เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 25 — พายุในอุโมงค์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,050 คำ

ความเย็นเยียบของคอนกรีตดิบยังคงแผ่ซ่านไปทั่วร่างของกรณ์ ชาญณรงค์ มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกกายภาพที่กระทบผิวหนัง แต่กลับหยั่งลึกเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง ราวกับว่าโถงอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวลแห่งความตายที่ไร้ชีวิตจิตวิญญาณ เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องสะท้อนไปมาอย่างน่าขนลุกในความเงียบอันมหาศาล มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักของเขาเองที่ดังเป็นจังหวะคู่ขนานกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัว แต่ในความเงียบงันนั้น ‌กลับมีเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่คอยวนเวียนอยู่รอบตัว ราวกับจะเย้ยหยันความพยายามของเขา

“เข้ามาสิ... เข้ามาให้ลึกกว่านี้...”

เสียงนั้นแหลมเล็กแต่ทรงพลัง มันแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของความคิด ราวกับจะชักนำเขาให้ก้าวลึกเข้าไปในความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด กรณ์กำหมัดแน่น นิ้วจิกเข้าเนื้อจนรู้สึกถึงความเจ็บปวด เขาพยายามสะบัดหัวไล่เสียงนั้นออกไป ​แต่มันกลับยิ่งดังชัดขึ้นในหัวของเขา

“รู้ว่ามา... รู้ว่ากลัว... แต่ก็ยังอยากรู้ใช่ไหม?”

เขาหยุดยืนนิ่ง โสตประสาททั้งหูจดจ่อกับทิศทางของเสียงนั้น มันมาจากเบื้องหน้า เขาเอื้อมมือไปสัมผัสผนังอุโมงค์ ผิวคอนกรีตเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง แต่ก็มีความชื้นเล็กน้อยเกาะติดอยู่ ‍บางครั้งเขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากใต้ฝ่าเท้า ราวกับมีเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงานอยู่ลึกลงไปอีก

“ไม่... ข้าไม่กลัว...” เขาตอบเสียงแหบพร่า “แค่กำลังจะไปหาคนที่เจ้าส่งมา”

เสียงหัวเราะเยาะที่ดังขึ้นราวกับเสียงลมหวีดหวิวทำเอาขนทั้งตัวของเขาลุกชัน “โอ้... คิดว่าเจอผู้ก่อการร้ายงั้นหรือ? พวกมันเป็นเพียงเบี้ย... ‌เบี้ยที่ถูกส่งมาเพื่อทดสอบเจ้าเท่านั้น”

“ทดสอบ? แล้วถ้าข้าผ่านการทดสอบล่ะ?”

“ถ้าเจ้าผ่าน... เจ้าจะได้เจอความจริง... ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันสวยงามของโลกใบนี้... ความจริงที่จะทำให้เจ้าต้องร้องขอความตาย”

คำพูดนั้นยิ่งเพิ่มความสงสัยใคร่รู้ในตัวของกรณ์ เขาไม่เคยรู้สึกถึงความกดดันเช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางกายภาพ แต่เป็นการต่อสู้กับจิตใจ ‍การต่อสู้กับความหวาดกลัวที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน

เขาเดินต่อไป ผนังอุโมงค์เริ่มแคบลงเรื่อย ๆ แสงจากไฟฉายของเขาฉายสาดไปยังพื้นผิวที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ราวกับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างพยายามจะขุดเจาะออกมาจากที่นี่ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อประคองการเคลื่อนไหว

“เจ้ากำลังจะพาข้าไปไหน?” เขาถาม

“ไปสู่จุดศูนย์กลาง... ไปสู่หัวใจของสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะตาย...”

“สิ่งมีชีวิตที่กำลังจะตาย... ​หมายถึงอะไร?”

“ทุกสิ่ง... ล้วนมีจุดจบ... แม้กระทั่งสิ่งที่เราเรียกว่า 'ความหวัง'...”

กรณ์ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำพูดนั้น แต่เขารู้สึกได้ว่ากำลังเข้าใกล้บางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ เขาได้ยินเสียงน้ำไหลแว่ว ๆ มาจากด้านหน้า ​ผสมกับเสียงเครื่องจักรที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ มันไม่ใช่เสียงที่ธรรมดา

ทันใดนั้น แสงจากไฟฉายก็ส่องไปกระทบกับตาข่ายเหล็กขนาดใหญ่ที่ปิดกั้นทางเดินไว้ กรณ์หยุดชะงัก เขาตรวจสอบตาข่ายอย่างละเอียด มันแข็งแรงทนทานมาก ไม่มีทางที่เขาจะปีนข้ามไปได้ง่าย ​ๆ

“ไม่เห็นมีอะไรเลย...” เขาสบถ

“บางที... สิ่งที่เจ้ามองเห็น... ก็ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่จริงเสมอไป...” เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “ลองมองหา... สิ่งที่ซ่อนอยู่...”

กรณ์เพ่งสายตาไปที่ตาข่ายเหล็ก เขาหมุนไฟฉายไปมา สังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่ เขาเห็นรอยเชื่อมบางจุดที่ไม่สม่ำเสมอ และมีช่องว่างเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะถูกปิดบังไว้ด้วยอะไรบางอย่าง

“มีบางอย่าง... ตรงนี้...” เขาพูดกับตัวเอง

เขาหยิบมีดสั้นที่พกติดตัวออกมาอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มงัดแงะตรงรอยเชื่อมที่ดูผิดปกติ มันเป็นงานที่ต้องใช้ความประณีตและความอดทนสูง เสียงโลหะเสียดสีกันดังเป็นระยะ ๆ

“เจ้ากำลังเสียเวลา... กรณ์ ชาญณรงค์... เวลาของเจ้าใกล้หมดแล้ว...”

“ข้าไม่เคยเสียเวลา... กับการไขปริศนา...” เขาตอบเสียงหอบ “และข้าจะไม่มีวันเสียเวลากับคำขู่ลม ๆ แล้ง ๆ ของเจ้า!”

หลังจากใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สามารถงัดแงะส่วนหนึ่งของตาข่ายเหล็กออกมาได้สำเร็จ มันเปิดเป็นช่องเล็ก ๆ พอให้เขาก้มตัวลอดผ่านไปได้

“ดีมาก... นี่คือจุดเริ่มต้น...” เสียงกระซิบนั้นดูเหมือนจะพอใจ “จงก้าวต่อไป... และเตรียมรับมือกับความจริง...”

กรณ์ไม่รอช้า เขาแทรกตัวลอดผ่านช่องนั้นไปอย่างทุลักทุเล เมื่อพ้นจากตาข่าย เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในอุโมงค์อีกแห่งหนึ่งที่กว้างขวางกว่าเดิมมาก บรรยากาศรอบตัวยังคงเย็นเยียบ แต่คราวนี้มีกลิ่นอายของสารเคมีบางอย่างปะปนอยู่ด้วย

เขาเดินต่อไปด้วยความระมัดระวัง เขาเห็นหลอดไฟนีออนสีขาวที่ติดเป็นระยะ ๆ ตามผนังอุโมงค์ ส่องแสงสว่างจ้าจนทำให้รู้สึกปวดตา

“ที่นี่... คือที่ไหนกันแน่?” เขาถามเสียงดัง

“ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น... และที่ที่ทุกอย่างจะสิ้นสุด...”

“เจ้าตอบคำถามข้าตรง ๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม?”

“ความจริง... ไม่ได้ต้องการคำตอบ... มันต้องการเพียงการยอมรับ...”

กรณ์เริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากเบื้องหน้า เขาชะงักทันที เขาหมุนตัวกลับไปมองทางที่เขาเพิ่งผ่านมา แต่ก็ไม่พบสิ่งใด

“พวกมันมาแล้ว...” เขาพูดกับตัวเอง

เขาหยิบปืนพกออกมาจากซอง เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ เขาเริ่มได้ยินเสียงตะโกน และเสียงอาวุธดังขึ้นเรื่อย ๆ

“อย่าเพิ่งรีบร้อน... พวกมันเพียงจะพาเจ้าไปสู่บททดสอบต่อไป...”

“บททดสอบต่อไป? ข้าไม่ต้องการบททดสอบ! ข้าต้องการคำตอบ!”

“คำตอบ... ที่เจ้าไขว่คว้า... กำลังรอเจ้าอยู่... แต่ก่อนอื่น... เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน...”

ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าเขาก็เปิดออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นห้องโถงกว้างขวางที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วบริเวณ บนแท่นกลางห้อง มีร่างหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ดูเหมือนจะถูกควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ

กรณ์มองร่างนั้นด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าใคร หรืออะไร คือคนที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่

“มาแล้ว... ผู้ถูกเลือก...” เสียงนั้นดังขึ้นจากร่างบนเก้าอี้ เป็นเสียงที่เยือกเย็นและไร้ความรู้สึก

“เจ้าคือใคร?” กรณ์ถามอย่างท้าทาย

“ข้าคือ... ผู้ดูแล... ผู้ดูแลความจริง...”

“ความจริงอะไร? ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาคนที่ลักพาตัวดาริน...”

“ดาริน... เขาคือส่วนหนึ่งของบททดสอบ... บททดสอบที่จะทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น...”

“แข็งแกร่งขึ้น? เพื่ออะไร?”

“เพื่อเผชิญหน้า... กับศัตรูที่แท้จริง...”

“แล้วศัตรูที่แท้จริงของข้าคือใคร?”

“เจ้าจะรู้... เมื่อถึงเวลาอันสมควร...”

ทันใดนั้นเอง แสงไฟสีฟ้าก็สว่างจ้าขึ้นทั่วทั้งห้องโถง ร่างบนเก้าอี้ก็ลุกขึ้นยืนช้า ๆ ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉาน

“บททดสอบแรก... จงเอาชนะข้าให้ได้!”

ร่างนั้นพุ่งเข้าใส่กรณ์อย่างรวดเร็ว กรณ์รีบยกปืนขึ้นเล็ง แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าร่างนั้นเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ตาจะมองตามได้ ราวกับมันเป็นวิญญาณที่ไม่มีตัวตน

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น กรณ์ต้องใช้ทักษะการต่อสู้ทั้งหมดที่มีเพื่อรับมือกับศัตรูที่ลึกลับและทรงพลังนี้ เขาหลบหลีกการโจมตีอย่างฉิวเฉียด พยายามหาช่องโหว่เพื่อสวนกลับ

“เร็วเกินไป... ช้าเกินไป...” เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้ายังไม่พร้อม... กรณ์ ชาญณรงค์...”

“ข้าจะทำให้เจ้าประหลาดใจ!” กรณ์ตะโกนตอบ

เขาตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่เขาถนัด เขาพุ่งเข้าใส่ร่างนั้นอย่างไม่ลังเล พยายามใช้แรงปะทะเพื่อทำลายสมดุลของมัน

“เจ้าคิดว่า... การใช้กำลัง... จะเอาชนะข้าได้งั้นหรือ?”

ร่างนั้นหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา ก่อนจะพุ่งเข้ามาประชิดตัว กรณ์เห็นช่องว่างเพียงเสี้ยววินาที เขาตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก

การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดคลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องโถง แสงไฟสีฟ้ากระพริบถี่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

กรณ์รู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลที่ส่งผลให้ร่างของเขากระเด็นไปชนกับผนังอย่างแรง เขาสะบัดหัวเล็กน้อย พยายามตั้งสติ

“ยัง... ยังไม่จบ...” เขาพึมพำ

เขามองไปยังร่างที่กำลังยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า เขาเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไป... ดวงตาของมันไม่ได้เรืองแสงสีแดงอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสีฟ้าอ่อน ๆ ราวกับจะแสดงถึงความอ่อนล้า

“เจ้า... ไม่ใช่... คน... ของพวกมัน...” กรณ์พูดอย่างยากลำบาก

“ถูกต้อง... กรณ์ ชาญณรงค์...” เสียงนั้นอ่อนลง “ข้าคือ... นภัส... น้องชายของเจ้า...”

กรณ์อึ้งไป เขาไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นภัส? น้องชายที่เขาคิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว?

“เป็นไปไม่ได้...”

“มันเป็นไปได้... พี่ชาย...” นภัสพูดเสียงแหบพร่า “พวกมัน... จับตัวข้าไป... และ... เปลี่ยนข้าให้เป็นแบบนี้...”

ความจริงที่น่าตกใจนี้ทำให้กรณ์สั่นสะท้าน เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป เขาได้เผชิญหน้ากับอะไรกันแน่? และการต่อสู้ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร? ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้อุโมงค์แห่งนี้ ลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้เสียอีก...

...และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาเคยเจอมา...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!