ตอนที่ 7 — วิญญาณพยัคฆ์ ผนึกเพลิงโลกันตร์

ตอนที่ 7 — วิญญาณพยัคฆ์ ผนึกเพลิงโลกันตร์

เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน

เสียงคำรามกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางอากาศ บังคับให้ผู้ที่ได้ยินต้องก้มหน้าหลบ บางคนถึงกับทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดหวั่น แสงสีเขียวมรกตที่เคยส่องประกายเจิดจ้าจากร่างของศรัณย์ บัดนี้ราวกับถูกบีบคั้นให้หรี่ลงเล็กน้อย เมื่อมีพลังงานอีกชนิดหนึ่งเข้ามาแทรกแซง มันไม่ใช่แสงสว่างที่ปลอบประโลม แต่เป็นความร้อนระอุที่แผดเผาจนอากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยว

“แก...แกเป็นใครกันแน่!” ‌เสียงแหบพร่าดังมาจากเงามืดเบื้องหน้าของศรัณย์ เป็นเสียงของชายชราผู้มีใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับต้นไม้ที่ถูกแดดเผา ดวงตาของเขาลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำทมิฬที่สะท้อนความอาฆาตแค้นอันไร้ที่สิ้นสุด

ศรัณย์ยืนนิ่ง สายตาคมกริบจับจ้องไปยังร่างนั้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวชายชราตนนี้ มันไม่ใช่พลังที่เกิดจากการบ่มเพาะ แต่เป็นพลังที่ถูกขโมยมา หรือไม่ก็ผูกติดอยู่กับสิ่งชั่วร้ายบางอย่าง

“ข้าคือผู้ที่จะหยุดยั้งเจ้า” ​ศรัณย์ตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่น แสงสีเขียวมรกตเริ่มเปล่งประกายอีกครั้ง พยายามขับไล่ความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“หยุดยั้งงั้นรึ! ฮ่าๆๆๆ” ชายชราหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง “แกไม่รู้รึไง ว่าข้าคือผู้ที่ครอบครองเพลิงโลกันตร์! ‍พลังที่จะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับมือ! แสงสีเขียวไร้สาระของแก มันเทียบไม่ได้กับเปลวเพลิงที่ข้าถือครองหรอก!”

พลัน ร่างของชายชราก็ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีดำที่ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงเสียจนแม้แต่โครงสร้างหินโบราณที่แวดล้อมอยู่ก็เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมากระจายไปทั่ว

“เพลิงโลกันตร์...” ศรัณย์พึมพำ ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อที่เขาไม่เคยได้ยิน ‌มันคือตำนานแห่งความมืด พลังที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา

“ใช่แล้ว! เพลิงโลกันตร์!” ชายชราตะโกน “และข้าจะใช้มันเผาผลาญแก และจิตวิญญาณโบราณที่แกปลุกขึ้นมา ให้กลายเป็นเถ้าถ่านไปเสีย!”

ร่างของชายชราที่ลุกไหม้ด้วยเพลิงโลกันตร์ พุ่งเข้าใส่ศรัณย์ราวกับห่าฝนเพลิง ‍พลังที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงเสียจนพื้นดินใต้เท้าของศรัณย์เริ่มแตกร้าว

ศรัณย์ไม่รอช้า เขากระชับพลังงานสีเขียวมรกตที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างให้หนาแน่นขึ้น แสงสว่างเจิดจ้ากว่าเดิมราวกับจะสลายความมืดมิดที่กำลังประดังเข้ามา

“วิญญาณพยัคฆ์ จงปรากฏ!” ศรัณย์เปล่งเสียง

ทันใดนั้น แสงสีเขียวมรกตที่เคยเป็นเพียงม่านพลัง ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างอันสง่างาม มันคือพยัคฆ์ขนาดมหึมา ​ดวงตาสีเขียวมรกตของพยัคฆ์จ้องมองมายังศัตรูอย่างดุดัน กล้ามเนื้อที่เปล่งประกายด้วยพลังงานบริสุทธิ์นั้นดูแข็งแกร่งและพร้อมที่จะพุ่งเข้าขย้ำ

“อะไรกัน! สัตว์อสูรเรอะ!” ชายชราตะลึงงันไปชั่วขณะ

“นี่คือวิญญาณพยัคฆ์ ผู้พิทักษ์แห่งโบราณสถาน” ศรัณย์กล่าว “มันถูกปลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องสถานที่แห่งนี้ และกำจัดสิ่งชั่วร้ายอย่างเจ้า!”

วิญญาณพยัคฆ์คำรามกึกก้องอีกครั้ง ​พลังอันบริสุทธิ์ของมันปะทะเข้ากับความร้อนระอุของเพลิงโลกันตร์ เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินกำลังจะถล่ม

เพลิงโลกันตร์ของชายชราปะทะเข้ากับกรงเล็บของวิญญาณพยัคฆ์ เกิดประกายไฟสีดำแดงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนแทบจะละลายทุกสิ่งทุกอย่าง

“แกคิดว่าพลังแค่นี้จะต้านทานเพลิงโลกันตร์ของข้าได้รึ!” ชายชราตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขาเพิ่มพลังของเพลิงโลกันตร์ให้รุนแรงขึ้นอีก เปลวเพลิงสีดำแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง

แต่ดูเหมือนว่าวิญญาณพยัคฆ์จะไม่หวั่นไหว ​พลังงานสีเขียวมรกตที่ไหลเวียนอยู่ในตัวมันนั้นแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า มันสู้กับเพลิงโลกันตร์อย่างไม่ลดละ

ศรัณย์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังวิญญาณพยัคฆ์ เขากำลังรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เพื่อส่งต่อไปยังวิญญาณพยัคฆ์ จิตใจของเขาแน่วแน่ มุ่งมั่นที่จะปกป้องสถานที่แห่งนี้

“จิตวิญญาณโบราณสถาน... เจ้าจะไม่ยอมให้สิ่งชั่วร้ายย่างกรายเข้ามา!” ศรัณย์หลับตาลง นึกถึงภาพของความสงบสุขที่เคยมีอยู่ก่อนที่ความมืดจะคืบคลานเข้ามา

พลัน! พลังงานสีเขียวมรกตก็พวยพุ่งออกจากร่างของศรัณย์อีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เพียงแค่แสงสว่าง แต่เป็นม่านพลังที่หนาทึบยิ่งกว่าเดิม มันไหลเข้าไปหล่อเลี้ยงวิญญาณพยัคฆ์ ทำให้พละกำลังของมันเพิ่มขึ้นทวีคูณ

วิญญาณพยัคฆ์ส่งเสียงคำรามอันทรงพลัง มันอ้าปากกว้าง รวบรวมพลังงานมหาศาลไว้ภายใน แล้วพ่นออกมาเป็นลำแสงสีเขียวมรกตที่เจิดจ้าราวกับลำแสงจากดวงดาว ลำแสงนั้นพุ่งตรงเข้าใส่เพลิงโลกันตร์ของชายชรา

การปะทะกันครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แสงสีเขียวมรกตและเปลวเพลิงสีดำปะทะกันอย่างดุเดือด เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับพายุหมุน พลังงานทั้งสองชนิดกำลังต่อสู้กันเพื่อชิงอำนาจ

“เป็นไปไม่ได้!” ชายชราตะโกนด้วยความตกใจ เมื่อเขารู้สึกได้ว่าเพลิงโลกันตร์ของตนเองกำลังถูกพลังงานสีเขียวมรกตผลักดันกลับ

“พลังแห่งการปกป้อง... พลังแห่งจิตวิญญาณ... มันแข็งแกร่งเกินกว่าเพลิงโลกันตร์ของแก!” ศรัณย์กล่าว

ลำแสงสีเขียวมรกตของวิญญาณพยัคฆ์ค่อยๆ บดขยี้เพลิงโลกันตร์ของชายชราทีละน้อย เปลวเพลิงสีดำเริ่มหรี่แสงลง และดูเหมือนจะถูกดูดกลืนเข้าไปในลำแสงสีเขียว

“ไม่! ข้าไม่ยอม! ข้าจะเผาผลาญพวกแกให้หมด!” ชายชรากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เขาพยายามเพิ่มพลังของเพลิงโลกันตร์อีกครั้ง แต่ก็สายเกินไป

ลำแสงสีเขียวมรกตพุ่งทะลวงผ่านเพลิงโลกันตร์ และปะทะเข้ากับร่างของชายชราโดยตรง

“อ๊ากกกกก!” เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดดังขึ้น ร่างของชายชราที่ถูกอาบไปด้วยเพลิงโลกันตร์ บัดนี้ถูกลำแสงสีเขียวมรกตกลืนกินไป พลังงานอันชั่วร้ายของเขาค่อยๆ สลายไป เหลือเพียงเถ้าถ่านที่ปลิวว่อนไปตามลม

เมื่อเพลิงโลกันตร์สลายไป ร่างของวิญญาณพยัคฆ์ก็ค่อยๆ จางหายไปเช่นกัน แสงสีเขียวมรกตที่เคยสว่างไสวทั่วบริเวณ ก็ค่อยๆ หรี่ลงจนกลับสู่สภาพปกติ

ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของศรัณย์ที่ดังแผ่วเบา เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เพื่อสำรวจความเสียหาย

โครงสร้างหินโบราณได้รับความเสียหายไม่มากนัก แต่ก็เห็นร่องรอยของความร้อนที่เคยเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

“สำเร็จแล้ว... ข้าหยุดยั้งเขาได้แล้ว” ศรัณย์พึมพำ

แต่แล้ว เขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาด พลังงานที่เขาเพิ่งจะขับไล่ไปนั้น ไม่ได้หายไปทั้งหมด มันยังคงมีเศษเสี้ยวบางส่วนหลงเหลืออยู่ และมันกำลัง... รวมตัวกัน!

