ตอนที่ 1 — สายลมแห่งโชคชะตาพัดพา
เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน
แสงอาทิตย์ยามสนธยาอาบไล้ปฎิมากรรมหินสลักโบราณที่ยืนตระหง่าน ณ ใจกลางมหานครอันสับสนอลหม่าน ซากปรักหักพังที่เคยรุ่งเรืองในอดีตกาล บัดนี้ถูกโอบล้อมด้วยตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้า สะท้อนความขัดแย้งอันน่าพิศวงของกาลเวลา ณ ที่แห่งนี้เอง สายลมแห่งโชคชะตาได้เริ่มพัดพาเรื่องราวของ "เทพสังหาร 7 วิญญาณ" ให้ปรากฏ
ศรัณย์ ชายหนุ่มผู้มีดวงตาคมกริบราวใบมีดและเรือนผมสีดำขลับราวรัตติกาล ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาที่ผุพัง เปลวเพลิงสีครามเรืองรองลอยวนอยู่รอบกายเขา ราวกับมีสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นกำลังเต้นระบำอยู่รอบตัว แสงสว่างจากเปลวเพลิงนั้นส่องกระทบใบหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นบางๆ เหนือคิ้วซ้าย ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการต่อสู้ที่ผ่านมา เขาอยู่ในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายมังกรสีทองอร่ามที่ดูราวกับมีชีวิต กำลังพลิ้วไหวตามแรงลม ราวกับจะประกาศก้องถึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
"อีกไม่นาน... พลังแห่งบรรพกาลจะตื่นขึ้น" เสียงทุ้มนุ่มของศรัณย์ดังขึ้น แฝงไว้ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ แต่ก็มีความกังวลแฝงอยู่เล็กน้อย เขายื่นมือขวาออกไปสัมผัสกับศิลาโบราณที่เต็มไปด้วยอักขระลึกลับ อักขระเหล่านั้นส่องแสงเรืองรองขึ้นเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะลง ราวกับศิลาทั้งก้อนรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา
ทันใดนั้น พื้นดินบริเวณรอบแท่นบูชาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขึ้นมาเป็นม่านหนาทึบ เสียงคำรามดังมาจากเบื้องลึกของผืนดิน ราวกับสัตว์ร้ายในตำนานกำลังจะปรากฏกาย ศรัณย์ไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขายกมือซ้ายขึ้น กุมสร้อยคอที่แขวนจี้หยกสีดำรูปร่างคล้ายดวงดาวเอาไว้ สร้อยเส้นนั้นให้ความรู้สึกเย็นเยียบเมื่อสัมผัส
"ข้าเตรียมพร้อมเสมอ" เขากล่าวกับตนเอง เสียงของเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงคำรามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
จากเงามืดของซากปรักหักพัง ร่างเงาสีดำทะมึนค่อยๆ ปรากฏขึ้น ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่สูงใหญ่กว่าคนธรรมดาหลายเท่า ดวงตาสีแดงฉานสองดวงจ้องมองมาที่ศรัณย์อย่างกระหายเลือด มันคือ "อสูรกายแห่งเงา" หนึ่งในสมุนของ "จอมมารทมิฬ" ผู้ที่ศรัณย์กำลังตามล่า
"เจ้า... มนุษย์หน้าโง่" เสียงแหบพร่าดังกึกก้องราวกับมาจากก้นบึ้งของนรก "แกกล้ามากที่มาขวางทางข้า!"
ศรัณย์หันกลับไปเผชิญหน้ากับอสูรกายอย่างไม่เกรงกลัว "ข้าไม่ใช่คนที่แกจะขวางทางได้ง่ายๆ" เขากล่าวอย่างเยือกเย็น "และข้าจะไม่มีวันยอมให้พลังโบราณตกไปอยู่ในมือของพวกเจ้าเด็ดขาด"
ทันทีที่จบประโยค ศรัณย์ก็ปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เขามีออกมา เปลวเพลิงสีครามรอบกายลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เปลี่ยนจากสายลมเบาๆ ให้กลายเป็นพายุเพลิงที่โหมกระหน่ำ อักขระบนสร้อยคอของเขาก็ส่องแสงสว่างจ้าขึ้นเช่นกัน
"สังหาร!" ศรัณย์ตะโกนก้อง พลังแห่งเปลวเพลิงพุ่งเข้าใส่ร่างของอสูรกายแห่งเงาอย่างรวดเร็ว อสูรกายคำรามด้วยความเจ็บปวด มันยกแขนทั้งสองข้างขึ้นปัดป้อง แต่เปลวเพลิงนั้นรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ มันกัดกินผิวหนังที่ดำมืดของมันจนเกิดเสียงดังฉ่า
"แก... แกจะเสียใจ...!" อสูรกายตะโกนอย่างแค้นเคือง ก่อนที่จะสลายร่างไปในที่สุด ทิ้งไว้เพียงเศษฝุ่นสีดำที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
ศรัณย์ทรุดตัวลงคุกเข่า หอบหายใจหนัก เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่ อสูรกายตนนี้เป็นเพียงหนึ่งในสมุนของจอมมารทมิฬเท่านั้น ยังมีอีกมากมายที่รอเขาอยู่
"ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลง" เขากล่าวเบาๆ พลางกุมจี้หยกสีดำในมือแน่น "ถึงเวลาแล้ว... ที่จะทำให้โลกนี้สงบสุขอีกครั้ง"
ขณะที่ศรัณย์กำลังพักฟื้นพลัง ท่ามกลางซากปรักหักพังโบราณใจกลางเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีและความวุ่นวาย เสียงไซเรนของรถตำรวจดังแว่วมาแต่ไกล กลุ่มคนแปลกหน้าในชุดสีดำเริ่มปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดรอบๆ บริเวณ พวกเขาดูไม่เหมือนคนทั่วไป ดวงตาของพวกเขามีประกายสีเลือดจางๆ และเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วผิดธรรมชาติ
"มีคนเห็นพลังประหลาดแถวนี้" ชายคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวด้วยเสียงเย็นชา "ต้องรีบจัดการก่อนที่เรื่องจะบานปลาย"
ศรัณย์หันไปมองพวกเขาด้วยความระแวง เขาไม่เคยพบเจอคนที่มีพลังในลักษณะนี้มาก่อน "พวกแกเป็นใคร?" เขาถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
"เราคือผู้พิทักษ์... ผู้ที่คอยชำระล้างสิ่งผิดปกติ" หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มตอบ ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทอง "และเจ้า... ดูเหมือนจะผิดปกติอย่างมาก"
เธอปล่อยพลังงานสีทองพุ่งเข้าใส่ศรัณย์อย่างรวดเร็ว ศรัณย์รีบใช้เปลวเพลิงสีครามของตนเองปัดป้อง การปะทะกันของพลังทั้งสองทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินเศษปูนกระเด็นไปทั่วบริเวณ
"พลังของเจ้า... มันมีอันตราย" หญิงสาวกล่าว "เราต้องจับกุมเจ้า!"
"ไม่มีทาง" ศรัณย์ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "ข้าจะสู้เพื่อปกป้องพลังนี้"
การต่อสู้ระหว่างศรัณย์และกลุ่มผู้พิทักษ์เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด แม้ว่าศรัณย์จะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่หลากหลายและมีพลังที่คาดเดาไม่ได้
"เทพสังหาร 7 วิญญาณ... ใครกัน?" ชายในกลุ่มผู้พิทักษ์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังปะทะกับศรัณย์
ศรัณย์ชะงักไปเล็กน้อย ชื่อนี้... เขาได้ยินมันมาจากคำบอกเล่าของบรรพบุรุษ ว่ากันว่าเป็นพลังโบราณที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอันตรายหากตกไปอยู่ในมือคนชั่ว
"เจ้า... รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?" ศรัณย์ถาม พลางหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่าย
"พวกเราเฝ้าระวังมานานแล้ว... พลังที่หลับใหลกำลังจะตื่นขึ้น" หญิงสาวผู้พิทักษ์ตอบ "และเจ้า... คือผู้ที่ถูกเลือกให้ครอบครองมัน"
คำพูดของเธอทำให้ศรัณย์ยิ่งสับสน เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีพลังถึงขนาดนี้ เขารู้เพียงว่าเขาต้องปกป้องพลังโบราณนี้ให้พ้นจากเงื้อมมือของจอมมารทมิฬ
"ข้าไม่สนว่าใครจะเลือกข้า" ศรัณย์กล่าว "ข้าจะปกป้องสิ่งนี้ด้วยชีวิต!"
เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา เปลวเพลิงสีครามลุกโชนราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม เข็มขัดที่คาดเอวของเขาส่องแสงสีทอง เปลี่ยนเป็นดาบโบราณที่สลักอักขระลึกลับ ดาบนั้นเปล่งประกายราวกับมีชีวิต
"นี่คือพลังของข้า! พลังของเทพสังหาร!" ศรัณย์ตะโกนก้อง เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มผู้พิทักษ์ด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง ดาบโบราณในมือของเขาสะบัดไปมา สร้างคลื่นพลังที่รุนแรง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางแสงไฟนีออนของเมืองใหญ่ที่สว่างไสว เสียงระเบิด และพลังงานที่ปะทะกัน ทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นหวาดกลัวและแตกตื่น
ศรัณย์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงต่อสู้ต่อไป เขาเชื่อมั่นในพลังของตนเอง และจะไม่ยอมแพ้
"ข้าจะปกป้องพลังนี้... เพื่อโลกใบนี้!"
บทสรุปของตอนนี้ ทิ้งไว้เพียงความสงสัยและความตื่นเต้น ศรัณย์จะสามารถเอาชนะผู้พิทักษ์ได้หรือไม่? พลังที่แท้จริงของ "เทพสังหาร 7 วิญญาณ" คืออะไร? และบทบาทของเขาในสงครามครั้งใหญ่นี้จะเป็นอย่างไรต่อไป? การเดินทางของศรัณย์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น.
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก