ความเย็นเยียบของคอนกรีตดิบนั้นรุนแรงขึ้นจริง ๆ มันไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกทางกายภาพอีกต่อไป แต่กลายเป็นแรงกดดันที่บีบคั้นทุกอณูของชีวิต กรณ์ ชาญณรงค์ มันเหมือนกับว่าโถงอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวลอากาศอันมหาศาลที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา กรณ์กัดฟันแน่น เหงื่อเย็นไหลซึมตามไรผม แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่หนาวเหน็บจนเส้นเลือดแทบแข็งตัวก็ตาม
"พวกมันกำลังจะมา" เสียงแหบพร่าของ "เงา" ดังขึ้นมาในความเงียบที่น่าอึดอัดนั้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ยากจะปกปิด กรณ์หันไปมองเงาที่ยืนนิ่งราวกับรูปสลักน้ำแข็งอยู่ข้าง ๆ แววตาของเงาฉายประกายแห่งความระแวดระวัง ราวกับกำลังรับสัมผัสถึงภัยอันตรายที่คืบคลานเข้ามา
"รู้สึกได้เหมือนกัน" กรณ์ตอบ เสียงของเขาเองก็แหบแห้งไม่แพ้กัน “พวกมัน…เยอะเกินไป”
โถงอุโมงค์ใต้ดินแห่งนี้ซับซ้อนกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก หลังจากการต่อสู้บนหลังคาอันดุเดือดใจกลางกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน และการฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการเพื่อเข้ามายังฐานลับแห่งนี้ กรณ์และเงาก็พบว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับ "กองทัพ" ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลับ ๆ ภายใต้ผืนแผ่นดินอันสงบนิ่ง
"พวกมันไม่ใช่แค่ทหารธรรมดา กรณ์" เงาเสริม ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ โถงอันกว้างขวาง “อาวุธที่พวกมันใช้…มันไม่ใช่ของที่หาได้ทั่วไป”
กรณ์พยักหน้า เขาเองก็สังเกตเห็นเช่นนั้น อาวุธที่เขาเห็นจากเงาตะคุ่มของพวกศัตรูนั้นเป็นโลหะสีดำสนิท มีรูปทรงแปลกตา ที่สำคัญคือมันส่องประกายเรืองรองจาง ๆ ยามต้องแสงไฟนีออนสีซีดที่ประดับอยู่ตามผนังคอนกรีต
"เทคโนโลยีชั้นสูง" กรณ์พึมพำ “พวกมันลงทุนมากจริง ๆ”
"มากเกินกว่าที่เราจะคิดถึง" เงากล่าว "เราต้องไปต่อ กรณ์ เวลาของเราเหลือน้อยแล้ว"
"ไปทางไหน?" กรณ์ถาม เขากวาดสายตามองทางออกที่ดูเหมือนจะมีอยู่หลายทาง แต่ทุกทางล้วนนำไปสู่ความมืดมิดที่น่าหวาดหวั่น
"ทางนั้น" เงาชี้นิ้วไปยังอุโมงค์แคบ ๆ ที่ดูเหมือนจะทอดลึกลงไปใต้กว่าเดิม ผนังอุโมงค์นั้นดูเก่าแก่กว่าส่วนอื่น ๆ ราวกับเป็นส่วนที่ถูกสร้างขึ้นมาทีหลัง หรืออาจจะเป็นทางเข้าสู่ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของฐานแห่งนี้
"ดูเหมือนจะอันตรายกว่าเดิม" กรณ์กล่าว
"อันตรายกว่าเดิม…แต่ก็เป็นทางเดียวที่เราจะหลุดพ้นจากวงล้อมของพวกมันได้" เงากล่าวตัดบท
ทั้งสองคนก้าวเดินเข้าไปในอุโมงค์แคบ ๆ นั้นอย่างระมัดระวัง แสงไฟจากไฟฉายที่คาดอยู่บนศีรษะของกรณ์ส่องนำทางไป เสียงฝีเท้าของพวกเขากระทบกับพื้นคอนกรีตสะท้อนก้องไปทั่ว ความเย็นเยียบยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับมีมีดน้ำแข็งกรีดผ่านอากาศ
"รู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในช่องแช่แข็ง" กรณ์พึมพำ
"อย่าใจลอย กรณ์" เงาเตือน "พวกมันอาจจะซุ่มอยู่ทุกมุม"
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงจุดที่อุโมงค์เริ่มกว้างขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของพวกเขาคือห้องโถงขนาดมหึมาที่ยิ่งกว่าห้องโถงแรกเสียอีก แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก คือภาพที่อยู่เบื้องหน้า
ผนังของห้องโถงแห่งนี้ไม่ได้ทำจากคอนกรีตดิบ ๆ อีกต่อไป แต่เป็นแผ่นโลหะสีเงินวาววับที่สะท้อนแสงไฟราวกับกระจก มีท่อร้อยสายไฟและท่อน้ำจำนวนมากเลื้อยพันไปมาตามผนังและเพดาน ราวกับเป็นหลอดเลือดของสิ่งมีชีวิตกลไกขนาดยักษ์
ใจกลางของห้องโถง มีแท่นโลหะขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้กรณ์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง
มันคือ "เครื่องจักร" บางชนิด…หรืออาจจะเรียกได้ว่า "เตาปฏิกรณ์" แต่ไม่ใช่เตาปฏิกรณ์แบบที่เขาเคยเห็นหรือเคยได้ยิน
เครื่องจักรนั้นมีลักษณะเป็นทรงกระบอกขนาดใหญ่ สูงเสียดเพดาน ผิวภายนอกเป็นโลหะสีดำสนิท สลักลายประหลาดที่ดูเหมือนจะเป็นอักขระโบราณหลายภาษาซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ รอบ ๆ แกนกลางของเครื่องจักร มีใบพัดโลหะสีเงินวาววับหมุนวนช้า ๆ ส่งเสียงหึ่ง ๆ ต่ำ ๆ ที่ราวกับจะสั่นสะเทือนไปถึงแก้วหู
แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ…มี "หมอก" สีขาวขุ่นลอยกรุ่นอยู่รอบ ๆ แท่นเครื่องจักรนั้น หมอกนั้นดูเหมือนจะหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และมีลักษณะคล้ายกับ "หิมะ" ที่กำลังจะโปรยปรายลงมา
"นี่มัน…อะไรกัน?" กรณ์อุทาน เสียงของเขาสั่นเครือ
"ระบบทำความเย็นขั้นสูง…หรืออาจจะเป็น…บางอย่างที่อันตรายกว่านั้น" เงาตอบ เสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงเช่นกัน
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของห้องโถง พวกมันดังมาเป็นจังหวะเดียว แน่นอนว่าคือ "พวกมัน"
"มาถึงแล้ว" เงากล่าวอย่างรวดเร็ว "เราต้องทำลายเครื่องจักรนั่น"
"ทำไม?" กรณ์ถาม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเครื่องจักรที่ดูเหมือนจะแช่แข็งทุกสิ่งทุกอย่างนี้ถึงเป็นเป้าหมาย
"มันคือหัวใจของที่นี่ กรณ์" เงาอธิบายอย่างฉับไว "ถ้ามันทำงานเต็มประสิทธิภาพ มันจะปล่อยคลื่นความเย็นที่สามารถแช่แข็งทุกสิ่งได้ภายในรัศมีหลายกิโลเมตร…ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงจิตใจด้วย"
"แช่แข็งจิตใจ?" กรณ์ทวนคำ
"ใช่" เงาย้ำ "พวกมันได้สร้างมันขึ้นมาเพื่อควบคุม…หรือจะเรียกว่า 'ทำลาย' สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่เข้ามายุ่งเกี่ยว"
กรณ์มองไปยังเครื่องจักรที่กำลังปล่อยหมอกสีขาวขุ่นออกมาเรื่อย ๆ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมความเย็นถึงได้รุนแรงขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่ความเย็นทางกายภาพ แต่มันคือพลังงานที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา
"แล้วเราจะทำลายมันได้อย่างไร?" กรณ์ถาม เขามองไปที่เครื่องจักรขนาดมหึมานั้นด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
"ต้องเจาะเข้าไปที่แกนกลาง" เงากล่าว "ถ้าเราสามารถทำลายส่วนนั้นได้…ระบบทั้งหมดจะหยุดทำงาน"
"แต่เราไม่มีเวลาแล้ว" กรณ์มองไปยังทางเข้าห้องโถงที่ตอนนี้มีเงาตะคุ่มของพวกทหารติดอาวุธจำนวนหนึ่งกำลังปรากฏขึ้นอย่างหนาแน่น
"เราต้องสร้างความไขว้เขว" เงากล่าว "ฉันจะล่อพวกมันไปอีกทาง เธอจงหาทางเข้าถึงแกนกลางของเครื่องจักรนั่น"
"อันตรายเกินไป" กรณ์ทักท้วง
"ไม่มีทางเลือกอื่น" เงากล่าว เสียงของเขามั่นคง "จำแผนของเราได้ไหม? ฉันจะสร้างเสียงดังล่อพวกมันไปทางซ้าย เธอใช้จังหวะที่พวกมันหันเหความสนใจ พุ่งตรงไปที่เป้าหมาย"
ก่อนที่กรณ์จะได้ตอบโต้ เงาก็ได้สปริงตัวออกไปแล้ว เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ราวกับสายลมที่พัดโชยผ่านใบมีด เขาพุ่งตรงไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่พวกศัตรูกำลังจะเข้ามา พร้อมกับปล่อย "เงา" ออกมาจากมือ
เงาเหล่านั้นกลายเป็นสายฟ้าสีดำพุ่งเข้าโจมตีพวกทหารที่กำลังเข้ามาอย่างรวดเร็ว เกิดเสียงปะทะและเสียงร้องด้วยความตกใจ เสียงเหล่านั้นดังก้องไปทั่วห้องโถง
"ไปเถอะ กรณ์!" เงาตะโกนกลับมา
กรณ์ไม่รอช้า เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวที่เขามี เขาพุ่งตัวออกจากที่กำบัง และเริ่มวิ่งตรงไปยังแท่นเครื่องจักรนั้น
ขณะที่เขาวิ่งไป เขาก็สังเกตเห็นว่าผนังโลหะสีเงินวาววับนั้นเต็มไปด้วยแผงควบคุมและหน้าจอแสดงผลจำนวนมาก เขารู้ว่าหากมีเวลา เขาอาจจะสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องจักรนี้ได้ แต่ตอนนี้…ชีวิตของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
พวกทหารเริ่มตอบโต้การโจมตีของเงา พวกเขาเริ่มระดมยิงอาวุธที่มีแสงสีฟ้าสว่างวาบเข้าใส่เงา เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องโถง
กรณ์หลบหลีกการโจมตีเหล่านั้นอย่างว่องไว เขากระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง และใช้เครื่องจักรขนาดเล็กที่อยู่รอบ ๆ เป็นที่กำบัง เขาเห็นเงาของเงากำลังต่อสู้กับพวกทหารอย่างดุเดือด
"ใกล้เข้าไปอีกนิด!" กรณ์บอกตัวเอง
เมื่อเขาเข้าใกล้แท่นเครื่องจักรมากพอ เขาเห็นว่ามันมีช่องว่างอยู่ด้านล่างของแกนกลาง ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดที่สามารถเข้าถึงได้
"นี่แหละ!" เขาพึมพำ
แต่ทันใดนั้นเอง…
"ฉ่าาาา!"
เสียงดังที่เหมือนการระเบิดของน้ำแข็ง หรือเสียงลมพายุที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงดังขึ้นมาจากเครื่องจักรนั้น หมอกสีขาวขุ่นก็พุ่งกระจายออกมาอย่างรวดเร็วในทุกทิศทาง
กรณ์รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่รุนแรงจนแทบลืมหายใจ มันไม่ใช่แค่ความเย็นอีกต่อไป แต่เป็นความเย็นที่เหมือนจะกัดกินเข้าไปในกระดูก
"ไม่นะ!" เขาตะโกน
หมอกสีขาวนั้นก่อตัวขึ้นเป็น "พายุหิมะ" ขนาดย่อม ๆ ที่หมุนวนอยู่รอบ ๆ แท่นเครื่องจักรนั้น ทำให้ทัศนวิสัยลดลงอย่างรวดเร็ว
กรณ์มองไปรอบ ๆ ตัวเขา เขาเห็นเงาของเงากำลังดิ้นรนต่อสู้กับพายุหิมะที่กำลังก่อตัวขึ้นเช่นกัน
"เราต้องทำลายมันก่อนที่มันจะแช่แข็งทุกสิ่ง!" เขาตะโกน
แต่ดูเหมือนว่า…พายุหิมะนี้จะกำลังกลืนกินทุกสิ่งอย่างรวดเร็วเกินไป
กรณ์พยายามจะพุ่งเข้าไปหาแกนกลางของเครื่องจักร แต่หมอกสีขาวนั้นหนาแน่นเกินกว่าที่เขาจะมองเห็นอะไรได้เลย
เขาได้ยินเสียงของเงากระซิบแผ่วเบา… "กร…ณ์…"
แล้วทุกอย่างก็เริ่มมืดลง…

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก