกี่คน?"

เงาของชายฉกรรจ์หลายร่างปรากฏขึ้นบนผนังอุโมงค์ พวกเขากำลังเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"แย่แล้ว" กรณ์คิด "ถ้าปล่อยให้พวกมันเข้ามาได้ คงจะยากที่จะจัดการ"

เขาเหลือบมองไปยังประตูเหล็กเบื้องหน้าอีกครั้ง พร้อมกับคิดถึงสัญลักษณ์ของเงาพิรุณที่อยู่บนผนัง

"ถ้าสัญลักษณ์นั้นมีความหมายจริงๆ..."

กรณ์ตัดสินใจ เขาต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่พวกมันจะมาถึง

เขาค่อยๆ ขยับตัวออกจากที่ซ่อน และพุ่งเข้าไปหาแผงควบคุมที่ประตู เขาจำได้ว่าเคยเห็นระบบการปลดล็อกแบบนี้มาก่อนในข้อมูลที่เขาศึกษา

"ระบบเข้ารหัสแบบคลื่นความถี่..." เขากล่าวอย่างรวดเร็ว

มือของเขากำลังทำงานอย่างรวดเร็ว แตะไปที่หน้าจอสัมผัส พยายามคาดเดาชุดรหัสที่น่าจะเป็นไปได้

เสียงฝีเท้าของพวกที่ตามมาดังใกล้เข้ามาทุกที

"อีกไม่กี่วินาที..." กรณ์ภาวนา

ทันใดนั้นเอง แสงสีเขียวก็สว่างขึ้นบนแผงควบคุม ประตูเหล็กเบื้องหน้าส่งเสียงดัง "คลิก" เบาๆ

"สำเร็จ!" กรณ์อุทานในใจ

เขาไม่รอช้า ผลักประตูเหล็กให้เปิดออก แล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปข้างในทันที

"หยุดนะ!" เสียงตะโกนดังไล่หลังมา

กรณ์ปิดประตูเหล็กอย่างรวดเร็ว เสียงดัง "ปัง" ก้องไปทั่วอุโมงค์ เขาได้ยินเสียงพวกที่ตามมาพยายามทุบประตูจากด้านนอก

"ไม่สามารถเปิดได้จากข้างนอก" เขาได้ยินเสียงหนึ่งกล่าว

กรณ์หันกลับมาสำรวจสภาพภายในห้องใหม่

ห้องนี้ใหญ่กว่าอุโมงค์ภายนอกมาก ผนังเป็นปูนขัดมันที่ดูใหม่กว่า ผิดกับอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยความเก่าแก่และทรุดโทรม

ใจกลางห้องมีแท่นวางอุปกรณ์บางอย่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ

"อะไรกันแน่ที่พวกมันซ่อนอยู่ที่นี่?" กรณ์ถามตัวเอง

เขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นวางนั้น มือค่อยๆ เลื่อนดึงผ้าสีดำออก

สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้เขาต้องผงะ

มันคือแผนผังขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ ที่วาดลงบนแผ่นโลหะ มันไม่ใช่แผนผังธรรมดาๆ แต่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และตัวเลขที่ซับซ้อน

"นี่มัน... แผนที่ฐานทัพลับงั้นหรือ?"

ขณะที่กรณ์กำลังพิจารณาแผนผังอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากมุมห้อง

"ในที่สุดเจ้าก็มา"

กรณ์สะดุ้งสุดตัว รีบหันไปมองตามเสียง

ในมุมมืดของห้อง มีร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยเงา

"ใครเป็นคุณ?" กรณ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระแวง

ชายคนนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาของเขาฉายประกายเย็นเยียบ

"ข้าคือผู้ที่จะนำเจ้าไปสู่ความจริง..."

กรณ์สัมผัสได้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวงที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา การเดินทางของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และปริศนาที่ซ่อนอยู่ในอุโมงค์แห่งความมืดนี้ กำลังจะเปิดเผยสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน...


หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!