ศรัณย์หันขวับไปมองยังจุดที่ชายชราเคยยืนอยู่ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาเบิกตากว้าง

ท่ามกลางกองเถ้าถ่านที่ปลิวว่อนนั้น มีวัตถุสีดำทมิฬขนาดเท่ากำปั้นกำลังลอยอยู่ มันเปล่งประกายแสงสีดำเล็กน้อย ราวกับมีชีวิต

“นั่นมันอะไร...” ศรัณย์ขมวดคิ้ว

ทันใดนั้น วัตถุสีดำทมิฬนั้นก็สั่นไหวอย่างรุนแรง แล้วก็ระเบิดออก!

แต่การระเบิดครั้งนี้ไม่ใช่การระเบิดที่ทำลายล้าง มันคือการระเบิดที่ปลดปล่อยพลังงานบางอย่างออกมา พลังงานนั้นไม่ใช่เพลิงโลกันตร์อีกต่อไป แต่มันกลับเป็น...

“จิตวิญญาณ... เจ็ดดวง?” ศรัณย์อุทานด้วยความตกใจ

เขาเห็นกลุ่มแสงสีต่างๆ เจ็ดดวง ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ แต่ละดวงมีรูปร่างที่แตกต่างกันไป มีทั้งที่เหมือนก้อนเมฆที่หมุนวน มีทั้งที่เหมือนประกายไฟที่เต้นระบำ และมีทั้งที่เหมือนเงาที่เคลื่อนไหวอย่างลึกลับ

“นี่คือ... วิญญาณที่ถูกกักขังไว้ในเพลิงโลกันตร์...” ศรัณย์เข้าใจในทันที

แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือวิญญาณทั้งเจ็ดดวงนั้น กำลังค่อยๆ ลอยเข้าไปรวมตัวกัน! พวกมันหมุนวนรอบวัตถุสีดำที่แตกสลายไป และกำลังก่อตัวเป็นสิ่งใหม่!

ศรัณย์รู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังจะคุกคาม ยิ่งกว่าอันตรายจากเพลิงโลกันตร์เสียอีก

“อะไรกัน... พลังของข้า... มันไม่สามารถควบคุมสิ่งนี้ได้!” ศรัณย์พยายามส่งพลังงานสีเขียวมรกตออกไป เพื่อหยุดยั้ง แต่ดูเหมือนว่าพลังของเขาจะไร้ผลต่อการรวมตัวของวิญญาณทั้งเจ็ด

วิญญาณทั้งเจ็ดดวงนั้น ค่อยๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่างที่น่าสะพรึงกลัว มันมีแขนขายาวเหยียดเหมือนกิ่งไม้แห้ง มีดวงตาที่เปล่งประกายด้วยแสงสีแดงฉาน และแผ่พลังงานที่เย็นยะเยือกไปทั่วบริเวณ

“อ๊ากกกก! แก...แกปล่อยข้า!” เสียงเล็กๆ ดังมาจากภายในร่างที่กำลังก่อตัวขึ้น

ศรัณย์ตกใจยิ่งกว่าเดิม “มีคนอยู่ข้างใน!”

ร่างที่ก่อตัวขึ้นจากวิญญาณทั้งเจ็ด ดวงนั้น กำลังพยายามจะปลดปล่อยตัวเองออกมา แต่ก็ถูกพันธนาการด้วยพลังงานสีดำที่มองไม่เห็น

“นี่ไม่ใช่แค่เพลิงโลกันตร์... แต่มันคือการกักขัง!” ศรัณย์ตระหนักได้

ก่อนที่ศรัณย์จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ร่างนั้นก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงอีกครั้ง แล้วก็ปลดปล่อยเสียงกรีดร้องอันแหลมสูงออกมา

“ปล่อยข้า! ช่วยข้าด้วย!”

แล้วร่างนั้นก็สลายหายไป ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนที่ยังคงก้องอยู่ในหัวของศรัณย์

ศรัณย์ยืนนิ่ง จิตใจสับสนปนเป เขาหยุดยั้งชายชราผู้ครอบครองเพลิงโลกันตร์ได้แล้ว แต่เขากลับปล่อยบางสิ่งที่น่ากลัวกว่าออกมาเสียเอง

“เจ็ดวิญญาณ... ข้าต้องหาทางช่วยเหลือพวกมัน” ศรัณย์ตั้งปณิธาน

แต่เขาจะทำได้อย่างไร? และใครคือคนที่ถูกกักขังอยู่ในร่างนั้น? คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของเขา ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน มีเมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับจะบ่งบอกถึงหายนะครั้งใหม่ที่กำลังจะมาเยือน

ศรัณย์เงยหน้ามองท้องฟ้า เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น ณ ใจกลางเมืองหลวงที่สับสนอลหม่านนั้น

“นี่มัน... อะไรกันอีก” ศรัณย์พึมพำ

เขาต้องรีบไปที่นั่น!

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!