ความเย็นยะเยือกของคอนกรีตดิบยังคงเกาะกุมร่างของกรณ์ ชาญณรงค์ ไม่ใช่เพียงสัมผัสทางกายภาพที่สัมผัสได้ถึงผิวหนัง แต่มันแทรกซึมลึกไปถึงกระดูกสันหลัง ราวกับว่าอุโมงค์แห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ในมวลแห่งความมืดและอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหน้า เขาขยับตัวอย่างระมัดระวังทุกอณู แสงไฟฉายที่ติดอยู่บนหน้าผากส่องกระทบฝาผนังที่เต็มไปด้วยคราบน้ำและตะไคร่สีเขียวเข้ม เผยให้เห็นเส้นสายของสายไฟที่ระโยงระยาง สลับกับท่อโลหะที่ขึ้นสนิม บ่งบอกถึงความเก่าแก่และถูกทอดทิ้งมานาน
"ยังไงบ้าง?" เสียงของอรุณดังแผ่วเบามาจากเครื่องสื่อสารที่แนบอยู่ข้างหู กรณ์กลั้นหายใจ สังเกตการณ์รอบตัว ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เรียบที่สุด
"ยังไม่ถึงเป้าหมาย เสียงสัญญาณยังห่างออกไปอีกพอสมควร แต่... ฉันเริ่มได้กลิ่นบางอย่าง"
กลิ่นที่ว่านั้นไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของอุโมงค์ใต้ดิน หรือกลิ่นสนิมของโลหะ แต่เป็นกลิ่นฉุนแสบจมูกที่เขาคุ้นเคย เป็นกลิ่นของสารเคมีบางชนิดที่ใช้ในการผลิตอาวุธ หรืออาจจะเป็น... ยาพิษ
"ระวังตัวด้วยนะกรณ์ สัญญาณนั้นยิ่งใกล้เข้ามา ยิ่งอันตราย" อรุณกำชับ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เกินกว่าจะปิดบัง
กรณ์พยักหน้า แม้ว่าอรุณจะมองไม่เห็นก็ตาม การเดินทางในความมืดมิดนี้ มีเพียงเขาและอันตรายที่มองไม่เห็นเท่านั้น ความรู้สึกผิดหวังที่ความพยายามในการหลบหนีของนักโทษชุดสุดท้ายล้มเหลว ยังคงกัดกินใจเขาอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็รู้ดีว่า ไม่มีเวลาให้จมปลักอยู่กับอดีต
เขาหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบูทออกมา สัมผัสกับโลหะเย็นเฉียบให้ความรู้สึกมั่นคงในยามคับขัน เขาก้าวเดินต่อไป เสียงฝีเท้าของเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงน้ำที่หยดติ๋งๆ จากเพดานอุโมงค์
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามนุษย์อีกคู่หนึ่ง ไม่ใช่เสียงของเขาเอง เสียงนั้นดังมาจากด้านหน้า และมันกำลังใกล้เข้ามา!
กรณ์รีบดับไฟฉายทันที ความมืดมิดโอบล้อมตัวเขาอย่างสมบูรณ์ เขาผนังอุโมงค์ด้านข้างแนบแผ่นหลังลงไป สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในเนื้อผ้าของชุด
"ใคร?" เสียงห้าวตะโกนดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องไปมา
กรณ์ไม่ได้ตอบ เขาหายใจเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของความมืด เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเหล่านั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้าเขาไม่ห่าง
"เห็นอะไรไหม?" เสียงหนึ่งถาม
"ไม่ เห็นอะไรเลย นอกจากความมืด"
"แปลก... สัญญาณบอกว่ามีคนอยู่ตรงนี้"
กรณ์รู้สึกได้ถึงลมหายใจของคนเหล่านั้นที่รดต้นคอ เขาเตรียมพร้อมที่จะสู้ การต่อสู้ในที่แคบแบบนี้ อันตรายกว่าที่คิด แต่ก็เป็นโอกาสให้เขาได้ใช้ทักษะที่ฝึกฝนมา
ทันใดนั้นเอง เสียงเอะอะก็ดังขึ้นจากด้านหลังของหน่วยลาดตระเวนเหล่านั้น!
"ไง ไอ้พวกขี้ขลาด!" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอย่างกึกก้อง "คิดว่าจะซ่อนอะไรไว้จากฉันได้รึไง?"
กรณ์เบิกตากว้าง เขาจำเสียงนั้นได้ดี เสียงของ "พยัคฆ์" อดีตคู่หูที่ทรยศหักหลังเขา!
แสงไฟฉายเหล่านั้นหันขวับไปยังต้นเสียง พยัคฆ์ปรากฏตัวขึ้นกลางอุโมงค์ด้วยท่าทีเย้ยหยัน พร้อมกับลูกน้องอีกสามสี่คนที่ยืนคุมเชิงอยู่
"แก... แกมาทำอะไรที่นี่?" หนึ่งในหน่วยลาดตระเวนถามอย่างตะลึง
"มาทวงสิ่งที่ฉันควรจะได้ไงล่ะ" พยัคฆ์หัวเราะเยาะ "แล้วก็มาส่งแขกพิเศษด้วย"
เขาผายมือไปยังด้านหลังของเขา ช้าๆ ร่างของนักโทษที่เคยหลบหนีออกมาได้... นักโทษที่กรณ์คิดว่าปลอดภัยแล้ว... ก็ถูกลากออกมาท่ามกลางแสงไฟ
"ไม่จริง!" กรณ์พึมพำออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา
นักโทษคนนั้น... คือ "บุหลัน" หญิงสาวที่กรณ์พยายามช่วยเหลือมาตลอด! สภาพของเธออ่อนแรง ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่ดวงตาของเธอยังคงส่องประกายแห่งความมุ่งมั่น
"กรณ์..." บุหลันเอ่ยเรียกชื่อเขาอย่างอ่อนแรง "หนีไป..."
"หึ... หึ... หึ..." เสียงหัวเราะของพยัคฆ์ดังขึ้นราวกับเสียงปีศาจ "ช่างเป็นฉากที่น่าประทับใจจริงๆ นะ ว่าไหม? แต่คงจะจบลงแค่นี้แหละ"
พยัคฆ์เงื้อแขนขึ้น บังคับให้บุหลันก้าวไปข้างหน้า ทำเป็นโล่กำบัง
"ถ้าใครขยับแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะบดขยี้เธอให้แหลกคามือเลย" พยัคฆ์ประกาศเสียงดัง
กรณ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้าเขา การเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ในสถานการณ์เช่นนี้ หมายถึงเขาต้องเสี่ยงชีวิตของบุหลัน เขาไม่สามารถปล่อยให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับเธอได้อีก
"ปล่อยเธอไป พยัคฆ์" กรณ์ก้าวออกมาจากมุมมืดอย่างช้าๆ "แกต้องการอะไร บอกมา"
พยัคฆ์ยิ้มกว้าง ดวงตาของเขาทอประกายเจ้าเล่ห์ "ฉันต้องการทุกอย่างไงล่ะ ไอ้กรณ์! อำนาจ เงินทอง ทุกสิ่งที่แกเคยมี ฉันจะยึดมันคืนทั้งหมด!"
"แกไม่มีวันได้มันไป!" กรณ์กัดฟันตอบ
"งั้นก็ลองดู!" พยัคฆ์สั่งลูกน้อง "จัดการมัน!"
ทันทีที่คำสั่งสิ้นสุดลง ลูกน้องของพยัคฆ์ก็พุ่งเข้าใส่กรณ์อย่างไม่ลังเล กรณ์หลบหลีกการโจมตีอย่างฉับพลัน เขาใช้มีดสั้นที่อยู่ในมือต่อสู้ป้องกันตัว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดในพื้นที่แคบ เสียงปะทะของเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว
กรณ์อาศัยความคล่องแคล่วและความเก๋าเกมในการต่อสู้ เขาปัดป้อง หลบหลีก และสวนกลับอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้น จำนวนของศัตรูก็ยังคงมากกว่า และพวกเขาก็ดูเหมือนจะมีอาวุธที่เหนือกว่า
ขณะที่กรณ์กำลังต่อสู้กับลูกน้องของพยัคฆ์สองคน บุหลันก็พยายามสบโอกาส เธอใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องของพยัคฆ์อย่างแรง ทำให้เขาเสียหลักไปชั่วขณะ
"แก! ยัยสารเลว!" พยัคฆ์ตะโกนพลางปัดมือบุหลันออกอย่างแรง
แต่การกระทำของบุหลันก็เป็นสัญญาณให้กรณ์ เขาสบโอกาสที่พยัคฆ์เสียสมาธิ ฟาดมีดสั้นเข้าใส่ลูกน้องคนหนึ่งจนล้มลง ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวพยัคฆ์
"แกไม่มีวันชนะฉันได้ พยัคฆ์!" กรณ์ตะโกน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"นั่นสินะ... ใครจะรู้" พยัคฆ์ยิ้มเยาะ เขากระชากแขนบุหลันเข้ามาบังหน้าอีกครั้ง "แต่ถ้าแกจะฆ่าฉัน... เธอก็ต้องตายไปด้วย"
กรณ์ชะงัก เขาเห็นแววตาของพยัคฆ์ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำร้ายบุหลัน เขาไม่สามารถเสี่ยงได้
"พอแล้ว! ฉันยอม!" กรณ์ตะโกนเสียงดัง "ปล่อยเธอไป แล้วฉันจะยอมทำตามที่แกต้องการ"
พยัคฆ์หัวเราะอย่างสะใจ "ดีมาก! ฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ ไอ้กรณ์! ทีนี้... ถอยออกไปให้หมด!"
กรณ์ค่อยๆ ลดมีดในมือลง เขาถอยห่างจากพยัคฆ์อย่างช้าๆ ลูกน้องที่เหลืออยู่ก็ถอยตามไปด้วยเช่นกัน
"เอาล่ะ... มาคุยกันหน่อย" พยัคฆ์กล่าว พลางลากบุหลันที่อ่อนแรงไปนั่งลงบนพื้น "แกจะให้ข้อมูลอะไรกับฉันบ้าง? เกี่ยวกับแผนการทั้งหมดของพวกแก"
กรณ์มองบุหลันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและสำนึกผิด เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องทำตามข้อตกลงเพื่อรักษาชีวิตเธอไว้
"ฉันจะบอกทุกอย่าง..." กรณ์ตอบเสียงแผ่ว "แต่แกต้องปล่อยเธอไปก่อน"
พยัคฆ์หัวเราะ "ไม่! ฉันจะปล่อยเธอไปหลังจากที่ได้สิ่งที่ฉันต้องการทั้งหมดแล้วต่างหาก! ตอนนี้... เธอจะเป็นประกันของแก!"
กรณ์หลับตาลง เขาได้ยินเสียงอรุณพูดผ่านเครื่องสื่อสาร แต่เขาไม่สามารถตอบกลับได้อีกต่อไป ทุกอย่างมันเลวร้ายเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
"พวกแก... กำลังตามหาอะไรอยู่ที่นี่?" พยัคฆ์ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
กรณ์สูดหายใจลึก เขารู้ดีว่าข้อมูลที่เขาจะให้ไปนั้น อาจจะนำไปสู่ความหายนะครั้งใหญ่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
"พวกเรากำลังตามหา... อาวุธชีวภาพ" กรณ์ตอบเสียงเบา "อาวุธที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้"
พยัคฆ์ตาเบิกกว้าง "อาวุธชีวภาพงั้นหรือ? น่าสนใจ... น่าสนใจมาก!"
ความมืดมิดของอุโมงค์ดูเหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ความหวังของกรณ์กำลังถูกบั่นทอนลงไปทุกขณะ เขามองไปยังใบหน้าของบุหลันที่ซีดเซียวและไร้เรี่ยวแรง ภาพการต่อสู้บนหลังคากรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่ผ่านมาดูเหมือนจะห่างไกลเหลือเกิน
เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอด และหาทางช่วยเหลือบุหลันให้ได้ ไม่ว่าราคาที่ต้องจ่ายนั้นจะสูงเพียงใดก็ตาม
ในขณะที่พยัคฆ์กำลังซักถามข้อมูลจากกรณ์อยู่นั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของฐานลับก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
"อะไรกัน? มันเกิดอะไรขึ้น?" พยัคฆ์ตะโกนถามลูกน้องอย่างหัวเสีย
"ไม่ทราบครับ! ระบบแจ้งเตือนว่ามีผู้บุกรุก! บุกรุกเข้ามาจากทางอุโมงค์ด้านตะวันออก!" ลูกน้องคนหนึ่งรีบตอบ
ใบหน้าของพยัคฆ์ฉายแววตื่นตระหนก "เป็นไปไม่ได้! มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่!"
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้สั่งการใดๆ เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากปากอุโมงค์ด้านตะวันออก!
กรณ์มองไปยังทิศทางของเสียงปืนด้วยความประหลาดใจ เขารู้สึกได้ถึงความหวังที่เริ่มจะก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
"ใคร... ใครกัน?" พยัคฆ์ถามอย่างร้อนรน
"ไม่แน่ใจครับ... แต่เสียงปืน... ดูเหมือนจะเป็นของหน่วยของเราเอง!"
"หน่วยไหน? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" พยัคฆ์ตะโกน
กรณ์เหลือบมองบุหลัน เขาสบตาเธอ บุหลันพยักหน้าให้เขาอย่างช้าๆ ราวกับจะบอกว่า "นี่คือโอกาสของเรา"
กรณ์ตัดสินใจ เขาต้องใช้จังหวะนี้!
"พยัคฆ์!" กรณ์ตะโกนเสียงดัง "ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทะเลาะกัน! ดูเหมือนว่าเราจะมีปัญหาใหญ่กว่านั้นอีก!"
พยัคฆ์หันมามองกรณ์ด้วยแววตาที่ไม่ไว้วางใจ แต่สถานการณ์ตรงหน้าก็เริ่มจะบีบบังคับเขา
"แกหมายความว่ายังไง?"
"ก็ดูสิ! ใครกันที่กล้าบุกเข้ามาในฐานลับของเราแบบนี้!" กรณ์แกล้งทำเป็นตื่นตระหนก "ถ้าไม่ใช่... หน่วยรบพิเศษจากหน่วยอื่นที่ต้องการยึดของเราไป!"
พยัคฆ์ครุ่นคิด เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าบุกเข้ามาในฐานลับของเขาได้ง่ายๆ แบบนี้
"เป็นไปได้..." พยัคฆ์พึมพำ "แก... ไปดูกัน!"
พยัคฆ์สั่งให้ลูกน้องที่เหลืออยู่กระจายกำลังออกไปตรวจสอบเสียงปืนที่ดังมาจากปากอุโมงค์ แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ออกไป กรณ์ก็ตัดสินใจลงมือ!
เขาสปริงตัวเข้าใส่พยัคฆ์ทันที!
"แก! กล้ามากนะ!" พยัคฆ์ตะโกน เขาพยายามจะคว้าบุหลันมาบังอีกครั้ง แต่กรณ์เร็วกว่า!
กรณ์ใช้มีดสั้นฟันเข้าใส่แขนของพยัคฆ์ที่กำลังจะคว้าตัวบุหลัน ทำให้เขาปล่อยบุหลันออกอย่างไม่ทันตั้งตัว
"บุหลัน! หนีไป!" กรณ์ตะโกน
บุหลันลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เธอเห็นโอกาสทอง เธอวิ่งหนีไปตามทางเดินของอุโมงค์ทันที
"อย่าให้มันหนีไป!" พยัคฆ์ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขาหันมาจะจัดการกรณ์ แต่กรณ์ก็สวนกลับไปอย่างรวดเร็ว!
การต่อสู้กลับมาอีกครั้ง! แต่ครั้งนี้ กรณ์สู้เพื่อตัวเอง และเพื่อบุหลัน!
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงของหน่วยลาดตระเวน แต่เป็นเสียงปืนที่ดังมาจากทางเดียวกับที่บุหลันวิ่งหนีไป!
กรณ์ชะงัก เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาต้องไปช่วยบุหลัน!
"แกจะไปไหน!" พยัคฆ์ตะโกน เขาพยายามจะจับกรณ์ แต่กรณ์สลัดหลุดออกไปได้อย่างหวุดหวิด
กรณ์วิ่งตามบุหลันไปอย่างรวดเร็ว เขาภาวนาในใจ ขอให้เธอปลอดภัย... และขอให้ผู้ที่ยิงปืนนั้น... ไม่ใช่ศัตรูของพวกเขา
แต่แล้ว... เมื่อเขามาถึงจุดที่บุหลันวิ่งไป... ภาพที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น...
บนพื้นอุโมงค์... ร่างของบุหลันนอนแน่นิ่ง... โดยมีกลุ่มคนในชุดดำที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ยืนคุมเชิงอยู่... และมีใครบางคน... กำลังเดินออกมาจากเงามืด... ใครบางคนที่กรณ์รู้จักดี... และไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบเจอในที่แห่งนี้...
ใครกันแน่ที่บุกเข้ามา? ใครคือผู้ที่ยิงบุหลัน? และคนที่เดินออกมาจากเงามืดนั้น... คือใครกันแน่? อนาคตของกรณ์ดูเหมือนจะยิ่งมืดมนกว่าเดิม...

เงาพิรุณ ผ่าพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก