เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

ตอนที่ 28 — เพลิงแค้นกลางพสุธา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,181 คำ

ความเย็นยะเยือกของคอนกรีตดิบยังคงเกาะกุมร่างของกรณ์ ชาญณรงค์ ไม่ใช่เพียงสัมผัสทางกายภาพที่สัมผัสได้ถึงผิวหนัง แต่มันแทรกซึมลึกไปถึงกระดูกสันหลัง ราวกับว่าอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวลแห่งความมืดและความหวังที่ถูกพรากไป เบื้องหน้าของเขาคือภาพอันน่าตกตะลึง แสงไฟสีส้มสลัวจากกองเพลิงที่ลุกไหม้สะท้อนวูบวาบบนผนังคอนกรีตที่หยาบกร้าน เปลวไฟที่โหมกระหน่ำนั้นไม่ได้มาจากอาวุธใดๆ ‌แต่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกราดไว้ทั่วบริเวณ และกำลังกัดกินชิ้นส่วนสำคัญของฐานลับใต้ดินแห่งนี้

“มันเริ่มแล้วสินะ!” เสียงของ “นที” ดังขึ้นมาพร้อมกับความหอบเหนื่อย แสงไฟฉายที่เขาถือส่องไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดแต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นของเขา “เราต้องรีบหาทางออกไปจากที่นี่ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนกิน”

กรณ์พยักหน้าช้าๆ ​สมองของเขากำลังประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาเคยคาดการณ์ไว้แล้วว่า “วิษณุ” อาจจะใช้วิธีการอันสิ้นหวังเช่นนี้หากจนมุม แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ ภาพใบหน้าของ “อลิสา” แวบเข้ามาในหัว ‍เขาต้องพาเธอออกไปให้ได้

“ทางไหน?” กรณ์ถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการสูดอากาศที่เริ่มมีควันไฟปะปน

“ทางนี้!” นทีชี้ไปทางปลายอุโมงค์ที่มืดมิดกว่าจุดอื่น “น่าจะเป็นทางเข้าสู่ห้องควบคุมหลัก ผมเคยเห็นแผนผังคร่าวๆ ตอนที่แทรกซึมเข้ามา”

ทั้งสองรีบวิ่งฝ่าม่านควันและไอความร้อนที่เริ่มแผ่ขยายเข้ามา กรณ์พยายามกลั้นหายใจทุกครั้งที่ต้องผ่านกลุ่มควันที่หนาทึบที่สุด ‌การมองเห็นลดลงเหลือเพียงไม่กี่เมตร แต่สัญชาตญาณนักรบของเขาก็ยังคงนำทาง

“ระวัง!” นทีตะโกน พร้อมกับผลักกรณ์ให้หลบไปด้านข้าง เสียงปืนดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว กระสุนเฉียดใบหูของกรณ์ไปเพียงนิดเดียว

เบื้องหน้าของพวกเขา ปรากฏร่างของทหารรักษาการณ์กลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะยังมีสติอยู่ พวกมันยืนขวางทาง ‍พร้อมอาวุธครบมือ

“พวกมันยังไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงนี้” กรณ์กระซิบ “อย่าให้มันรู้”

“คงไม่ทันแล้ว” นทีตอบพร้อมกับชักปืนออกมา “เราต้องสู้!”

นั่นคือสัญญาณ กรณ์ไม่รอช้า เขากระโจนเข้าไปหาทหารคนแรกที่อยู่ใกล้ที่สุด หมัดเหล็กของเขากระแทกเข้าที่ขมับอย่างแม่นยำ ​ทหารคนนั้นทรุดลงไปทันที นทีก็ไม่น้อยหน้า เขาใช้จังหวะที่ทหารอีกคนกำลังจะหันมา ยิงเข้าที่กลางอกอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างดุเดือดและรวดเร็ว ท่ามกลางแสงไฟที่วูบวาบจากเพลิงที่กำลังคืบคลานเข้ามา กรณ์ใช้ทุกทักษะที่เขาฝึกฝนมาอย่างเต็มที่ การหลบหลีก การปัดป้อง ​การโจมตีที่เฉียบคมและเด็ดขาด เขาเคลื่อนไหวราวกับเงาที่หลอมรวมเข้ากับความมืดและความสับสนของสถานการณ์

“อึ่ก!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น นทีถูกยิงเข้าที่ต้นขา แต่เขายังคงประคองตัวเองไว้ได้ กัดฟันสู้ต่อ

“ไม่เป็นไร!” นทีตะโกน พยายามส่งเสียงให้กำลังใจกรณ์ ​“จัดการพวกมันให้เสร็จ แล้วเราไปกันต่อ!”

กรณ์เห็นอาการของนที เขากระชับหมัดแน่นขึ้น ความโกรธแค้นที่สะสมมานานปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาไม่ได้สู้เพียงเพื่อเอาชีวิตรอดอีกต่อไป แต่เพื่อปกป้องคนที่อยู่เคียงข้างเขา

“พวกแกมันก็แค่หมาที่ถูกจ้างมา” กรณ์ตะโกนเสียงดัง “วันนี้พวกแกจะต้องชดใช้!”

เขาพุ่งเข้าใส่ทหารที่เหลือด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม การโจมตีของเขาเต็มไปด้วยพลังและความเด็ดขาด ทหารคนสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามยิงต่อสู้ แต่ก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วของกรณ์ได้ เพียงไม่นาน การต่อสู้ก็จบลง เหลือเพียงร่างของทหารที่นอนจมกองเลือด และเสียงหวีดหวิวของเพลิงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

“เป็นไงบ้าง?” กรณ์รีบเข้าไปประคองนที

“แค่เฉี่ยวๆ” นทีฝืนยิ้ม “แต่คงเดินไม่ไหวแล้ว”

“งั้นเดี๋ยวเราแบกเอง” กรณ์พูดอย่างหนักแน่น เขาใช้ไหล่ข้างหนึ่งพยุงร่างของนทีขึ้นอย่างระมัดระวัง

“ไม่ต้องหรอก” นทีพยายามปฏิเสธ “นายต้องรีบไปพาตัวอลิสาออกมา”

“เราไปด้วยกัน” กรณ์ยืนกราน “ฉันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

เขาอุ้มนทีขึ้นบ่า และก้าวเดินต่อไปในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา ไอความร้อนจากเพลิงที่ลุกไหม้เริ่มสัมผัสได้ถึงผิวหนัง กลิ่นไหม้ของพลาสติกและโลหะลอยมาตามลม

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงประตูบานใหญ่ที่ดูแข็งแรงผิดปกติ มันถูกปิดสนิท และมีแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดอยู่

“ห้องควบคุมหลัก” นทีพึมพำ “ถ้าเราเข้าไปได้ อาจจะปิดระบบระบายอากาศ หรือหาทางออกอื่นได้”

“แล้วเราจะเข้าไปได้ยังไง?” กรณ์ถาม

“ต้องแฮ็กระบบ” นทีตอบ “แต่… ฉันคงทำไม่ไหวแล้ว”

กรณ์มองไปยังแผงควบคุมนั้น เขาไม่เคยมีความรู้ด้านนี้มาก่อนเลย แต่เขารู้ว่าต้องลอง

“เอาล่ะ” กรณ์พูด “นายบอกมา ฉันจะทำตาม”

นทีอธิบายขั้นตอนที่ซับซ้อนให้กรณ์ฟังอย่างรวดเร็ว กรณ์พยายามจดจำทุกคำพูด พยายามทำตามอย่างดีที่สุด มือของเขาที่เคยจับปืนอย่างมั่นคง ตอนนี้กำลังทำงานที่ละเอียดอ่อนอย่างน่าประหลาดใจ

“เสียบสายตรงนี้นะ” นทีบอก “แล้วกดปุ่มสีเขียวตามลำดับนี้…”

กรณ์ทำตามอย่างเงียบๆ เขาได้ยินเสียงลมหายใจของนทีที่เริ่มติดขัด เสียงของเพลิงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ความหวังเริ่มริบหรี่ลงทุกขณะ

“มัน… มันไม่ยอมเปิด” กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มหมดหวัง

“ลองอีกที” นทีพยายามเร่งเสียง “ฉันว่า… ฉันเห็นรหัสบางอย่างบนผนังตอนเข้ามา…”

กรณ์เหลือบมองไปที่ผนังด้านข้าง เขาเห็นรอยขีดข่วนจางๆ ที่น่าจะเป็นตัวเลข “1… 9… 4… 7…” เขาค่อยๆ กดรหัสที่นทีบอก พร้อมกับรหัสที่เขาเห็น

“ติ๊ง!” เสียงสัญญาณดังขึ้น เป็นสัญญาณของการยอมรับ

ประตูเหล็กขนาดใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นห้องควบคุมที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยังคงทำงานอยู่ และที่สำคัญกว่านั้นคือ… แสงสว่างที่ดูเหมือนจะเป็นทางออก

“สำเร็จ!” นทีร้องออกมาด้วยความดีใจที่เจือไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

แต่แล้ว ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของกรณ์ก็ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ

กลางห้องควบคุม มีร่างของ “วิษณุ” ยืนอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำ สะท้อนแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

“คิดว่าแค่นี้จะหยุดฉันได้งั้นเหรอ กรณ์?” วิษณุพูดเสียงเย็นเยียบ “โง่เง่าสิ้นดี”

ข้างกายวิษณุ มีร่างของ “อลิสา” ถูกมัดติดกับเก้าอี้ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อเห็นกรณ์ เธอก็พยายามส่งสัญญาณบางอย่าง

“อลิสา!” กรณ์ตะโกน

“อ้อ… ลืมไป” วิษณุพูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ “เธอคนนี้นี่เอง ที่แกห่วงนักห่วงหนา”

วิษณุหยิบอาวุธที่ดูเหมือนจะเป็นระเบิดพกพาขึ้นมา เขาจ่อมันไปที่ศีรษะของอลิสา

“ถ้าฉันไม่ได้อะไร แกก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน!” วิษณุประกาศเสียงดัง

กรณ์ยืนนิ่ง หัวใจเต้นระรัว เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี การต่อสู้กำลังจะบานปลายไปอีกครั้ง และครั้งนี้ เดิมพันของมันสูงเกินกว่าที่เขาจะรับไหว

“ปล่อยเธอซะ วิษณุ” กรณ์พูดเสียงเย็น “ฉันยอมแพ้”

วิษณุหัวเราะเสียงแหลม “ยอมแพ้? แกไม่เคยยอมแพ้ กรณ์! ฉันรู้จักแกดี”

เขากดนิ้วไปที่ตัวจุดชนวนของระเบิด

“แต่… ฉันมีทางเลือกอื่น” วิษณุพูดพลางมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ “ระบบระบายอากาศ… ฉันได้เปิดมันไว้แล้ว”

กรณ์หันไปมองที่หน้าจอ เขาเห็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าระบบกำลังทำงาน

“มันจะเอาควันไฟทั้งหมดเข้ามาในห้องนี้” วิษณุอธิบาย “อีกไม่นาน… ทุกคนในห้องนี้ก็จะหายใจไม่ออก… รวมถึงแกด้วย!”

ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้ามา กรณ์มองไปยังอลิสาที่กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัว เขาเหลือบมองไปยังนทีที่อ่อนแรงอยู่บนพื้น

“นที…” กรณ์กระซิบ

“ไปเถอะ กรณ์…” นทีพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “พาตัวอลิสาไป… ฉัน… ฉันจะไม่เป็นอะไร”

แต่กรณ์รู้ดีว่ามันไม่ใช่เช่นนั้น เขาไม่สามารถทิ้งใครไว้เบื้องหลังได้

“ฉันจะพาเธอไป” กรณ์พูดกับวิษณุ “แต่เธอต้องปล่อยเธอ”

“ไม่มีทาง” วิษณุส่ายหน้า “แกต้องอยู่กับฉัน… ในนรกนี้!”

วิษณุเงื้อแขนขึ้น เตรียมจะกดปุ่มสุดท้าย

กรณ์ไม่รอช้า เขากระชากตัวนทีให้ลุกขึ้น และใช้ร่างกายบังนทีไว้ เขาพุ่งเข้าใส่ร่างของวิษณุด้วยความเร็วแสง

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว

ร่างของวิษณุ เซไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงประคองระเบิดไว้ได้

“แก… แกทำอะไร!” วิษณุตะคอก

“ฉันแค่… ทำให้มันง่ายขึ้น” กรณ์พูด เขาเห็นว่าระเบิดในมือของวิษณุมีรอยร้าวจากการที่เขาพุ่งเข้าชน

“ระวัง!” อลิสาตะโกน

กรณ์หันไปมอง เธอชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่งของห้องควบคุม

“ตรงนั้น! มีระบบดับเพลิงฉุกเฉิน!”

กรณ์เข้าใจในทันที เขากระโจนไปที่ผนังนั้นอย่างรวดเร็ว เขากดปุ่มสีแดงอย่างแรง

“ฟู่!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยละอองน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากหัวฉีดที่อยู่ทั่วห้อง

ละอองน้ำเย็นเฉียบปะทะเข้ากับใบหน้าของวิษณุ ทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย

“แก!” วิษณุตะโกนด้วยความโกรธ

แต่ในจังหวะที่วิษณุชะงักไปนั้นเอง กรณ์ก็ใช้โอกาสนี้ กระโจนเข้าใส่เขาอีกครั้ง

“เผียะ!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ระเบิดในมือของวิษณุ หลุดออกไป เขาพยายามคว้ามันไว้ แต่ก็ไม่ทัน

“ครืนนนนน!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ระเบิดได้ตกลงไปในแอ่งน้ำที่กำลังขยายวงกว้างจากการทำงานของระบบดับเพลิง

“ไม่!” วิษณุร้องออกมาด้วยความเสียใจ

แต่ก็สายเกินไปแล้ว

“ตูมมมมมม!”

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ท่วมท้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ยิน

ไอความร้อนจากแรงระเบิดปะทะเข้ากับร่างของกรณ์อย่างรุนแรง แต่เขาก็ยังคงพยายามคว้าแขนของอลิสาไว้แน่น

“อลิสา!” กรณ์ตะโกน

ร่างของอลิสา ถูกกระแทกเข้ากับอกของกรณ์อย่างแรง

เสียงของระบบดับเพลิงยังคงดังอยู่ ละอองน้ำโปรยปรายลงมา ชำระล้างกลิ่นควันไฟ และกลิ่นเลือด

เมื่อเสียงระเบิดสงบลง กรณ์ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ร่างของวิษณุได้หายไปแล้ว เหลือเพียงซากปรักหักพัง และกลิ่นไหม้ที่ยังคงอบอวลอยู่

กรณ์พยุงร่างของอลิสาขึ้นมา ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ปลอดภัย

“เรา… เราทำได้” อลิสาพึมพำ

“ใช่” กรณ์ตอบ “เราทำได้”

เขามองไปรอบๆ ห้องควบคุมที่เสียหายหนัก แต่เขาก็ยังเห็นช่องทางหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางออกฉุกเฉิน

“ไปกันเถอะ” กรณ์พูด “ไปจากที่นี่”

แต่แล้ว เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง…

อยู่ไม่ไกลจากร่างของวิษณุที่สูญหายไป… มีวัตถุบางอย่างที่ยังคงสภาพสมบูรณ์…

มันคือ…

(จบตอน)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!