ตอนที่ 2 — เสียงกระซิบจากอดีตกาล

ตอนที่ 2 — เสียงกระซิบจากอดีตกาล

เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน

แสงสุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้า ทอดเงายาวเยียบเย็นจากโครงสร้างหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางมหานครอันสับสนอลหม่าน ศรัณย์ยืนนิ่งราวกับรูปสลักที่กลืนกลืนไปกับทัศนียภาพที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว ระหว่างซากปรักหักพังที่เคยรุ่งเรืองในอดีตกาล กับตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับดุจดวงดาวบนดิน

เสียงอึกทึกของเมืองหลวงยังคงดังต่อเนื่อง แต่สำหรับศรัณย์ มันกลับกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบา เมื่อประสาทสัมผัสอันเหนือธรรมชาติของเขากำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น ‌พลังที่แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางของซากปรักหักพังแห่งนี้ ราวกับมันกำลังเรียกหา หรือไม่ก็ส่งสัญญาณเตือนภัย

"เจ้ามาแล้วหรือ ศรัณย์"

เสียงแหบแห้งราวกับเสียงเสียดสีของก้อนหินโบราณดังขึ้นจากเงาที่ทอดตัวยาวอยู่หลังแท่นบูชาหินที่ผุกร่อน ชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ร่างกายของเขาผอมบางแต่กลับทรงพลัง ดวงตาของเขาทอประกายสีอำพันลึกดุจห้วงอวกาศ ชายผู้นี้คือ ​อาจารย์ปราชญ์ ผู้เป็นเสมือนผู้พิทักษ์แห่งความรู้โบราณ และเป็นผู้เดียวที่ล่วงรู้ถึงโชคชะตาอันซับซ้อนของศรัณย์

ศรัณย์หันไปมองอาจารย์ของเขา ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งขรึม "ข้าสัมผัสได้ถึงความปั่นป่วน อาจารย์ มีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น"

"ใช่แล้ว" อาจารย์ปราชญ์พยักหน้าช้าๆ ‍"พลังที่หลับใหลมานานนับศตวรรษกำลังจะตื่นขึ้น และหากพลังนั้นตกอยู่ในมือของผู้ที่ปรารถนาในอำนาจ มหานครแห่งนี้ หรืออาจจะทั้งโลก ก็จะตกอยู่ในอันตราย"

"หมายถึง... วิญญาณทั้งเจ็ดอย่างนั้นหรือครับ" ศรัณย์เอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาแฝงความกังวล

"ถูกต้อง" ‌อาจารย์ปราชญ์เดินเข้ามาใกล้ ศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีขาวราวหิมะก้มลงมองเครื่องรางโบราณที่ห้อยอยู่บนคอของศรัณย์ มันเป็นจี้หินสีดำที่มีอักษรสลักโบราณส่องประกายเรืองรองอย่างแผ่วเบา "เจ้าคือผู้ถูกเลือก ศรัณย์ คือผู้ที่จะต้องรวบรวมวิญญาณทั้งเจ็ดให้กลับคืนสู่สมดุล ก่อนที่อสูรกายแห่งความมืดจะใช้มันเพื่อทำลายทุกสิ่ง"

"แต่ข้า... ข้ายังไม่เข้าใจทั้งหมด ‍ข้าไม่รู้ว่าวิญญาณทั้งเจ็ดนั้นอยู่ที่ไหน และข้าจะรวบรวมมันมาได้อย่างไร" ศรัณย์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าเขาจะเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่ง และได้รับการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน แต่ภารกิจนี้กลับดูยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

"ความรู้จะนำทางเจ้าไปเอง" อาจารย์ปราชญ์วางมืออันเหี่ยวย่นลงบนบ่าของศรัณย์ "ตำนานโบราณกล่าวไว้ว่า ​วิญญาณทั้งเจ็ดนั้นถูกผนึกไว้ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ทั่วทุกมุมโลก สถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานอันบริสุทธิ์ และมีเพียงผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์และพลังแห่งแสงสว่างเท่านั้นที่จะสามารถไขกลไกแห่งการผนึกได้"

ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงครืนครั่นดังมาจากเบื้องล่างราวกับว่าโลกกำลังจะแยกออกเป็นสองส่วน แสงสีม่วงเข้มที่สว่างไสวผิดธรรมชาติพลันปะทุออกมาจากรอยแตกบนพื้นหินโบราณ เผยให้เห็นกลุ่มหมอกควันสีดำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

"นั่นมัน..." ศรัณย์เบิกตากว้าง ​จิตสัมผัสของเขารับรู้ถึงพลังงานชั่วร้ายที่แผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง

"อสูรกายแห่งความมืดกำลังปลุกพลังของมัน" อาจารย์ปราชญ์กล่าวเสียงเครียด "มันกำลังพยายามทำลายผนึกแห่งวิญญาณตนแรก!"

