เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 18 — จุดเปลี่ยนในอุโมงค์มรณะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,183 คำ

ความเย็นเยียบของคอนกรีตดิบที่โอบกอดร่างของกรณ์ ชาญณรงค์ นั้นรุนแรงขึ้น ราวกับว่าโลกทั้งใบถูกแช่แข็งเอาไว้ในมวลอากาศที่หนักอึ้งนี้ เสียงสะท้อนของฝีเท้าของเขาที่กระทบพื้นผิวขรุขระภายในอุโมงค์นั้นกลับกลายเป็นเสียงเดียวที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของเขาในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดนี้ แสงไฟฉายที่ติดอยู่บนหมวกเหล็กของเขาสาดส่องไปข้างหน้าเป็นลำแสงแคบๆ สั้นๆ เผยให้เห็นผนังคอนกรีตที่ชื้นแฉะ ‌มีคราบตะไคร่น้ำเกาะหนาเตอะเป็นหย่อมๆ ลวดลายประหลาดคล้ายเส้นเลือดขอดที่บิดเบี้ยวไปมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนถูกสักขึ้นด้วยความเจ็บปวด

สองวันแล้วที่กรณ์ได้ก้าวเข้าสู่อุโมงค์แห่งนี้ เขาเดินมาไกลเกินกว่าจะนับได้ ระยะทางที่คาดคะเนด้วยความรู้สึกนั้นยาวนานจนแทบจะสิ้นหวัง ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าคือการเผชิญหน้ากับความเวิ้งว้างและความเงียบงันที่กัดกินจิตใจ เมื่อใดก็ตามที่เขากลั้นหายใจ ​ความเงียบนั้นก็ยิ่งดังราวกับเสียงกรีดร้องโหยหวนในหัว

"ยังอีกไกลแค่ไหน" เสียงของกรณ์แหบพร่า กระซิบตอบกับความมืด เสียงนั้นถูกดูดกลืนไปอย่างรวดเร็วโดยผนังคอนกรีตที่อมไว้ทุกสิ่งทุกอย่าง

เขาหยุดเดิน ชะโงกหน้ามองเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า ลำแสงไฟฉายสั่นระริกเล็กน้อย มือข้างหนึ่งเลื่อนไปแตะที่ด้ามปืนพกที่คาดเอวไว้แน่น ความรู้สึกของความระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ‍ความเงียบที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทาง บัดนี้กลับกลายเป็นศัตรูที่พร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อ

"รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง" เขาพึมพำกับตัวเอง เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณนักรบที่ฝึกฝนมาอย่างโชกโชน

ทันใดนั้นเอง เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากเบื้องลึกของอุโมงค์ ไม่ใช่เสียงสะท้อนของฝีเท้า ไม่ใช่เสียงลม ‌เสียงนั้นดังแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้เลือดในกายของกรณ์เย็นเยียบ มันเป็นเสียงเหมือนบางสิ่งกำลังถูกลากไปบนพื้นคอนกรีต เสียงนั้นดังเป็นจังหวะ สม่ำเสมอ ชวนขนลุก

กรณ์ย่อตัวลง ปิดไฟฉายทันที เหลือเพียงความมืดที่หนาทึบยิ่งกว่าเดิม ‍เขาพยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนภายในอก

"ใครกัน" เขาเพ่งสมาธิไปที่ต้นเสียง เขาได้ยินมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้

เขาค่อยๆ ถอยหลังไปช้าๆ ใช้ผนังอุโมงค์เป็นที่กำบัง พยายามมองหาช่องทางอื่น ​แต่ผนังคอนกรีตนั้นทึบตันไร้ที่มาที่ไป

เสียงลากนั้นหยุดลงอย่างกะทันหัน ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหมือนสายธนูที่ถูกดึงจนสุดสาย

กรณ์ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังอีกครั้ง สองเท้าเหยียบย่ำไปบนพื้นคอนกรีตอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลำแสงไฟฉายของเขาถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง สาดส่องไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

ตรงหน้าเขา สิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น

ที่ปลายทางของอุโมงค์ที่เคยดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุดนั้น ​ปรากฏเป็นบานประตูเหล็กขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านอยู่บนผนังคอนกรีต มันถูกพรางไว้อย่างแนบเนียนด้วยลวดลายที่กลมกลืนไปกับผนัง แต่เมื่อเพ่งมองให้ดี จะเห็นรอยต่อของมันได้ บานประตูนั้นมีร่องรอยการใช้งานที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและความเก่าแก่

และที่สำคัญที่สุด ตรงหน้าบานประตูนั้น มีร่างสองร่างนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นคอนกรีต

กรณ์เร่งฝีเท้าเข้าหาอย่างระแวง ​เขาเห็นชุดสีดำสนิทที่ปกคลุมร่างเหล่านั้น ลักษณะคล้ายชุดของหน่วยพิเศษ แต่เมื่อมองใกล้ๆ เขาถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่

"ไม่..." เสียงอุทานของกรณ์แผ่วเบา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

ร่างทั้งสองนั้นคือทหารของหน่วย "พยัคฆ์ดำ" หน่วยรบพิเศษที่เขาเคยร่วมปฏิบัติการด้วย!

เขาคุกเข่าลงข้างร่างแรก สัมผัสชีพจรที่ข้อมืออย่างรวดเร็ว... ไร้ซึ่งสัญญาณ

"ตายแล้ว..."

เขาพลิกร่างนั้นขึ้นเล็กน้อย แสงไฟฉายสาดส่องไปที่ใบหน้า... ดวงตาเบิกค้าง จ้องมองไปที่ความว่างเปล่าของเพดานคอนกรีต ผิวซีดเผือดราวกับถูกสูบเลือดไปจนหมด

เขาหันไปดูอีกร่าง... สภาพไม่ต่างกัน

"เกิดอะไรขึ้นที่นี่" กรณ์ผุดลุกขึ้นยืน จิตใจสับสนวุ่นวาย เขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายเริ่มเย็นเยือกเมื่อครู่ มันคือเสียง "ลาก" ของใครบางคน หรือบางสิ่ง ที่ลากเอาศพของสองสหายของเขามาทิ้งไว้ที่นี่

เขาสำรวจบานประตูเหล็กอย่างละเอียด มันเป็นประตูที่แข็งแรงมาก ไม่มีร่องรอยของหัวกุญแจหรือกลไกเปิดภายนอก มีเพียงช่องเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นช่องมอง หรือช่องสอดวัตถุบางอย่าง

"นี่มันฐานลับของใครกันแน่" เขาพึมพำ

ทันใดนั้นเอง เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นอีกครั้ง ไม่ใช่ความเย็นจากคอนกรีต แต่เป็นความเย็นที่แผ่ออกมาจากใต้บานประตูเหล็กนั้น

เขาเพ่งมองลงไปที่รอยต่อระหว่างประตูและพื้นคอนกรีต... มีของเหลวสีดำเข้มข้นไหลซึมออกมาเป็นทางเล็กๆ กลิ่นอายของมันฉุนเฉียวจนแทบจะทำให้เขาสำลัก

"เลือด..." เขารู้ได้ทันที

แต่ไม่ใช่เลือดธรรมดา กลิ่นของมันผิดแผกไป มีความเปรี้ยวปร่าเหมือนสารเคมีผสมอยู่ด้วย

เขามองย้อนกลับไปที่ร่างของเพื่อนทหารของเขา สังเกตบาดแผล... ไม่มีบาดแผลที่ชัดเจน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ที่รุนแรง

"ถูกสังหาร... จากภายใน?" ความคิดนี้ทำให้เขาขนลุกซู่

เขาตัดสินใจลองตรวจสอบกลไกของบานประตู เขาเอามือแตะที่พื้นผิวเหล็กเย็นเฉียบ สัมผัสได้ถึงลวดลายที่เหมือนจะถูกออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับผนัง เขาถูมันเบาๆ สัมผัสได้ถึงรอยหยักเล็กๆ ที่เหมือนจะเป็นปุ่มกด หรือจุดสัมผัส

"ต้องมีอะไรสักอย่าง"

เขาเริ่มคลำหาไปตามพื้นผิวของบานประตูอย่างละเอียด มือของเขาสั่นเล็กน้อย แต่สมาธิของเขาจดจ่ออยู่กับการค้นหา

"เจอแล้ว!"

นิ้วของเขาสัมผัสกับแผ่นโลหะเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ลวดลาย พอมันถูกกดเข้าไป ก็มีเสียง "คลิก" เบาๆ ดังขึ้น

บานประตูเหล็กเริ่มสั่นเล็กน้อย ตามมาด้วยเสียงกลไกที่ทำงานภายใน... เสียงเฟืองที่หมุน เสียงมอเตอร์ที่ทำงานอย่างหนัก

ความมืดมิดที่เคยเป็นศัตรู บัดนี้กำลังจะถูกแทนที่ด้วยอันตรายที่มองเห็นได้

กรณ์รีบถอยออกมาเล็กน้อย เตรียมพร้อมชักปืน

บานประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนเปิดออกไปด้านข้างอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน...

มันไม่ใช่ห้องโล่งๆ อย่างที่เขาคาดเดา มันคือโถงทางเดินที่สว่างไสวด้วยแสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่ลอดมาจากหลอดไฟประหลาดที่ฝังอยู่ตามผนัง โถงทางเดินนี้ดูทันสมัยผิดกับสภาพอุโมงค์ดิบๆ ด้านนอกอย่างสิ้นเชิง

แต่สิ่งที่ทำให้กรณ์ตกตะลึงยิ่งกว่านั้น คือสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงกลางโถงทางเดินนั้น

มันคือแท่นโลหะขนาดใหญ่ ที่มีสายเคเบิลจำนวนมากเชื่อมต่ออยู่ รอบๆ แท่นนั้นมีเครื่องมือแพทย์ที่ดูซับซ้อนวางอยู่เกลื่อนกลาด และที่สำคัญที่สุด...

มีร่างของมนุษย์คนหนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนแท่นนั้น!

ร่างนั้นสวมชุดสีขาวสะอาด สบายตา แต่ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาเบิกกว้าง มองเหม่อลอยไปที่ผนังด้านหน้า

แต่ไม่ใช่แค่นั้น...

ที่ข้างๆ ร่างนั้น มีร่างอีกร่างหนึ่ง นอนนิ่งอยู่บนเตียงเหล็ก ร่างนั้นมีลักษณะคล้ายกับร่างที่นั่งอยู่บนแท่น แต่ดูอ่อนแอกว่ามาก...

กรณ์รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือ "ผลลัพธ์" ของสิ่งที่เกิดขึ้นในอุโมงค์แห่งนี้

เขาไม่ลังเลอีกต่อไป เขาชักปืนพกออกมา เล็งไปที่ทางเข้าโถงทางเดิน และก้าวเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง

"ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงของเขาดังขึ้น กึกก้องในโถงทางเดินที่เงียบสงัด

ร่างที่นั่งอยู่บนแท่นเหล็กนั้นค่อยๆ หันศีรษะมาทางเขาอย่างช้าๆ ดวงตาที่ว่างเปล่าคู่หนึ่งจ้องมองมาที่กรณ์

"ในที่สุด... ก็มีคนมา..." เสียงแหบพร่าดังออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา

กรณ์สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว... ร่างนั้นมีสายเคเบิลสีดำจำนวนหนึ่งเชื่อมต่อกับสมองของเขาโดยตรง!

"นี่มันอะไรกัน!" กรณ์ตะโกนถาม

"ความหวัง... ของมนุษยชาติ..." ชายคนนั้นตอบ น้ำเสียงแผ่วเบา

"เพื่อนของข้า... พวกเขาไม่รอด..." ชายคนนั้นกล่าวต่อพลางผงกศีรษะไปทางร่างที่นอนอยู่บนเตียงเหล็ก

"พวกเขา... ทนไม่ไหว..."

กรณีนึกถึงเพื่อนทหารสองนายที่ตายอยู่ข้างนอก เขาเข้าใจแล้ว... นี่ไม่ใช่การสังหาร แต่เป็นการทดลองที่ผิดพลาด

"ทดลองอะไร?" กรณ์ถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ

"การเชื่อมต่อ... เข้ากับ... 'ผืนแผ่นดิน'..." ชายคนนั้นตอบ

"ผืนแผ่นดิน? หมายความว่าอะไร?"

"ผืนแผ่นดิน... คือผู้ให้... คือผู้รับ..." เสียงของเขาเริ่มขาดห้วง

"เรา... พยายามจะ... ควบคุมมัน... เพื่อ... ช่วยเหลือโลก..."

"แต่... พลังของมัน... มากเกินไป... พวกเขา... ตาย... เพราะ... จิตใจ... ไม่แข็งแกร่งพอ..."

กรณ์รู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากคำพูดเหล่านั้น นี่ไม่ใช่แค่ฐานลับธรรมดา แต่มันคือสถานที่ทดลองที่อันตรายเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

"แล้วเจ้าล่ะ... เจ้าไม่ตาย?" กรณ์ถาม

"ข้า... ทนทานกว่า... เล็กน้อย... แต่... ก็ใกล้จะ... สิ้นสุดแล้ว..." ชายคนนั้นกล่าว ดวงตาเริ่มสั่นไหว

"มีใครอีกไหม?" กรณ์ถาม จิตใจเริ่มประเมินสถานการณ์

"ไม่มี... เหลือเพียง... ข้า... และ... ความลับ... ที่จะ... พัฒนาต่อไป..."

ก่อนที่กรณ์จะทันได้ถามอะไรต่อ ชายคนนั้นก็เงียบไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นอย่างน่ากลัว ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นแท่นโลหะ สายเคเบิลที่เชื่อมต่อกับสมองของเขาหลุดออกอย่างกระทันหัน

เลือดสีดำเข้มไหลทะลักออกมาจากแผลที่หัวอย่างรวดเร็ว

กรณ์รีบพุ่งเข้าไป แต่ก็สายเกินไป

"บ้าเอ๊ย!" เขาสบถอย่างหัวเสีย

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง เขาต้องรู้ให้ได้ว่านี่มันคืออะไรกันแน่

ขณะที่เขากำลังจะเดินไปสำรวจร่างที่นอนอยู่บนเตียงเหล็ก ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลังของโถงทางเดิน

เสียงฝีเท้า... แต่ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์

เสียงนั้นดังเป็นจังหวะ สม่ำเสมอ... และกำลังใกล้เข้ามา

กรณ์รีบหันกลับไป ชักปืนเล็งไปยังต้นเสียง

ลำแสงไฟฉายของเขาค่อยๆ ฉายไปข้างหน้า...

เงาบางอย่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืด... มันเป็นเงาที่ใหญ่โตผิดปกติ...

เงาที่กำลังเคลื่อนไหว... และดูเหมือนจะมีหลายเงา...

กรณียืนนิ่งราวกับถูกสาป ร่างกายแข็งทื่อ

นี่คือจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าที่แท้จริง... การเผชิญหน้าที่เหนือกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยเจอมา

เขาจะต้องเอาชีวิตรอดจากที่นี่... และไขความลับทั้งหมดให้ได้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!