เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 15 — พายุใต้พิภพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 966 คำ

อุโมงค์แห่งความมืดทอดลึกเข้าไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด ความเย็นเยียบของคอนกรีตดิบแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายของกรณ์ ชาญณรงค์ แม้จะสวมชุดรบที่ออกแบบมาเพื่อการพรางตัวและป้องกันความร้อน แต่ความหนาวเหน็บจากใต้ผืนดินก็ยังคงแทรกซึมเข้ามาได้ ไฟฉายคาดศีรษะส่องสว่างเป็นลำแสงสีขาวพุ่งตรงไปข้างหน้า สะท้อนกับผนังที่ชื้นแฉะเป็นประกายวับแวม เสียงฝีเท้าของเขาก้องกังวานในความเงียบที่น่าอึดอัด ‌มีเพียงเสียงหายใจของเขาเองที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นเครื่องเตือนสติว่าเขายังมีชีวิตอยู่

หลังจากจัดการกับศัตรูสองตนที่เฝ้าทางเข้าได้อย่างเงียบเชียบกรณ์ก็ก้าวเข้าสู่เขาวงกตแห่งนี้อย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวต้องประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่ามีกับดักอะไรซ่อนอยู่บ้าง หรือมีศัตรูอีกกี่คนที่กำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า

"มาถึงแล้วสินะ" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากที่ใดสักแห่งในความมืด ไม่ใช่เสียงที่ดังมาจากลำโพง ​แต่มันราวกับจะเล็ดลอดออกมาจากอากาศรอบตัว

กรณ์หยุดชะงักทันที เขากระชับปืนไรเฟิลคู่ใจในมือ สแกนไปรอบๆ ด้วยสายตาคมกริบ เสียงนั้นเป็นเสียงผู้ชาย แต่ฟังดูชวนขนลุก ไม่มีความรู้สึกถึงอารมณ์ใดๆ เจือปน ‍มีเพียงความเย็นชาที่น่ากลัว

"ใคร?"กรณ์ตะโกนถาม เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วอุโมงค์

"ผู้ที่เฝ้ารอ" เสียงนั้นตอบกลับมาอีกครั้ง "ผู้ที่รู้ว่าเจ้ากำลังจะมา"

"ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" กรณ์ข่มเสียงให้หนักแน่น เขารู้ดีว่านี่อาจเป็นกลอุบาย แต่ก็ไม่ประมาท

"เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรได้? ‌ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ที่มีแสงดาวและตึกสูงระฟ้าให้เจ้าซ่อนตัว" เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงเสียดสีของเหล็กกล้า "ที่นี่คือโลกใต้ดินของพวกเรา โลกที่เจ้าไม่มีวันเข้าใจ"

กรณ์ไม่ตอบ เขาเริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น ‍เขาได้เรียนรู้แล้วว่าการประมาทคือจุดอ่อนที่อันตรายที่สุด การเผชิญหน้าโดยตรงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป

"เจ้ากำลังตามหาอะไร? 'วัตถุโบราณ' หรือ 'ความลับ'?" เสียงนั้นยังคงตามติดเขาไปเรื่อยๆ ราวกับเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่มองไม่เห็น "สิ่งที่พวกเจ้าเรียกมันว่า ​'สมบัติ' น่ะหรือ? สิ่งที่พวกเราเรียกว่า 'รากฐาน' ต่างหาก"

"เจ้าเป็นใคร? บอกมาเดี๋ยวนี้!" กรณ์กดดัน

"ข้าคือผู้พิทักษ์" เสียงนั้นตอบ ​"ข้าคือผู้ที่รับใช้ 'เงาพิรุณ' มาช้านาน"

"เงาพิรุณ?" ชื่อนั้นทำให้กรณ์ชะงัก มันคือชื่อที่เขาได้ยินมาตลอดการสืบสวน มันคือสัญลักษณ์ที่ปรากฏในที่เกิดเหตุต่างๆ มันคือกลุ่มคนที่เขาตามล่ามาตลอด

"ใช่ เงาพิรุณ" ​เสียงนั้นราวกับจะรับรู้ถึงความตกใจของกรณ์ "พวกเราคือผู้ที่ควบคุม ชักใย และกำหนดชะตากรรมของโลกนี้จากเบื้องลึก"

"เหลวไหล!" กรณ์สวนกลับ "พวกแกเป็นแค่อาชญากรที่ซ่อนตัวอยู่!"

"อาชญากร? หรือผู้มีวิสัยทัศน์?" เสียงนั้นท้าทาย "เจ้าจะเข้าใจ เมื่อเจ้าได้เห็นสิ่งที่พวกเราสร้างขึ้น"

ทันใดนั้น แสงไฟฉายของกรณ์ก็ส่องกระทบกับสิ่งที่ดูเหมือนประตูเหล็กกล้าขนาดใหญ่ มันถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในผนังคอนกรีต เมื่อกรณ์เข้าไปใกล้ ประตูบานนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินที่สว่างไสวด้วยแสงสีฟ้าอ่อนๆ

"เชิญเข้ามาสิ" เสียงนั้นเชิญชวน "ที่นี่คือที่ที่ความจริงรอคอยเจ้าอยู่"

กรณ์ลังเลเล็กน้อย แต่ความอยากรู้อยากเห็นและความจำเป็นในการค้นหาความจริงมีมากกว่าความกลัว เขาตัดสินใจก้าวเข้าไปในทางเดินนั้นทันทีที่ประตูเหล็กกล้าเลื่อนปิดลงเบื้องหลัง

ภายในทางเดินนั้นแตกต่างจากอุโมงค์ข้างนอกอย่างสิ้นเชิง ผนังไม่ได้เป็นคอนกรีตดิบอีกต่อไป แต่เป็นพื้นผิวโลหะขัดเงาที่สะท้อนแสงสีฟ้าอ่อนๆ อากาศภายในอบอุ่นและบริสุทธิ์ ไม่มีกลิ่นอับชื้นเหมือนเมื่อครู่ เสียงฝีเท้าของเขาที่เคยดังสะท้อน ตอนนี้กลับเงียบสนิทราวกับมีวัสดุดูดซับเสียง

เขาเดินไปตามทางเดินที่คดเคี้ยวไปเรื่อยๆ ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีจุดสังเกตใดๆ ที่จะบอกเขาได้ว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด เขาตรวจตราทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

"เจ้ากำลังเดินไปสู่ใจกลางของอำนาจ" เสียงนั้นยังคงตามติดเขาไป "ที่นี่คือศูนย์บัญชาการของพวกเรา คือที่ที่ทุกการตัดสินใจถูกกำหนดขึ้น"

"ถ้าอย่างนั้นก็แสดงตัวออกมาสิ!" กรณ์ตะโกนถามอีกครั้ง "อย่าซ่อนตัวอยู่หลังเสียงพวกนั้น!"

ทันใดนั้น ผนังโลหะข้างหน้ากรณ์ก็เริ่มโปร่งใสขึ้น เผยให้เห็นภาพทิวทัศน์ที่น่าตื่นตะลึงเบื้องหลัง ภาพเหล่านั้นไม่ใช่ภาพวาด หรือภาพถ่าย แต่มันคือภาพจำลอง 3 มิติที่สมจริงอย่างยิ่ง

เขาเห็นภาพกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนจากมุมสูง ภาพที่เขาเคยยืนอยู่บนยอดตึก ภาพนั้นยังคงปรากฏอยู่ แต่ในภาพนั้น กรณ์เห็นบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน

"นั่นคืออะไร?" กรณ์ถามอย่างทึ่ง

"นั่นคือโครงข่าย" เสียงนั้นตอบ "โครงข่ายพลังงานที่พวกเราสร้างขึ้นเพื่อควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง"

กรณ์มองภาพนั้นอย่างพิจารณา เขาเห็นเส้นสายสีฟ้าอ่อนๆ เชื่อมโยงระหว่างอาคารสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ เส้นสายเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา

"พวกแกกำลังจะทำอะไรกับมัน?" กรณ์ถาม

"พวกเรากำลังจะปลุกมันให้ตื่น" เสียงนั้นตอบอย่างเยือกเย็น "ปลุกมันให้ตื่น เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้"

ภาพจำลอง 3 มิติเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพของพื้นที่ป่าทึบที่ไม่มีที่สิ้นสุด กรณ์จำได้ทันทีว่านี่คือป่าที่เขาและทีมของเขากำลังจะมุ่งหน้าไป

"นี่คือฐานลับของพวกเรา" เสียงนั้นอธิบาย "ฐานที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ที่ซึ่งไม่มีใครคาดคิด"

กรณ์เห็นโครงสร้างขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในภาพจำลอง โครงสร้างนั้นดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่แปลกตา ไม่ใช่คอนกรีต หรือเหล็กกล้า แต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเรืองแสงได้เอง

"พวกเรากำลังเตรียม 'เงาพิรุณ' ที่แท้จริง" เสียงนั้นกล่าวต่อ "วัตถุที่จะเปลี่ยนแปลงสมดุลของโลกใบนี้ไปตลอดกาล"

"แล้วมันคืออะไร?" กรณ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย

"เจ้าจะได้รู้ เมื่อเจ้าไปถึงที่นั่น" เสียงนั้นตอบ "ถ้าเจ้าไปถึงที่นั่นได้นะ"

ทันใดนั้น ผนังโปร่งใสก็กลับมาเป็นผนังโลหะทึบอีกครั้ง ทางเดินที่เคยสว่างไสวก็กลับมืดลงเกือบทั้งหมด เหลือเพียงแสงสลัวจากไฟฉายของกรณ์

"เดี๋ยว!" กรณ์ร้องถาม "ถ้าพวกแกจะทำลายล้าง แล้วทำไมต้องให้ข้ามาดู?"

"เพราะเจ้าคือผู้ท้าชิง" เสียงนั้นตอบ "และผู้ท้าชิงเท่านั้นที่จะเข้าใจถึงพลังที่แท้จริง"

"แต่ข้าจะไม่ยอมให้พวกแกทำสำเร็จแน่!" กรณ์ประกาศกร้าว

"เราก็หวังว่าเจ้าจะทำได้" เสียงนั้นพูดอย่างประชดประชัน "เพราะความพ่ายแพ้ของเจ้า จะยิ่งทำให้ชัยชนะของพวกเรายิ่งใหญ่ขึ้น"

สิ้นเสียงนั้น ความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง กรณ์ยืนอยู่เพียงลำพังในความมืดและความเย็นเยียบของทางเดินใต้ดิน เขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ลึกเท่าไหร่ หรือจะออกไปทางไหน

เขาเงี่ยหูฟัง พยายามจับเสียงอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเสียงหัวใจของเขาเองที่เต้นระรัว

"เงาพิรุณ" เขาพึมพำกับตัวเอง "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่"

เขาตัดสินใจกลับไปทางเดิมอย่างช้าๆ เขาต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ และต้องแจ้งข่าวนี้ให้ทีมของเขาทราบโดยเร็วที่สุด

ขณะที่เขากำลังจะเดินกลับไป เสียงประตูเหล็กกล้าบานเดิมก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอีกครั้ง แสงไฟสีฟ้าอ่อนๆ สาดส่องเข้ามา ทำให้เขาต้องหรี่ตาลง

แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ไม่ใช่ทางออกที่เขาคาดหวัง

มันคือภาพของนักรบชุดดำสนิทหลายสิบคน ยืนเรียงแถวกันอยู่เต็มทางเดิน พวกเขากำลังจ้องมองมาที่กรณ์ด้วยสายตาที่เย็นชา ไร้ความรู้สึก

"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริง" เสียงที่เย็นเยียบและทรงอำนาจกว่าเสียงก่อนหน้านี้ดังขึ้นจากแถวหน้าของนักรบเหล่านั้น "เจ้าได้เข้ามาถึงรังของเงาพิรุณแล้ว... และที่นี่... จะไม่มีใครได้ออกไป"

กรณ์รู้ตัวทันทีว่าเขาติดกับดักเสียแล้ว การเผชิญหน้ากับกองทัพของเงาพิรุณเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีทางหนี หรือความช่วยเหลือใดๆ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เขาไม่รอช้า เขาตะโกนสุดเสียง "ทุกคน! ระวัง!"

ก่อนที่เสียงของเขาจะขาดห้วง นักรบชุดดำเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน ราวกับพายุที่ถาโถมเข้าใส่

การต่อสู้อันดุเดือดในอุโมงค์แห่งความมืดที่ซับซ้อนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และกรณ์ ชาญณรงค์ รู้ดีว่านี่อาจเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขา.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!