เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 21 — เสียงกระซิบจากความมืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 994 คำ

ความเย็นเยียบของคอนกรีตดิบนั้นรุนแรงขึ้นจริง ๆ มันไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกทางกายภาพอีกต่อไป แต่กลายเป็นแรงกดดันที่บีบคั้นทุกอณูของชีวิตกรณ์ ชาญณรงค์ มันเหมือนกับว่าโถงอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวลอากาศที่ไร้ชีวิตชีวา เสียงสะท้อนของฝีเท้าที่เคยดังชัดเจนในตอนแรก บัดนี้กลับถูกดูดกลืนหายไปในความเงียบงันอันน่าขนลุก ‌พลวัตของความมืดที่โอบล้อมเขาอยู่ มิใช่ความมืดธรรมดา แต่เป็นความมืดที่เปี่ยมไปด้วยอันตราย ความมืดที่ซ่อนเร้นศัตรูที่มองไม่เห็น

กรณ์เร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงหยาดเหงื่อเย็นเยียบที่เกาะพราวอยู่บนแผ่นหลังภายใต้ชุดยุทธวิธี เขากระชับปืนพกคู่ใจในมือแน่น รู้สึกถึงความมั่นคงเพียงน้อยนิดที่มันมอบให้ในสถานการณ์เช่นนี้ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบ ​ๆ อย่างระแวดระวัง หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กระพริบเป็นจังหวะอย่างน่ารำคาญ สาดแสงสีซีดเซียวลอดผ่านม่านหมอกควันจาง ๆ ที่ลอยเอื่อยอยู่เบื้องบน แสงนั้นเผยให้เห็นเพียงกำแพงคอนกรีตหยาบ ๆ ‍ที่เรียงตัวกันอย่างน่าเบื่อหน่าย แต่ความน่าเบื่อหน่ายนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความผิดปกติบางอย่าง

"เงียบเกินไป..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าของเขาฟังดูเล็กน้อยจนแทบไม่ได้ยินในความเงียบที่ครอบงำ "ถ้ามีคนคุมอยู่ น่าจะมีเสียงอะไรสักอย่าง"

เขาลดความเร็วลงอีกครั้ง ยืดตัวแนบไปกับกำแพง สูดลมหายใจเข้าลึก ‌ๆ พยายามแยกแยะเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจเล็ดลอดออกมาจากความมืด สัมผัสของเขาตื่นตัวขึ้นอย่างถึงขีดสุด จมูกรับรู้ถึงกลิ่นอับชื้นของปูนเก่า ‍ผสมผสานกับกลิ่นฉุนบางอย่างที่เขาไม่อาจระบุได้ แต่ให้ความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจ

ทันใดนั้น เสียงที่เขาพยายามจะหลีกเลี่ยงก็ดังขึ้นมา มันไม่ใช่เสียงฝีเท้า ไม่ใช่เสียงเครื่องจักร แต่มันเป็นเสียงที่ทำให้ขนลุกขนพองไปทั้งสันหลัง

"แกรก..."

เสียงคล้ายกับบางสิ่งบางอย่างกำลังลากครูดไปกับพื้นคอนกรีตดังมาจากเบื้องหน้า เป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้หัวใจของกรณ์เต้นระรัว ​เขาหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง ยึดมั่นในความเงียบจนลมหายใจแทบจะหยุดนิ่ง

"ใครอยู่นั่น!" เขาตะโกนเสียงดัง พยายามใช้ความก้าวร้าวกลบเกลื่อนความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นภายใน

ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา มีเพียงความเงียบที่หนาแน่นยิ่งกว่าเดิม เสียง "แกรก" นั้นหยุดลง ​ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวใจของกรณ์ที่เต้นโครมครามอยู่ในหู

เขาค่อย ๆ ย่องไปข้างหน้า ช้า ๆ แต่มั่นคง แสงจากหลอดไฟกระพริบสะท้อนกับวัตถุบางอย่างที่อยู่ข้างหน้า มันเป็นกล่องโลหะขนาดใหญ่ ​ที่ถูกลากครูดไปบนพื้นจนเป็นรอยยาว

"หรือว่า... มีใครกำลังขนย้ายอะไรบางอย่าง?" เขาคิด แต่แล้วความสงสัยก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดระแวง เมื่อเขาเห็นรอยเลือดแห้งกรังบางส่วนที่เปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นรอบ ๆ กล่องนั้น

เลือด?

ความหนาวเย็นที่เคยรู้สึกก่อนหน้านี้ บัดนี้กลายเป็นความเยือกเย็นที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น ดวงตาจ้องมองไปที่กล่องอย่างไม่ลดละ

"พวกแก... คิดจะทำอะไรกันแน่วะ" เขาพึมพำ

เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็เห็นว่ากล่องนั้นมีขนาดใหญ่มากพอที่จะซ่อนร่างคนทั้งร่างไว้ข้างในได้ และรอยเลือดที่เห็นนั้นก็ชัดเจนเกินกว่าจะเป็นอุบัติเหตุ

"เป็นกับดักหรือเปล่า?" ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว แต่เขาก็สลัดมันทิ้งไป มันดูไม่เหมือนกับดักทั่วไปที่เขาเคยเจอ การลากกล่องโลหะขนาดใหญ่นั้นต้องใช้แรงมาก และน่าจะมีเสียงดังกว่านี้

เขาตัดสินใจใช้ปลายกระบอกปืนเขี่ยกล่องนั้นเบา ๆ

"ตึง..."

กล่องนั้นดูหนักแน่น ไม่ขยับเขยื้อนอย่างที่คิด

ทันใดนั้นเอง สัญญาณเตือนดังขึ้น!

เสียงไซเรนโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอุโมงค์ แสงไฟสีแดงกะพริบวูบวาบ ทำให้บรรยากาศที่มืดครึ้มอยู่แล้ว ยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปใหญ่

"เวรแล้วไง!" กรณ์อุทาน เขารู้ทันทีว่าได้เหยียบกับดักที่มองไม่เห็นเข้าให้แล้ว

เสียงฝีเท้าดังรัวเข้ามาจากทางด้านหลัง และจากทางด้านหน้า! เขาถูกล้อมกรอบ!

"หยุดการเคลื่อนไหว! วางอาวุธลง!" เสียงตะโกนดุดันดังมาจากหลายทิศทาง

กรณ์ไม่ลังเล เขาหมอบลงทันที หลบอยู่หลังกล่องโลหะขนาดใหญ่ พยายามใช้มันเป็นที่กำบัง

"พวกแกเป็นใคร! คิดจะจับฉันไปไหน!" เขาร้องถาม พลางหันรีหันขวางมองหาทางหนี

"พวกแกจะรู้เอง... ชาญณรงค์" เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มลึกที่แฝงไปด้วยความเย็นชา เขาจำน้ำเสียงนี้ไม่ได้

แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาเป็นลำ ๆ กวาดไปทั่วบริเวณ ทำให้เห็นภาพของทหารติดอาวุธครบมือจำนวนมาก กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ

"นี่มัน... ไม่ใช่แผนของท่านนายพลแน่" ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติอย่างมหันต์

"ถ้าแกไม่ยอมทำตาม เราจะบีบให้แกยอม!" เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง

กรณ์กัดฟันกรอด รู้ดีว่าการต่อสู้ตรง ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ เขาถูกล้อมไว้หมดแล้ว

"แล้วถ้าฉันไม่ยอมล่ะ?" เขาท้าทาย พลางเตรียมพร้อมที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด

"เราก็มีวิธีของเรา"

วินาทีนั้นเอง กรณ์ก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป เขาไม่ได้ยินเสียงปืน ไม่ได้ยินเสียงการปะทะ แต่กลับได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากภายในกล่องโลหะที่เขาใช้เป็นที่กำบัง

"ครืด... ครืด..."

เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับบางสิ่งบางอย่างกำลังพยายามจะขยับตัวอยู่ภายใน

"อะไรกันแน่... ในกล่องนี้" ความอยากรู้อยากเห็นผสานกับความตื่นตระหนก

ก่อนที่กรณ์จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ทหารที่ล้อมอยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาใช้เครื่องมือบางอย่างค่อย ๆ ปลดล็อกกล่องโลหะนั้นอย่างใจเย็น

"อ๊ากกกกก!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากภายในกล่อง! เสียงนั้นไม่ใช่เสียงมนุษย์! มันเป็นเสียงที่แปลกประหลาด น่าสะพรึงกลัว ราวกับเสียงสัตว์ประหลาดที่ถูกทรมาน

กรณ์เบิกตากว้าง เขาไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต

ทันใดนั้น ฝากล่องก็ถูกเปิดออก!

แสงไฟฉายสาดส่องเข้าไปภายใน แต่แทนที่เขาจะเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว กรณ์กลับเห็นเพียงความว่างเปล่า...

และสิ่งหนึ่งที่ลอยเด่นอยู่กลางกล่อง คือ...

"นี่มัน...!" กรณ์อุทานออกมาอย่างตกตะลึง

มันคือ... ดอกไม้พิรุณ

ดอกไม้สีดำสนิทที่เคยปรากฏในภาพถ่ายที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ ดอกไม้ที่เต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดและหวาดหวั่น บัดนี้กลับถูกนำมาไว้ในสถานที่แห่งนี้!

"พวกแก... ขโมยมันมาจากไหน?" เขาถามเสียงแข็ง

"เราไม่ได้ขโมย... เราสร้างมันขึ้นมา" เสียงทุ้มลึกตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

"สร้าง? เป็นไปไม่ได้!"

"แกยังไม่รู้อะไรอีกมาก ชาญณรงค์... โลกนี้มันใหญ่กว่าที่แกเคยคิด"

ขณะที่เขากำลังประมวลผลข้อมูลที่ถาโถมเข้ามาอยู่นั้นเอง ทหารที่อยู่รอบ ๆ ก็เริ่มถอยร่นออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงพื้นที่ว่างเปล่ารอบ ๆ ตัวเขา

"ทำไม... พวกแกถึงปล่อยฉันไป?" กรณ์ถามอย่างไม่เข้าใจ

"ยังไม่ถึงเวลา... ที่แกจะต้องตาย" เสียงนั้นกระซิบกลับมา "แต่จำไว้... ถ้าแกคิดจะขวางทางเราอีก... แกจะไม่มีวันได้เห็นแสงอาทิตย์อีกเลย"

สิ้นเสียงนั้น ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงไซเรนที่ค่อย ๆ เงียบลงไป ทิ้งไว้เพียงความมืดและความเย็นเยียบที่คุ้นเคย

กรณ์ยังคงหมอบนิ่งอยู่หลังกล่องโลหะ เขาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง สัมผัสได้ถึงอันตรายที่ยังคงคุกคามอยู่

เขาเหลือบไปมองที่ดอกไม้พิรุณอีกครั้ง มันยังคงลอยนิ่งอยู่กลางกล่อง ราวกับจะเย้ยหยันเขา

"ดอกไม้พิรุณ... ที่ถูกสร้างขึ้นมา?" ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัว

เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ พยายามรวบรวมสติให้กลับคืนมา

"พวกแก... คือใครกันแน่?"

เขาไม่ได้รับคำตอบใด ๆ มีเพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอับชื้นของคอนกรีต

กรณ์ตัดสินใจเดินออกจากอุโมงค์แห่งนั้นอย่างช้า ๆ เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่ข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ ๆ คือ การต่อสู้ครั้งนี้... มันกำลังจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม และเขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

เขาเดินออกมาจากปากอุโมงค์ สู่ความมืดของป่าทึบที่ปกคลุมอยู่เบื้องบน แสงจันทร์รำไรสาดส่องลงมา เป็นเหมือนสัญญาณให้รู้ว่า... ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล และอันตรายก็ยังคงคุกคามอยู่รอบตัว

แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไป ร่างของเขาก็พลันหยุดชะงัก เมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ...

บนพื้นดินเบื้องหน้าเขา... มีรอยเท้า!

รอยเท้าที่ดูเหมือนเพิ่งจะประทับลงไปไม่นานนัก เป็นรอยเท้าที่เล็กกว่ารอยเท้าของผู้ชายทั่วไป และมัน... ทอดตัวเข้าไปในความมืดของป่าลึก...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!