เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 26 — แสงไฟริบหรี่ในอุโมงค์ลึก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,155 คำ

ความเย็นยะเยือกของคอนกรีตดิบยังคงเกาะกุมร่างของกรณ์ ชาญณรงค์ ไม่ใช่เพียงสัมผัสทางกายภาพที่สัมผัสได้ถึงผิวหนัง แต่มันแทรกซึมลึกไปถึงกระดูกสันหลัง ราวกับว่าอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวลแห่งความมืดและความสิ้นหวังที่จับต้องได้ กรณ์หายใจเอาอากาศเย็นเฉียบเข้าไปในปอด มันกระตุ้นให้เส้นเลือดที่ขมับเต้นระรัว ภาพความทรงจำของยามค่ำคืนบนหลังคาตึกสูงในกรุงเทพฯ ‌ปะปนกับกลิ่นอับชื้นของดินและคอนกรีตที่ลอยมาแตะจมูก

เขาขยับตัวอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้ายังคงหลงเหลืออยู่ แต่ไม่มากเท่ากับตอนที่เขากระโดดลงมาจากจุดสูงสุดของอาคารในระหว่างการไล่ล่าบนฟากฟ้าของเมืองหลวงเมื่อคืนก่อน การต่อสู้บนยอดตึกสูงเสียดฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงสีของเมืองยามราตรีนั้นจบลงด้วยการที่เขาต้องกระโจนลงสู่ความมืดเบื้องล่างเพื่อหลบหนีการปิดล้อมของหน่วยลาดตระเวนที่ใช้ยานพาหนะไร้คนขับที่ติดอาวุธหนัก การลงจอดที่ไม่สมบูรณ์นั้นทำให้เขาบาดเจ็บ แต่ก็แลกมาด้วยการหลุดพ้นจากการถูกตรวจจับ

ตอนนี้เขากำลังดำดิ่งสู่ความลึกลับของฐานลับใต้ดินแห่งนี้ ที่ซึ่งความเย็นเยียบไม่ได้มาจากสภาพอากาศ แต่มาจากความอำมหิตขององค์กรที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความมืดมิด ​กรณ์ใช้มือข้างหนึ่งคลำไปตามผนังคอนกรีตที่หยาบกร้าน กลิ่นอายของความชื้น กลิ่นอับของความเก่าแก่ และกลิ่นฉุนบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย ลอยปะปนกันจนแสบจมูก เขาพยายามเพ่งสมาธิเพื่อแยกแยะเสียงรอบข้าง เสียงหยดน้ำที่ก้องกังวานในความเงียบ เสียงลมที่พัดผ่านรอยแตกเล็กๆ ‍ในผนังที่ยากจะมองเห็น และเสียงฝีเท้าของเขาเองที่ดังสะท้อนราวกับมีคนกำลังเดินตามอยู่

“เรามาถึงไหนกันแน่…” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าจากการขาดน้ำและความเหนื่อยล้า

ความทรงจำเริ่มฉายชัดขึ้น ภาพใบหน้าของ ‘พยัคฆ์’ ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ขณะที่เขากำลังตะโกนสั่งการลูกน้องให้กวาดล้างพื้นที่ ‌ภาพของ ‘เมษา’ หญิงสาวผู้มีอดีตอันซับซ้อนและมีบทบาทสำคัญในการพาเขามายังที่แห่งนี้ ภาพเหล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ไม่ใช่แค่จากสภาพแวดล้อม แต่จากภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ การช่วยเหลือเมษา ‍และการเปิดโปงความลับดำมืดขององค์กรนี้

จู่ๆ แสงไฟสีส้มอมแดงริบหรี่ก็ปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้า มันส่องสว่างเพียงน้อยนิด แต่ก็เพียงพอที่จะขับไล่ความมืดมิดที่กำลังกัดกินโสตประสาทออกไปได้บ้าง กรณ์หยุดชะงัก เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แสงไฟนี้อาจหมายถึงการมีผู้คนอยู่ใกล้ๆ หรืออาจเป็นสัญญาณว่าเขาใกล้จะถึงเป้าหมายแล้ว ​เขาค่อยๆ เลื่อนมือไปที่ซองปืนพกที่คาดอยู่ที่เอว นิ้วโป้งค่อยๆ แตะลงบนด้ามปืน เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์

เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า เสียงฝีเท้าของเขาเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน ลมหายใจถูกควบคุมอย่างมีสติ เขาใช้สายตาเพ่งมองไปยังต้นกำเนิดของแสงไฟ ​มันมาจากช่องเปิดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่อยู่สุดทางเดินแคบๆ นี้ ความรู้สึกระแวงยังคงคุกรุ่น แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะได้ข้อมูลหรือพบกับเมษา

เมื่อเขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ช่องเปิดนั้น กลิ่นอายของความร้อนที่แตกต่างจากความเย็นเยียบของคอนกรีตก็ลอยเข้ามาปะทะ การผสมผสานระหว่างกลิ่นโลหะที่เผาไหม้ กลิ่นสารเคมีบางอย่าง ​และกลิ่นอายของควันไฟบางเบา ทำให้เขายิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น กรณ์ค่อยๆ ยื่นศีรษะเข้าไปสำรวจภายใน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาแทบจะกลั้นหายใจ

มันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่พอสมควร ผนังด้านหนึ่งถูกประดับประดาด้วยแผงควบคุมที่ส่องแสงสีฟ้าอ่อนๆ เป็นระยะๆ มีสายไฟระโยงระยางพันเกี่ยวกันไปมา เหมือนใยแมงมุมที่ถักทอขึ้นจากความซับซ้อนของเทคโนโลยี กลางห้องมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่วางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย และที่มุมหนึ่ง มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กที่ส่งเสียงหึ่งๆ พร้อมกับเปลวไฟสีส้มที่กำลังลุกไหม้ มันคือต้นกำเนิดของแสงไฟริบหรี่ที่เขาเห็น

แต่สิ่งที่ทำให้กรณ์ต้องตั้งสติให้มั่น คือชายร่างกำยำสองคนที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบแผงควบคุมเหล่านั้น พวกเขาสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากกันแก๊สที่ดูน่าเกรงขาม กรณ์จำได้ว่าชุดแบบนี้เคยเห็นจากภาพถ่ายในแฟ้มลับของ ‘พยัคฆ์’ นี่คือหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงขององค์กร

“ตรวจพบการเคลื่อนไหวในโซน 3… เป็นไปได้ไหมว่าจะมีคนหลุดเข้ามา?” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากชายที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับแผงควบคุม

“เป็นไปได้… แต่ระบบเซ็นเซอร์ของเรายังไม่พบความผิดปกติที่ชัดเจน อาจเป็นสัตว์ป่าที่หลงเข้ามา หรืออุปกรณ์บางอย่างทำงานผิดปกติ” เสียงของอีกคนตอบกลับอย่างราบเรียบ

กรณ์รีบผงะถอยกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาซ่อนตัวอยู่หลังมุมผนัง พยายามควบคุมการหายใจให้เป็นปกติ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เขาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง สองคนนั้นดูเหมือนจะยังไม่พบเขา แต่ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะเข้ามาตรวจสอบบริเวณนี้ได้ทุกเมื่อ

เขามองไปรอบๆ พยายามหาทางที่จะเคลื่อนที่ต่อไปโดยไม่ให้ถูกตรวจพบ ความมืดมิดที่เคยเป็นเพื่อนกลายเป็นศัตรูที่น่าหวาดหวั่นในเวลานี้ กรณ์ตัดสินใจ เขาต้องหาทางผ่านโซนนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด และเขาต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘เมษา’ ให้เจอ

เขาค่อยๆ ย่องไปตามผนังอีกด้านหนึ่ง โดยใช้เงามืดเป็นที่กำบัง เสียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังกลบเสียงฝีเท้าของเขาไปได้บ้าง แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เขารู้สึกปลอดภัย กรณ์เหลือบมองไปที่แผงควบคุมอีกครั้ง เขาเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่คุ้นตา มันเป็นสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นในเอกสารลับของ ‘พยัคฆ์’ เกี่ยวกับโครงการลับที่ชื่อว่า ‘โปรเจกต์เงาพิรุณ’

“โปรเจกต์เงาพิรุณ…” เขาพึมพำชื่อนั้นอีกครั้ง ชื่อที่เคยทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายที่คุกคามประเทศชาติ ชื่อที่เชื่อมโยงกับ ‘เมษา’ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้

เขาต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เขาต้องรู้ว่าโปรเจกต์นี้คืออะไร และเมษามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร กรณ์ตัดสินใจเดินหน้าต่อไป เขาต้องอาศัยความมืดและสิ่งกีดขวางต่างๆ เป็นเกราะกำบัง

ขณะที่เขากำลังย่องผ่านไปอีกมุมหนึ่ง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังของห้องโถงนั้น เสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาต้องรีบเร่ง

“ตรวจพบความเคลื่อนไหวเพิ่มในโซน 3… มีคนมากกว่าหนึ่งคน” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา เป็นเสียงของชายคนที่สองที่คุยกับคนแรก

“เร่งการตรวจสอบ! ระบุตำแหน่ง! กวาดล้างพื้นที่!” เสียงแรกดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น

กรณ์รู้ตัวว่าถูกจับได้แล้ว เขาไม่มีเวลาคิด เขาต้องหาทางออกที่ดีที่สุด

ทันใดนั้น แสงไฟที่ส่องสว่างจากแผงควบคุมก็พลันดับลง! ความมืดมิดกลับคืนมาครอบงำอย่างฉับพลัน เสียงอื้ออึงของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเงียบลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ดังชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

“อะไรกัน? ไฟดับ!” เสียงของชายคนหนึ่งตะโกนด้วยความตกใจ

“ระบบสำรองฉุกเฉินควรจะทำงานสิ! ตรวจสอบ!”

กรณ์ใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังสับสนกับความมืด เขาพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน วิ่งไปตามทางเดินที่เขามั่นใจว่าจะเป็นทางที่จะพาเขาออกไปจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด เสียงฝีเท้าของหน่วยรักษาความปลอดภัยดังไล่หลังมา เสียงตะโกนสั่งการ เสียงปืนที่ยิงนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหว

“หยุด! นายนั่น!”

กระสุนเฉียดผ่านศีรษะของเขาไปอย่างหวุดหวิด กรณ์ไม่หันกลับไปมอง เขาวิ่งสุดกำลัง อาศัยสัญชาตญาณที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อนำทางผ่านความมืดที่บัดนี้กลับกลายเป็นมิตรอีกครั้ง

เขามาถึงทางแยกสองทาง กรณ์ตัดสินใจหันซ้ายอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ว่าเส้นทางนี้จะพาเขาไปสู่จุดใด เขารู้เพียงว่าเขาต้องหนีให้พ้นจากหน่วยรักษาความปลอดภัยนี้ไปให้ได้เสียก่อน

เสียงฝีเท้าของหน่วยรักษาความปลอดภัยดังตามมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เขาได้ยินเสียงโลหะกระทบกัน เหมือนกำลังจะเปิดประตูบางอย่าง

“เขาไปทางนั้น! อย่าให้มันหนีไปได้!”

กรณ์หอบหายใจอย่างหนัก เขาเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าสะสมที่เริ่มปรากฏขึ้น แต่เขาก็รู้ดีว่าต้องผลักดันตัวเองต่อไป

ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากด้านหลังเขา ไม่ใช่เสียงปืน แต่มันเป็นเสียงเหมือนกับวัตถุขนาดใหญ่กำลังพังทลายลงมา แผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย

กรณ์ชะงัก เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็รู้ว่านี่คือโอกาส เขาเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าอีก เขาเห็นแสงสว่างจางๆ อยู่เบื้องหน้า เป็นแสงที่แตกต่างจากแสงไฟริบหรี่ในห้องโถงก่อนหน้านี้ มันเป็นแสงสีขาวนวลๆ ที่ดูเหมือนแสงสว่างจากธรรมชาติ

เขาพุ่งตรงไปยังแหล่งกำเนิดแสงนั้น เมื่อเขาไปถึง เขาก็พบว่ามันคือช่องเปิดขนาดใหญ่ ที่เปิดออกสู่ด้านนอก

แต่สิ่งที่เขาเห็นเมื่อโผล่หัวออกไปจากช่องเปิดนั้น ทำให้เขานิ่งงันไปชั่วขณะ

เบื้องหน้าเขา ไม่ใช่ป่าทึบตามที่เขาคาดหวัง แต่กลับเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ทอดยาวออกไปอย่างไม่สิ้นสุด มีรถไฟขนาดเล็กหลายขบวนจอดเรียงรายอยู่บนราง ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ใจกลางสถานีรถไฟใต้ดินลับ

และท่ามกลางแสงไฟสีขาวนวลที่ส่องสว่างนั้น เขาก็เห็นร่างของใครบางคนยืนอยู่

ร่างนั้นหันกลับมาเผชิญหน้าเขา ดวงตาคู่หนึ่งสบประสานกับดวงตาของกรณ์

เป็น ‘เมษา’

เธอไม่ได้อยู่ในสภาพที่อันตรายอย่างที่เขาคิด แต่ใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ราวกับว่าเธอรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

“กรณ์…” เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ดังก้องอยู่ในหูของเขา

ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยอะไรออกไป เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลังของเขา

“จับมันไว้!”

หน่วยรักษาความปลอดภัยชุดดำสองคนปรากฏตัวขึ้นที่ปากอุโมงค์ที่เขาเพิ่งวิ่งออกมา พวกเขาชักปืนขึ้นเล็งมาที่เขา

กรณ์ถอยหลังกลับไปยืนอยู่ข้างเมษา เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้เป็นอย่างไรกันแน่ แต่สิ่งที่เขารู้แน่ๆ คือ เขาต้องปกป้องเมษา และต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เมื่อเมษามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่กรณ์ยังไม่เข้าใจ ทันใดนั้นเอง รถไฟขบวนหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้ๆ ก็เริ่มเคลื่อนที่ ส่งเสียงหวีดแหลมดังขึ้น และมุ่งตรงมายังกรณ์และเมษา…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!