"ข้าต้องไป!" ศรัณย์ตัดสินใจทันที

"ระวังตัวให้มาก ศรัณย์" อาจารย์ปราชญ์รีบยื่นถุงหนังเล็กๆ ให้ศรัณย์ "ในนี้มีสมุนไพรโบราณบางส่วนที่อาจช่วยเจ้าได้ในยามคับขัน ​และจำไว้... อย่าไว้ใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น"

ศรัณย์รับถุงหนังมาเก็บไว้ในเสื้อคลุม ขณะที่เขากำลังจะเคลื่อนไหว ร่างเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความมืดมิด มันเป็นหญิงสาวในชุดคลุมสีดำทะมึน ใบหน้าของเธอซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่สายตาของเธอกลับคมกริบราวกับกริชที่พร้อมจะแทงทะลุทุกสิ่ง

"ศรัณย์... หรือผู้ที่เรียกตัวเองว่าผู้พิทักษ์" เสียงของเธอเย็นเยียบจนทำให้ขนลุก "เจ้าคิดจะขัดขวางข้าอย่างนั้นหรือ"

"เจ้าเป็นใคร!" ศรัณย์ถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

"ข้าคือผู้ที่จะครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่" หญิงสาวตอบ "และเจ้า... คืออุปสรรคเดียวของข้า"

สิ้นคำพูด ร่างของเธอก็พุ่งเข้าใส่ศรัณย์ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ดาบยาวที่เปล่งประกายสีดำสนิทปรากฏขึ้นในมือของเธอ ฟาดฟันใส่ศรัณย์อย่างรวดเร็ว

ศรัณย์ยกแขนขึ้นป้องกันด้วยพลังงานสีทองที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง เสียงปะทะของดาบและพลังงานดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินโบราณกระเด็นไปทั่วบริเวณ

"พลังของเจ้า... ไม่ธรรมดา" หญิงสาวกล่าวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย แต่แววตาของเธอยังคงแข็งกร้าว

"และเจ้าก็เช่นกัน" ศรัณย์ตอบโต้ พร้อมกับส่งหมัดที่เต็มไปด้วยพลังงานสีทองพุ่งเข้าใส่เธอ หญิงสาวผลิกตัวหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วราวกับงู

ในขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด พลังงานสีม่วงเข้มจากรอยแตกบนพื้นก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังก้องมาจากภายใน ดูเหมือนว่าอสูรกายกำลังจะหลุดพ้นจากพันธนาการ

"ข้าไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า" หญิงสาวกล่าว พลางถอยห่างออกมา "แต่เราจะได้เจอกันอีก ศรัณย์... และคราวหน้า เจ้าจะไม่มีโอกาสหนีรอด"

พูดจบ เธอก็หายวับไปในเงามืด ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดพาเอาความหนาวเหน็บมาด้วย

ศรัณย์มองตามเงาของเธอไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจระคนกังวล เขาไม่เคยเจอใครที่มีพลังร้ายกาจเช่นนี้มาก่อน

"อาจารย์... ท่านเห็นหรือไม่" ศรัณย์หันไปหาอาจารย์ปราชญ์

"เห็น... และรับรู้ได้ถึงความชั่วร้ายที่นางครอบครอง" อาจารย์ปราชญ์กล่าวเสียงแผ่ว "นางคือผู้ที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองวิญญาณทั้งเจ็ด"

"แต่... วิญญาณตนแรกอยู่ที่ไหนครับ" ศรัณย์ถาม

อาจารย์ปราชญ์ชี้ไปยังรอยแตกบนพื้นหินที่กำลังปล่อยพลังงานสีม่วงออกมา "นั่นแหละ คือที่ที่วิญญาณตนแรกถูกผนึกไว้... และกำลังจะถูกทำลาย"

"ข้าต้องหยุดมัน!" ศรัณย์กล่าวอย่างแน่วแน่

"แต่เจ้ายังอ่อนแอเกินไป ศรัณย์" อาจารย์ปราชญ์เตือน "พลังที่ปลุกขึ้นมานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เจ้าจะรับมือได้ในตอนนี้"

"ข้าจะลองดู!" ศรัณย์ไม่ลังเล เขาพุ่งเข้าไปหารอยแตกนั้น พลังงานสีทองรอบกายของเขาเปล่งประกายสว่างไสว

เมื่อศรัณย์เข้าไปใกล้ รอยแตกนั้นก็สั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งขึ้น และทันใดนั้นเอง ร่างอันมหึมาที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมและดวงตาที่ลุกโชนด้วยไฟสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นมาจากภายใน มันคืออสูรกายที่น่าสะพรึงกลัว ร่างกายของมันเต็มไปด้วยพลังงานแห่งความมืดที่แผ่ซ่านออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"ฮ่าฮ่าฮ่า!" เสียงคำรามของอสูรกายดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ "มนุษย์ผู้โง่เขลา! เจ้าคิดว่าเจ้าจะหยุดข้าได้งั้นหรือ!"

อสูรกายเหวี่ยงกรงเล็บอันใหญ่โตเข้าใส่ศรัณย์อย่างรวดเร็ว ศรัณย์ใช้พลังทั้งหมดที่มีในการป้องกัน แต่เขาก็ยังถูกแรงปะทะมหาศาลกระเด็นออกไปไกล ร่างกายของเขากระแทกเข้ากับซากหินโบราณ

"แย่แล้ว!" อาจารย์ปราชญ์อุทาน

"ข้า... ข้ายังทำอะไรไม่ได้" ศรัณย์พยายามลุกขึ้น ร่างกายของเขาปวดระบมไปหมด "พลังของมัน... มันแข็งแกร่งเกินไป"

"เจ้ายังมีเวลา ศรัณย์" อาจารย์ปราชญ์รีบกล่าว "อย่าเพิ่งยอมแพ้ จงใช้พลังแห่งจิตวิญญาณของเจ้า หาทางเชื่อมโยงกับวิญญาณตนแรก! มันอาจจะยังไม่ถูกทำลายทั้งหมด!"

ศรัณย์รวบรวมสติอันน้อยนิด พยายามสัมผัสถึงพลังงานที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอสูรกาย เขาหลับตาลง พยายามเพ่งสมาธิไปที่ความรู้สึกภายใน

ในขณะที่เขาเพ่งสมาธิอยู่นั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังเข้ามาในโสตประสาท เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอาจารย์ปราชญ์ และไม่ใช่เสียงของอสูรกาย มันเป็นเสียงที่นุ่มนวล อบอุ่น และเปี่ยมไปด้วยความเศร้าโศก

"ช่วยเหลือ... ข้าด้วย..."

เสียงนั้นดังแว่วมา ราวกับมาจากที่ไกลแสนไกล ศรัณย์เปิดตาขึ้น เขาเห็นร่างอันใหญ่โตของอสูรกายกำลังจะฟาดฟันลงมาอีกครั้ง แต่แล้ว เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป

ท่ามกลางความมืดมิดของอสูรกายนั้น เขารับรู้ได้ถึงแสงสว่างเล็กๆ ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนอยู่ภายใน แสงสว่างนั้นคือวิญญาณตนแรก! มันกำลังถูกครอบงำ แต่ยังไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์

"วิญญาณตนแรก!" ศรัณย์ร้องออกมา "ข้าจะช่วยเจ้า!"

เขาตัดสินใจเสี่ยง เขาจะไม่ต่อสู้กับอสูรกายโดยตรง แต่จะพุ่งเข้าไปเพื่อปลุกวิญญาณตนแรกให้ตื่นขึ้น! ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ศรัณย์ระดมพลังทั้งหมดที่มี ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า เขาพุ่งทะยานเข้าไปหาอสูรกายอย่างไม่หวาดหวั่น

"เจ้าจะทำอะไร!" อสูรกายคำรามอย่างไม่เข้าใจ

ศรัณย์ไม่ตอบ เขามุ่งตรงไปที่ใจกลางของอสูรกาย ที่ซึ่งเขารับรู้ได้ถึงแสงสว่างอันอ่อนแรงนั้น

ขณะที่เขากำลังจะเข้าถึงเป้าหมายนั้นเอง ภาพของหญิงสาวในชุดคลุมสีดำก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเขา รอยยิ้มเย้ยหยันของเธอปรากฏขึ้น ราวกับจะบอกว่า "เจ้าคิดผิดแล้ว ศรัณย์"

ศรัณย์จะสามารถปลุกวิญญาณตนแรกให้ตื่นขึ้นได้หรือไม่? หรือเขาจะถูกกลืนกินไปพร้อมกับพลังแห่งความมืดของอสูรกาย? และหญิงสาวลึกลับผู้นั้น... นางมีบทบาทอะไรในแผนการอันชั่วร้ายนี้? การผจญภัยของเทพสังหาร 7 วิญญาณ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น...

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!