ตอนที่ 22 — เสียงกระซิบจากเงามืด
ความเย็นเยียบของคอนกรีตดิบนั้นรุนแรงขึ้นจริง ๆ มันไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกทางกายภาพอีกต่อไป แต่กลายเป็นแรงกดดันที่บีบคั้นทุกอณูของชีวิต กรณ์ ชาญณรงค์ มันเหมือนกับว่าโถงอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวล... ความรู้สึกนั้นยังคงตามหลอกหลอนกรณ์มาตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขาตื่นขึ้นมาในความมืดสนิทของสถานที่แห่งนี้ เขาพยายามขยับตัว สัมผัสถึงพื้นผิวที่เย็นยะเยือกและหยาบกร้านใต้ฝ่ามือ ไม่มีแสงใด ๆ เล็ดลอดเข้ามา แม้แต่ประกายดาวเล็ก ๆ ที่เคยเป็นเพื่อนยามค่ำคืนบนหลังคา ก็ดูเหมือนจะถูกพรากไปจากเขาโดยสิ้นเชิง
"ที่นี่มันที่ไหนกันแน่?" เสียงของกรณ์แหบพร่า เกือบจะกลืนหายไปกับความเงียบที่โอบล้อม เขาพยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมารวมกัน ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่จะมาอยู่ที่นี่คือภาพของความวุ่นวาย การต่อสู้ที่ดุเดือดบนยอดตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ แสงนีออนที่สาดส่องยามค่ำคืนถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดที่แทบจะจับต้องได้
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ พยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืด แต่ก็ไร้ประโยชน์ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงดำมืดราวกับหลุมดำ เขาเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง แขนทั้งสองข้างยื่นออกไปข้างหน้าเพื่อสัมผัสสิ่งกีดขวาง เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงกว้าง บ่งบอกถึงความเวิ้งว้างที่เขาไม่สามารถประเมินขนาดได้
"ใครก็ได้! ได้ยินผมไหม!" กรณ์ตะโกนสุดเสียง แต่มีเพียงเสียงสะท้อนกลับมาเป็นคำตอบ ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเรื่อย ๆ เขาเคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่การต่อสู้กับศัตรูที่มองเห็นได้ แต่มันคือการต่อสู้กับความไม่รู้ ความอ้างว้าง และความเย็นเยียบที่กำลังกัดกินจิตใจ
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เย็นเฉียบและนุ่มนิ่มสัมผัสเข้ากับข้อเท้า มันเป็นเส้นลวดหรือสายอะไรบางอย่างที่ทอดตัวอยู่บนพื้น กรณ์สะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นระรัว เขาพยายามก้าวถอยหลัง แต่ก็ติดเข้ากับอะไรบางอย่างที่แข็งทื่ออยู่ด้านหลัง
"อะไรกันวะเนี่ย!" เขาสบถด้วยความหงุดหงิดและหวาดระแวง เขาค่อย ๆ ก้มลงใช้มือคลำสำรวจสิ่งนั้น มันดูเหมือนจะเป็นโครงเหล็กบาง ๆ เรียงกันเป็นแนว ก่อตัวเป็นกำแพงที่มองไม่เห็นในความมืด
ในขณะที่เขากำลังพยายามทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัว เสียงเล็ก ๆ กระซิบดังขึ้นข้างหู มันเบาเสียจนแทบจะนึกว่าหูแว่วไปเอง "ที่นี่... ไม่มีใครได้ยินเสียงนายหรอก..."
กรณ์ตัวแข็งทื่อ เขาหันขวับไปตามทิศทางของเสียง ดวงตาเบิกกว้าง พยายามเพ่งมองเข้าไปในความมืด แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใด "ใคร! ออกมาเดี๋ยวนี้!"
เสียงกระซิบเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูเย้ยหยันเล็กน้อย "ทำไม... กลัวเหรอ?"
"ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น! บอกมาว่านายเป็นใคร! แล้วที่นี่มันคือที่ไหน!" กรณ์พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น แต่ความรู้สึกไม่สบายใจกำลังคืบคลานเข้ามา
"นาย... เป็นคนของพวกมันสินะ?" เสียงกระซิบถามกลับมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
"พวกไหน? ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น" กรณ์ตอบตามตรง เขาพยายามคิดหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ และใครคือคนที่กำลังพูดกับเขา
"อย่ามาโกหก! พวกแกมันก็เหมือนกันหมด! มาตามล่าหาของ... ตามล่าหาความลับ..." เสียงกระซิบเริ่มขาดห้วง เหมือนกับผู้พูดกำลังพูดด้วยความยากลำบาก
"ฉันไม่ได้ตามล่าอะไรทั้งนั้น! ฉันแค่ต้องการหาทางออกไปจากที่นี่" กรณ์พยายามอธิบาย
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีแดงสลัว ๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาทั่วโถงอุโมงค์ มันเป็นแสงที่ออกมาจากหลอดไฟฝังเพดานที่เปิดขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน ทำให้กรณ์ต้องหรี่ตาลงด้วยความตกใจ
เมื่อแสงสว่างขึ้นพอที่จะมองเห็น กรณ์ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในโถงอุโมงค์ที่กว้างขวาง ผนังและเพดานล้วนเป็นคอนกรีตเปลือยที่เย็นยะเยือก พื้นมีรอยขีดข่วนและคราบสกปรกมากมาย แสดงให้เห็นถึงการใช้งานมาอย่างยาวนาน
และสิ่งที่ทำให้เขาอึ้งไปกว่านั้นคือ... บนพื้น มีร่างของใครบางคนนอนกองอยู่ ร่างนั้นดูผอมบาง สวมเสื้อผ้าสีเข้มที่ดูเก่าขาด และเมื่อกรณ์เพ่งมองเข้าไปใกล้ ๆ เขาก็เห็นว่าผู้ที่นอนอยู่เป็นเด็กสาว ร่างกายของเธอเกร็งชัก ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเบิกโพลง แต่ไร้ประกาย
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น!" กรณ์รีบทรุดตัวลงไปดูเด็กสาว เขาพยายามสัมผัสชีพจรที่ข้อมือ แต่ก็แทบไม่รู้สึกถึงการเต้น
"เขา... เขาไม่ยอมบอก... พวกมันเลย..." เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากมุมหนึ่งของโถงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
กรณ์หันไปมองด้วยความตกใจ เมื่อเขาเห็นเงาร่างเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด เป็นเด็กสาวอีกคนหนึ่ง มีอายุราว ๆ สิบขวบ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าเปื้อนฝุ่น แต่ดวงตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกและแข็งกร้าว
"เธอ... เธอทำแบบนี้เหรอ?" กรณ์ถามเสียงเบา
เด็กสาวพยักหน้าเบา ๆ น้ำตาเริ่มคลอหน่วย "เขา... ไม่อยากให้ใครรู้... เขาบอกว่าถ้าเรารู้... เราจะถูกฆ่า..."
"ใคร? ใครที่เธอพูดถึง?" กรณ์ถามอย่างร้อนรน
"คน... คนที่จับเรามา... คนที่ทำให้ที่นี่... เย็นเหมือนน้ำแข็ง..." เด็กสาวตอบเสียงสั่น เธอกลุกตัวลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นร่างกายที่ผอมโซ
"พวกเขาจับพวกเธอมาที่นี่เหรอ? แล้วพวกเธอเป็นใคร?" กรณ์ถามอีกครั้ง
"เรา... เป็นแค่เด็ก... ที่หลงเข้ามา... พวกเขาจับเรามา... เพื่อใช้... ใช้เป็นเครื่องมือ..." เด็กสาวพูดพลางก้มหน้ามองพื้น
"เครื่องมือ? เครื่องมืออะไร?"
"เครื่องมือ... ในการ... ค้นหา... สิ่งที่พวกเขาต้องการ..." เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "พวกเขามี... แผนที่... แผนที่โบราณ... ที่จะนำไปสู่... สิ่งที่ทรงพลัง..."
กรณ์เริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น ที่นี่คือฐานลับของกลุ่มคนบางกลุ่มที่กำลังตามหาสมบัติหรือสิ่งสำคัญบางอย่าง และพวกเขาใช้เด็ก ๆ ที่ถูกจับมาเป็นเครื่องมือในการค้นหา
"แล้วเด็กคนนั้น... เขาเป็นอะไร?" กรณ์ชี้ไปที่ร่างของเด็กสาวที่นอนนิ่งอยู่
"เขา... เขาเห็น... เห็นบางอย่าง... ในแผนที่... ที่พวกมันไม่ต้องการให้ใครเห็น... พวกมันเลย... ลงโทษเขา..." น้ำเสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยความเศร้า
"พวกนั้นอยู่ที่ไหน?" กรณ์ถาม
"พวกเขา... ออกไปข้างนอกแล้ว... ไปตามหา... สถานที่ที่ถูกระบุไว้ในแผนที่... เหลือแต่... พวกเรา... ที่ถูกทิ้งไว้..."
"พวกเธออยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?"
"ไม่รู้... นานมาก... จนเรา... ลืมไปแล้ว..." เด็กสาวตอบเสียงแผ่ว
กรณ์มองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ความเงียบที่เคยรู้สึกน่ากลัว ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่ความมืดและเย็นยะเยือกอีกต่อไป แต่เป็นความเศร้า ความสูญเสีย และความหวังที่ริบหรี่
"แล้ว... เธอ... สามารถบอกฉันได้ไหม... ว่าทางออกไปจากที่นี่อยู่ที่ไหน?" กรณ์ถาม พยายามใช้คำพูดที่อ่อนโยนที่สุด
เด็กสาวมองไปที่ทางเดินที่ทอดยาวออกไปในความมืด "ทางออก... มี... แต่... มันอันตราย... พวกมัน... วางกับดักไว้... ตลอดทาง..."
"ฉันต้องออกไปจากที่นี่... ฉันมีภารกิจที่ต้องทำ" กรณ์กล่าวอย่างหนักแน่น
เด็กสาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า "ถ้า... ถ้าเธออยากจะออกไป... ฉันจะช่วย... แต่... เธอต้อง... สัญญาว่า... จะไม่ทิ้ง... พวกเรา..."
"ฉันจะพยายาม... แต่ตอนนี้... ฉันต้องไปก่อน..." กรณ์บอกตามตรง
เด็กสาวพยักหน้า "งั้น... ตามฉันมา... แต่... ระวัง... เสียงฝีเท้าของเธอ... มันจะไปถึง... พวกยาม..."
กรณ์พยักหน้ารับ เขามองไปที่ร่างของเด็กสาวที่นอนนิ่งอยู่ด้วยความรู้สึกสงสาร แต่ในขณะเดียวกัน จิตใจของเขาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะต้องหาทางออกจากที่นี่ให้ได้
เด็กสาวเดินนำเขาไปอย่างเงียบเชียบ มือเล็ก ๆ คอยชี้ทางและบอกถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ตลอดเส้นทาง กรณ์พยายามเดินตามให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลมหายใจของเด็กสาว หรือแม้แต่เสียงสะท้อนของฝีเท้าตัวเองที่ดังผิดปกติ
ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์เรื่อย ๆ ความมืดก็ยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย กรณ์สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอากาศ มันเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าพวกเขาใกล้จะออกจากพื้นที่ที่ถูกควบคุมอุณหภูมิแล้ว
"ข้างหน้า... จะมี... ประตูเหล็ก..." เด็กสาวกระซิบ "พวกมัน... ปิดมันไว้... แต่... ฉันรู้... วิธีเปิด..."
กรณ์รู้สึกถึงความหวังที่ค่อย ๆ ผลิบานขึ้นมาในใจ เขาเดินตามเด็กสาวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงโลหะเสียดสีดังเบา ๆ เป็นเสียงที่น่าจะเป็นเสียงของประตูเหล็ก
"เราถึงแล้ว..." เด็กสาวกล่าว
กรณ์พยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของวัตถุที่อยู่ตรงหน้า มันคือประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา
"ฉันจะเปิดให้... แต่อย่าส่งเสียงดังนะ..." เด็กสาวพูดพลางเอื้อมมือเล็ก ๆ ไปสัมผัสกับแผงควบคุมที่ซ่อนอยู่ข้างประตู
กรณ์เฝ้ามองด้วยความลุ้นระทึก เขารู้ดีว่าการเปิดประตูบานนี้อาจจะเป็นก้าวสำคัญที่จะนำเขาไปสู่เสรีภาพ หรืออาจจะเป็นกับดักสุดท้ายที่รอเขาอยู่
ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอุโมงค์!
"แย่แล้ว!" เด็กสาวร้องอุทานด้วยความตกใจ
กรณ์หันขวับไปมอง เธอ! เสียงกระซิบที่เขาได้ยินตอนแรก... มันคือเสียงของเด็กสาวคนนี้! เธอคือคนที่พยายามเตือนเขา!
"พวกมันรู้แล้ว!" เด็กสาวตะโกน
กรณ์มองไปที่ทางเดินด้านหลังที่เริ่มมีแสงไฟสีแดงสาดส่องเข้ามา และเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของใครบางคนกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่อย่างรวดเร็ว!
"รีบไป!" เด็กสาวผลักกรณ์ไปทางประตู "ฉัน... ฉันจะถ่วงเวลาให้!"
"ไม่ได้! เราต้องไปด้วยกัน!" กรณ์ตะโกนกลับ
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เสียงปืนนัดแรกก็ดังขึ้น!
กรณ์รู้ดีว่าเขาไม่มีเวลาตัดสินใจอีกต่อไป เขาเหลือบมองเด็กสาวที่ยืนเผชิญหน้ากับทางเดินด้วยแววตาแน่วแน่ ก่อนจะหันกลับมาที่ประตูเหล็กที่เริ่มมีช่องว่างเล็ก ๆ เปิดออก และพุ่งทะลวงเข้าไปในนั้น...
ปลายทางของเขาจะเป็นที่ไหน? และชะตากรรมของเด็กสาวจะเป็นเช่นไร? กรณ์ไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด เขาเพียงแค่ต้องวิ่ง... วิ่งหนีจากความตายที่กำลังไล่ตามมาติด ๆ...

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก