เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 19 — ฝ่าวงล้อมทมิฬ เสียงก้องสะท้อนแห่งความหวัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,056 คำ

ความเย็นเยียบของคอนกรีตดิบนั้นรุนแรงขึ้นจริง ๆ มันไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกทางกายภาพอีกต่อไป แต่กลายเป็นแรงกดดันที่บีบคั้นทุกอณูของชีวิตกรณ์ ชาญณรงค์ มันเหมือนกับว่าโถงอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวลอากาศที่หนักอึ้งจนแทบจะหายใจไม่ออก เสียงสะท้อนของฝีเท้าของเขาที่กระทบพื้นผิวขรุขระภายในอุโมงค์นั้นกลับกลายเป็นเพียงเสียงแผ่วเบาที่ถูกกลืนกินไปในความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ราวกับว่าความเงียบนี้มีชีวิต ‌มีลมหายใจของมันเอง

"กึก... กึก..."

เสียงนั้นดังมาจากเบื้องหน้า เสียงที่สม่ำเสมอ เป็นจังหวะ ทว่าเต็มไปด้วยความกดดัน มันไม่ใช่เสียงของเครื่องจักร ไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวอย่างมีแบบแผน ​การซุ่มโจมตีที่กำลังจะอุบัติขึ้น กรณ์หยุดนิ่ง ฝีเท้าของเขาแทบจะไร้เสียงขณะที่สัมผัสกับพื้นเย็นเฉียบ เขาก้มตัวลง สัมผัสได้ถึงกระแสลมที่พัดมาจากทิศทางของเสียงนั้น มันเย็นกว่าอากาศรอบตัวเล็กน้อย บ่งบอกถึงช่องทางที่เปิดออก

"ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงห้าวทุ้มดังลอดมาจากความมืดนั้น ‍แม้จะฟังดูไม่แข็งกร้าว แต่ก็แฝงไว้ด้วยอำนาจและอันตราย กรณ์ไม่ตอบ เขาพยายามประเมินสถานการณ์ มือของเขากำแน่นอยู่ข้างลำตัว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ติดอยู่ที่ข้อมือส่งสัญญาณเตือนความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากทิศทางของเสียงนั้น มันคือมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย

"ข้าถามอีกครั้ง!" เสียงนั้นดังขึ้นอีก ‌คราวนี้มีน้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

กรณ์ตัดสินใจ เขาไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกต่อไป การเผชิญหน้าคือทางออกเดียวในสถานการณ์เช่นนี้ เขาค่อย ๆ ขยับตัวไปข้างหน้า มือของเขาค่อย ๆ ‍เลื่อนไปที่ซองปืนที่เอว

"ข้าคือผู้ที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่" กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่ก็ดังพอที่จะให้ปลายทางได้ยิน

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมานั้นบ่งบอกว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้ขึ้น "เจ้าพูดอะไร? ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาได้โดยไม่ได้รับอนุญาต!"

"บางครั้ง การไม่ได้รับอนุญาตก็เป็นวิธีเดียวที่จะได้เข้าไปในที่ที่ควรจะเป็น" กรณ์พูด พร้อมกับเตรียมพร้อมที่จะชักปืน

แสงไฟสว่างวาบขึ้นมาทันที ​จู่โจมเข้าใส่ดวงตาของกรณ์อย่างรุนแรง เขาต้องยกแขนขึ้นมาบังใบหน้าโดยสัญชาตญาณ สภาพแวดล้อมรอบตัวก็ถูกเปิดเผยออกมาอย่างโหดร้าย

มันคือโถงทางเดินขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากคอนกรีตเปลือย กำแพงหนาทึบเรียงรายไปตามทางเดิน มีท่อโลหะขนาดใหญ่พาดผ่านเพดานเป็นระยะ ๆ และที่ปลายทางเดินที่แสงไฟกำลังส่องมานั้น มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณห้าถึงหกคนยืนเรียงรายอยู่ ​พวกเขาสวมเครื่องแบบสีดำเข้ม แขนเสื้อข้างหนึ่งมีตราสัญลักษณ์สีแดงรูปกงจักรหมุนคว้างอยู่ พวกเขาถือปืนพกที่ดูคล่องแคล่วอยู่ในมือ

"จับมันมา!" เสียงตะโกนดังขึ้น

กรณ์ไม่รอช้า เขากระชากปืนออกจากซอง กระสุนนัดแรกถูกยิงออกไปอย่างแม่นยำ มันพุ่งตรงไปยังแหล่งกำเนิดแสง ทำให้แสงนั้นดับวูบลงไปชั่วขณะ

"บ้าเอ๊ย! ​ยิงมัน!"

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถงทางเดิน กระสุนเฉี่ยวร่างของกรณ์ไปอย่างหวุดหวิด เขาหมอบลงกับพื้น พลางยิงตอบโต้ไปอย่างไม่ยั้งมือ

"ตูม! ตูม! ตูม!"

เสียงปืนที่ดังขึ้นในอุโมงค์นั้นยิ่งทวีความรุนแรงของเสียงสะท้อนให้มากขึ้นไปอีก มันบาดหูจนแทบจะทำให้ประสาทหูชาไปชั่วขณะ กรณ์ใช้กำแพงคอนกรีตเป็นที่กำบัง สลับกับการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวกับสายลม เขาคือเงาที่เคลื่อนที่ไปตามผนัง การยิงแต่ละนัดล้วนมีเป้าหมาย

กระสุนของฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้าใส่ที่กำบังของกรณ์อย่างไม่หยุดหย่อน เศษคอนกรีตแตกกระจาย ฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ ทำให้ทัศนวิสัยยิ่งแย่ลงไปอีก

"เปรี้ยง! เปรี้ยง!"

ชายสองคนล้มลงไปกับพื้นทันทีที่กระสุนของกรณ์เข้าเป้า พวกเขาสวมเครื่องแบบสีดำเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ แต่ที่หน้าอกของพวกเขากลับมีเลือดแดงสดไหลซึมออกมา

"มันฆ่าพวกมันแล้ว! อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้น

กรณ์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถสู้รบยืดเยื้อได้นานนัก เขาต้องหาทางผ่านพ้นการขัดขวางนี้ไปให้ได้ แสงไฟยังคงส่องมาเป็นระยะ ๆ จากฝ่ายตรงข้าม ทำให้เขามองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาได้บ้าง

"หึ!" กรณ์แค่นเสียง เขาพลิกตัวหลบกระสุนอีกนัด ก่อนจะพุ่งตัวออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว เขาอาศัยจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังประเมินทิศทางการยิงของเขา

"ตูม! ปัง!"

กระสุนของกรณ์เฉียดศีรษะของชายคนหนึ่งไปอย่างฉิวเฉียด เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะพยายามยิงตอบโต้ แต่กรณ์ไวกว่า เขาหมอบลงอีกครั้ง พร้อมกับยิงสวนกลับไป

"เปรี้ยง!"

ชายผู้นั้นทรุดลงไปกับพื้น ร่างกายกระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป

"เหลืออีกสี่คน!" กรณ์ประเมินสถานการณ์ในใจ เขาต้องใช้ความเร็วและความแม่นยำให้มากที่สุด

เขาเริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ อย่างมีแบบแผน การเคลื่อนที่แต่ละครั้งจะตามมาด้วยการยิงเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม เขาพยายามทำให้พวกเขาสับสน ไม่รู้ว่าเขาจะปรากฏตัวขึ้นที่จุดใด

"แกร็ก!"

เสียงที่บ่งบอกว่ากระสุนในแม็กกาซีนของเขากำลังจะหมด กรณ์รู้ดีถึงอันตรายนี้ เขาต้องรีบจัดการกับคนพวกนี้ให้เร็วที่สุด

เขาเห็นช่องว่างระหว่างการยิงของพวกมัน จังหวะที่พวกเขาต้องหยุดเพื่อปรับศูนย์เล็ง กรณ์ตัดสินใจ เขาพุ่งตัวออกจากที่กำบังอย่างรวดเร็ว

"ตูม! ตูม! ตูม!"

เขาโหมกระหน่ำยิงใส่กลุ่มชายฉกรรจ์นั้นอย่างไม่ยั้งมือ เสียงปืนดังลั่นไปทั่วโถงทางเดิน

"แผละ!"

เสียงของสิ่งของตกลงบนพื้นดังขึ้น พร้อมกับเสียงครวญครางของใครบางคน กรณ์สังเกตเห็นว่าชายสองคนสุดท้ายที่ยืนอยู่กำลังล่าถอย พวกเขาดูหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง

"อย่าเข้ามานะ! เรามีคนเยอะกว่าที่แกคิด!" ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้น

"แกกำลังเล่นกับไฟ!" อีกคนพูดเสริม

กรณ์ไม่สนใจคำข่มขู่ เขาเห็นปลายทางของโถงทางเดินนั้นมีประตูเหล็กบานใหญ่อยู่ เขาต้องไปถึงที่นั่น

"เปรี้ยง! เปรี้ยง!"

กระสุนของกรณ์ยิงเข้าใส่คนที่กำลังล่าถอยไปอย่างแม่นยำ ชายคนหนึ่งล้มลงไปทันที ส่วนอีกคนหนึ่งวิ่งหนีเข้าไปในความมืด

"ไอ้สารเลว!"

กรณ์ไม่เสียเวลา เขาพุ่งตัวไปยังประตูเหล็กบานใหญ่นั้น มือของเขารีบกดรหัสผ่านที่เห็นจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ข้อมือ

"ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด..."

เสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ใบหน้าของกรณ์เคร่งเครียด เขาต้องรีบทำให้เสร็จก่อนที่ใครจะมาถึง

"คลิก!"

ประตูเหล็กค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นอุโมงค์ที่ลึกเข้าไปอีก และมีแสงไฟสลัว ๆ ส่องออกมาจากด้านใน

กรณ์ไม่ลังเล เขาพุ่งตัวเข้าไปในอุโมงค์นั้นทันที ก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ

เมื่อเข้ามาในอุโมงค์แล้ว กรณ์ก็พบว่ามันไม่ได้มืดสนิทอย่างที่คิด มีแสงไฟสีส้มสลัว ๆ จากหลอดไฟที่ติดอยู่เป็นระยะ ๆ ส่องสว่างไปทั่ว มันเป็นอุโมงค์ที่กว้างขวางกว่าด้านนอกมาก ผนังคอนกรีตยังคงอยู่ แต่มีสายไฟและท่อต่าง ๆ พาดผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก

"แกร็ก!"

ประตูเหล็กด้านหลังปิดสนิทลง พร้อมกับเสียงที่บ่งบอกว่ามันถูกล็อคจากด้านใน กรณ์หันกลับมามองประตูนั้น แววตาของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น

"เกมเพิ่งจะเริ่มต้น" เขาพึมพำกับตัวเอง

เขาเริ่มเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์นั้น เท้าของเขาก้าวไปบนพื้นคอนกรีตที่เรียบกว่าด้านนอก เสียงฝีเท้าของเขาเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้ถูกกลืนกินไปในความเงียบอันน่าสะพรึงกลัว มันเป็นเสียงของความมุ่งมั่น เสียงของนักสู้ที่กำลังเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริง

เมื่อเดินไปได้ไม่ไกลนัก กรณ์ก็ได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมาแต่ไกล เขาหยุดนิ่ง พยายามจับฟังเสียงนั้น

"ท่านประธานครับ กลุ่มที่บุกเข้ามาถูกสกัดไว้ได้แล้วที่ชั้นล่างครับ"

"ดีมาก! ไม่มีใครสามารถเข้ามาถึงที่นี่ได้ง่าย ๆ!" เสียงตอบกลับนั้นดังขึ้น เป็นเสียงที่แหลมสูง ฟังดูทรงอำนาจ

"แต่... มีคนหนึ่งที่หนีรอดจากการสกัดกั้นไปได้ครับ"

"อะไรนะ! หนีรอดไปได้อย่างไร! ตรวจสอบให้ดี! ห้ามปล่อยให้มันเข้ามาได้!"

กรณ์ยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย เขาเห็นแล้วว่าที่ที่เขาเข้ามานั้นคือส่วนหนึ่งของฐานลับใต้ดินขนาดใหญ่จริง ๆ และศัตรูของเขาก็อยู่ไม่ไกล

เขาเดินต่อไปอย่างระมัดระวัง พยายามใช้ที่กำบังต่าง ๆ ที่มีอยู่ในอุโมงค์ เช่น เสาคอนกรีตขนาดใหญ่ หรือกองอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ริมทางเดิน

"เปรี้ยง!"

เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากด้านหน้า กรณ์รีบหลบหลังเสาคอนกรีตทันที

"อะไรกัน! เสียงปืนดังมาจากไหน!"

เสียงตะโกนดังขึ้นจากทางด้านหน้า ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่กรณ์กำลังมุ่งหน้าไป

"ข้าว่า... มันคือคนที่เราตามหา!"

"บ้าเอ๊ย! มันเข้ามาได้ยังไง!"

กรณ์รู้แล้วว่าเขากำลังจะเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ เขาพร้อมแล้วที่จะลุย

"บูม!"

เสียงระเบิดดังขึ้นที่ไหนสักแห่ง ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย กรณ์ทรงตัวไว้ได้ เขาเห็นแสงสีแดงกะพริบอยู่ไกล ๆ เป็นสัญญาณเตือน

"ตูม! ตูม!"

เสียงปืนดังขึ้นถี่ ๆ สวนทางกับที่กรณ์กำลังจะไป การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้วจริง ๆ

กรณ์ก้าวออกจากที่กำบังอย่างช้า ๆ มือของเขากำปืนแน่น แววตาของเขาลุกโชนไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขากำลังจะเผชิญหน้ากับ "กลุ่มกงจักร" อย่างเต็มตัว

เขาต้องทำลายล้างมันให้สิ้นซาก!

หน้านิยาย
หน้านิยาย

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!