ตอนที่ 6 — มรดกแห่งเทวะ และบททดสอบแรก
เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน
แสงสีเขียวมรกตอันเจิดจ้าที่แผ่ขยายออกจากร่างของศรัณย์ ไม่ใช่เพียงแค่ภาพลวงตา แต่เป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่กำลังปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งโบราณสถาน ศรัณย์ยืนนิ่ง ท่ามกลางมวลพลังที่ถาโถมเข้าสู่ร่าง ราวกับสายธารแห่งชีวิตที่ไหลบ่าจากเบื้องบน โครงสร้างหินโบราณรอบกายเริ่มเปล่งประกายระยิบระยับ ลวดลายที่เคยจางเลือนไปตามกาลเวลา บัดนี้กลับคมชัดและเรืองรองราวกับถูกเสกสรรค์ขึ้นใหม่ ลมปราณแห่งแผ่นดินและแห่งฟ้าผสานรวมกัน ก่อเกิดเป็นม่านพลังอันยิ่งใหญ่ที่ห่อหุ้มเขาไว้
“นี่มัน… พลังที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้!” ศรัณย์พึมพำ เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ เขาไม่เคยสัมผัสถึงมวลพลังอันบริสุทธิ์และทรงอำนาจถึงเพียงนี้มาก่อน มันไม่ใช่พลังที่ได้มาจากการฝึกฝน หรือการรวบรวม แต่เป็นพลังที่มีอยู่แต่เดิม เป็นมรดกแห่งเทวะที่หลับใหลรอคอยผู้ที่คู่ควร
ทันใดนั้นเอง ม่านพลังสีเขียวมรกตก็พลันสั่นสะเทือน ภาพหลอนเริ่มปรากฏขึ้นเบื้องหน้าศรัณย์ ภาพของเหล่านักรบโบราณในชุดเกราะที่ส่องประกาย พวกเขากำลังต่อสู้กับเหล่าอสูรกายที่น่าสะพรึงกลัว เสียงร้องคำราม เสียงดาบกระทบกัน เสียงแห่งความสิ้นหวังและชัยชนะ ผสมผสานกันจนเกิดเป็นเสียงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเขา
“นี่คืออดีต… คือความทรงจำของสถานที่แห่งนี้” ศรัณย์เข้าใจในทันที สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ซากปรักหักพัง แต่เป็นสมรภูมิรบศักดิ์สิทธิ์ ที่เคยมีเหล่าผู้กล้าหาญต่อสู้เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากเหล่ามารร้าย
“เจ้า… ผู้ถูกเลือก” เสียงทุ้มลึกดังขึ้นมาจากที่ใดที่หนึ่งในอากาศ เป็นเสียงที่เก่าแก่ ราวกับกาลเวลาก็ยังไม่กล้าเทียบเคียง “เจ้าได้ปลุกพลังแห่งเทวะให้ตื่นขึ้นแล้ว บัดนี้… ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องพิสูจน์ตนเอง”
ร่างของศรัณย์ถูกดึงเข้าสู่ภาพอดีตที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางสมรภูมิรบอันดุเดือด เหล่านักรบโบราณกำลังโรมรันกับอสูรกายที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาของพวกมันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความอาฆาต พวกมันปลดปล่อยพลังงานแห่งความมืดเข้าโจมตีเหล่านักรบอย่างไม่ยั้ง
“ข้า… จะต้องช่วยพวกเขา!” ศรัณย์ตัดสินใจ แม้จะรู้ว่านี่อาจเป็นเพียงภาพมายา แต่จิตวิญญาณนักรบที่หลับใหลอยู่ในตัวเขากลับตื่นขึ้น เขาไม่สามารถยืนดูผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อได้
เขาตะโกนสุดเสียง พลังสีเขียวมรกตก็พลันปะทุขึ้นจากร่างของเขาอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม แสงสว่างสาดส่องขับไล่ความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา เหล่าอสูรกายบางตนถึงกับผงะ ถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับพลังอันบริสุทธิ์ของเขา
“จงมา… เจ้าอสูรกาย!” ศรัณย์กวัดแกว่งมือ ดาบแสงสีเขียวมรกตปรากฏขึ้นในมือ เขาพุ่งเข้าใส่เหล่าอสูรกายอย่างไม่ลังเล
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพละกำลังทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการต่อสู้แห่งจิตวิญญาณ ศรัณย์สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวของเหล่าอสูรกาย เมื่อพวกมันถูกแสงแห่งเทวะเข้าโจมตี แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนล้าของเหล่านักรบโบราณ ที่กำลังต่อสู้จนแทบหมดแรง
“อย่าท้อถอย!” ศรัณย์ตะโกนปลุกใจ “พลังแห่งเทวะยังคงอยู่กับพวกเรา!”
เขาใช้ดาบแสงของเขาฟันผ่าเหล่าอสูรกายแต่ละตน แต่ละครั้งที่ดาบปะทะ ร่างของอสูรกายก็สลายกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำ ลมปราณแห่งเทวะที่ไหลเวียนผ่านร่างของเขากำลังหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณนักรบโบราณที่อยู่รอบกาย ทำให้พวกเขามีเรี่ยวแรงกลับคืนมาอีกครั้ง
“แสงแห่งเทวะ… จงส่องสว่าง!” ศรัณย์รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี แสงสีเขียวมรกตแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ ท่ามกลางแสงสว่างนั้นเอง เขาเห็นร่างของเหล่าเทวดาปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า ดวงตาของพวกเขามองลงมายังสนามรบด้วยความเมตตา
“เจ้า… ทำได้ดีมาก ศรัณย์” เสียงทุ้มลึกที่เคยได้ยินดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม “เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าคือผู้ที่คู่ควรกับพลังนี้”
ทันใดนั้นเอง โลกก็พลันหมุนคว้าง ศรัณย์รู้สึกเหมือนถูกดึงกลับมาสู่ความเป็นจริง เขาพบว่าตัวเองยังคงยืนอยู่ท่ามกลางโครงสร้างหินโบราณ แสงสีเขียวมรกตที่เคยสว่างไสวรอบกายเริ่มจางลง แต่ทิ้งไว้ซึ่งความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“นี่… มันไม่ใช่ความฝัน?” ศรัณย์เอ่ยถามตัวเอง เขายังคงรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกาย ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว
“ไม่ใช่ความฝัน… แต่คือการทดสอบ” เสียงของผู้นำเทวะดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าได้ผ่านบททดสอบแรกไปแล้ว แต่เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล”
ทันใดนั้นเอง พื้นดินเบื้องหน้าศรัณย์ก็พลันแยกออก เผยให้เห็นโพรงมืดที่ทอดยาวลงไปเบื้องล่าง มีกลิ่นอายประหลาดลอยขึ้นมา เป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคย… กลิ่นอายแห่งมารร้าย
“นั่นคือ… มิติแห่งมาร?” ศรัณย์รู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากโพรงนั้น มันคือพลังที่เขาเคยสัมผัสเมื่อคราวต่อสู้กับพวกเงาปีศาจ
“ใช่… มิติที่เหล่ามารร้ายใช้เป็นที่หลบซ่อนและรวบรวมกำลัง” ผู้นำเทวะกล่าว “เจ้าได้ปลุกพลังแห่งเทวะขึ้นมาแล้ว บัดนี้… เจ้าจะต้องใช้พลังนั้นในการปกป้องโลกใบนี้ จากความชั่วร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา”
“ข้า… จะต้องเข้าไปในนั้น?” ศรัณย์ถาม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
“ใช่… เจ้าจะต้องเข้าไป” ผู้นำเทวะตอบ “แต่เจ้าไม่ได้ไปเพียงลำพัง”
ทันใดนั้นเอง ร่างของเหล่าเทวดาที่เคยปรากฏบนฟากฟ้า ก็พลันร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน กลายเป็นเหล่ามนุษย์ในชุดเกราะโบราณ ส่องประกายด้วยแสงสีทอง พวกเขามีใบหน้าอันสง่างาม และสายตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่
“พวกเรา… คือผู้พิทักษ์แห่งเทวะ” หนึ่งในนักรบเหล่านั้นก้าวออกมา “พวกเราจะร่วมเดินทางไปกับเจ้า ศรัณย์”
ศรัณย์มองไปยังเหล่านักรบโบราณเหล่านั้นด้วยความประหลาดใจ พวกเขาคือเหล่านักรบที่เขาเห็นในภาพอดีต! พวกเขาไม่ได้สลายไป แต่ได้กลายเป็นผู้พิทักษ์ที่พร้อมจะเคียงข้างเขา
“แต่… ข้าจะนำพาพวกท่านไปได้อย่างไร? ข้าเองก็ยังไม่เข้าใจในพลังนี้อย่างถ่องแท้” ศรัณย์กล่าว
“เจ้าไม่ต้องกังวล… ศรัณย์” ผู้นำเทวะกล่าว “พลังแห่งเทวะจะนำพาเจ้าไปเอง จงเชื่อมั่นในตนเอง และเชื่อมั่นในพลังที่สถิตอยู่ในกายของเจ้า”
ศรัณย์สูดลมหายใจลึก เขากลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาภายใน
“ข้า… พร้อมแล้ว” ศรัณย์กล่าวเสียงหนักแน่น
เขาหันไปมองยังโพรงมืดที่ทอดยาวลงไปเบื้องล่าง เหล่านักรบแห่งเทวะยืนเรียงรายอยู่ข้างกายเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
“ไปกันเถอะ… ผู้พิทักษ์ทั้งหลาย” ศรัณย์กล่าว “เราจะไปปราบมารร้ายให้สิ้นซาก!”
เขาก้าวเดินนำเข้าไปในโพรงมืดนั้น แสงสีเขียวมรกตจากร่างของเขาค่อยๆ ส่องสว่างนำทางไปในความมืดมิด เสียงกรีดร้องของเหล่าอสูรกายดังแว่วมาแต่ไกล ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้พวกเขาเข้าไปสู่สมรภูมิรบแห่งใหม่
ทว่า… เบื้องลึกของมิติแห่งมารนั้น ซ่อนเร้นความลับอันดำมืดและอันตรายยิ่งกว่าที่พวกเขาคาดคิดไว้
ชะตากรรมของโลกกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย และบททดสอบที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น…
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก