ตอนที่ 11 — เพลิงพิโรธสังหารวิญญาณ

ตอนที่ 11 — เพลิงพิโรธสังหารวิญญาณ

เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน

เสียงคำรามกึกก้องที่หลุดรอดจากลำคอของศรัณย์นั้น มิใช่เพียงเสียงอันเกิดจากลำคอของมนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงสะท้อนของพลังอำนาจที่กำลังปะทุขึ้นจากส่วนลึกภายใน จิตวิญญาณของเขาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน บัดนี้กำลังแผดเผาด้วยเพลิงกิเลสตัณหาและแรงอาฆาตแค้นที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน

ลมพายุที่โหมกระหน่ำอยู่รอบกายเขา มิใช่เพียงแค่กระแสลมธรรมดาอีกเช่นกัน ทรายโบราณที่ปลิวว่อนนั้นราวกับจะถูกสะกดด้วยอำนาจของเขา ฝุ่นผงเหล่านั้นหมุนวนเป็นวงกลมรอบตัวราวกับเป็นยามที่คอยปกปักษ์รักษา ‌พายุหมุนนั้นทวีความรุนแรงขึ้นจนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่ามันกำลังก่อตัวเป็นพายุทอร์นาโดขนาดย่อม ลมหมุนนั้นไม่ได้พัดพาเอาเพียงสิ่งของรอบกายหากแต่กำลังฉีกกระชากม่านแห่งความเป็นจริงให้ปริออก เผยให้เห็นถึงพลังอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ชั้นของมิติ

ดวงตาของศรัณย์ที่เคยฉายแววสงบนิ่ง บัดนี้พลันลุกโชนด้วยประกายอำมหิต กึ่งทิพย์กึ่งมาร สีเข้มทึบของดวงตานั้นราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งรอบกาย แสงสีแดงฉานที่ส่องประกายจากภายในนั้นสะท้อนกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ไปทั่วร่างของเขา ไม่ใช่เปลวเพลิงธรรมดา ​แต่เป็นเพลิงที่เกิดจากเจตจำนง เพลิงที่หลอมรวมเอาอารมณ์ดิบอันไร้ขีดจำกัด

“แก… แกมันก็แค่หนอนไร้ค่า!” เสียงของเขาก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าคำราม มุ่งตรงไปยังร่างที่กำลังสั่นสะท้านของ “วายุ” ชายหนุ่มผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ยังคงโอ้อวดอ้างอำนาจของตน แต่บัดนี้ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับกระดาษ

วายุไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าศรัณย์จะมีพลังอำนาจถึงเพียงนี้ ‍เขาเห็นเงาตะคุ่มสีดำทะมึนกำลังก่อตัวขึ้นรอบตัวศรัณย์ เงาเหล่านั้นเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต บิดเบี้ยวไปมาด้วยรูปร่างที่น่าสยดสยอง มันคือวิญญาณบริสุทธิ์ที่ถูกผนึกไว้ภายใต้พลังของศรัณย์ในอดีต บัดนี้พวกมันกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเพื่อรับใช้เจ้านายใหม่

“ข้า… ข้าไม่ยอมแพ้!” วายุพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ เขายกมือขึ้น ‌แสงสีเขียวมรกตอันเย็นเยียบเริ่มปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว พลังแห่งลมปราณของเขาพยายามปะทะเข้ากับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ

แต่การต่อสู้ของวายุเปรียบเสมือนการนำก้อนกรวดไปขว้างใส่ภูเขาไฟ ปะทุครั้งเดียวก็มลายหายไปอย่างสิ้นเชิง พายุหมุนที่ก่อตัวขึ้นรอบตัวศรัณย์นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่ลมปราณของวายุจะสามารถทำลายได้

“หึ… การดิ้นรนอันไร้สาระ” ศรัณย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม “แกคิดว่าพลังแค่นี้จะหยุดข้าได้งั้นรึ?”

ทันใดนั้น ‍แขนของศรัณย์ก็ถูกยืดออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่ใช่แขนของมนุษย์อีกต่อไป มันถูกห่อหุ้มด้วยเงาสีดำทะมึนที่แผ่ขยายออกไปอย่างน่าเกรงขาม เงาเหล่านั้นบิดเบี้ยวเป็นรูปคล้ายกรงเล็บอันแหลมคม พุ่งเข้าใส่ร่างของวายุโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว

วายุพยายามหลบหลีกอย่างสุดกำลัง แต่ความเร็วของศรัณย์นั้นเหนือกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ กรงเล็บแห่งเงากระชากเข้าใส่ร่างของเขาอย่างแรง เสียงฉีกขาดดังขึ้นราวกับผืนผ้าที่ถูกดึงขาด ​เศษเสื้อผ้าของวายุขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลฉกรรจ์ที่ปรากฏขึ้นบนเนื้อหนัง

“อ๊ากกกก!” เสียงร้องโหยหวนของวายุสะท้อนกึกก้องไปทั่วบริเวณ เขาพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่ก็ทำได้เพียงการดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง

“รับไปซะ!” ศรัณย์ตะโกนลั่น พร้อมกับเพิ่มแรงบีบของกรงเล็บแห่งเงาให้แน่นขึ้น

พลันนั้น ร่างของวายุพลันสว่างวาบด้วยแสงสีเขียวมรกตที่เคยเปล่งประกาย ​บัดนี้กลับถูกบีบอัดจนแทบจะไม่มีที่ว่างให้หายใจ พลังลมปราณอันทรงอานุภาพของเขากำลังถูกดูดกลืนเข้าไปโดยพลังอันไร้ขอบเขตของศรัณย์

“นี่คือ… พลังของเทพสังหาร!” ศรัณย์ประกาศก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ “แกจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของข้า… วิญญาณของแกจะถูกหลอมรวมเข้ากับข้า!”

ดวงตาของวายุกระตุก เขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่กำลังถูกพรากไปอย่างช้าๆ ​ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

“ไม่… ไม่นะ!” วายุกระเสือกกระสน พยายามหาทางหนี แต่ร่างกายของเขาถูกตรึงแน่นราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

วินาทีนั้นเอง ศรัณย์ก็กระชากแขนของตนออกอย่างแรง ร่างของวายุถูกเหวี่ยงกระเด็นไปในอากาศ ก่อนที่จะถูกดึงกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยแรงดึงดูดอันไร้รูปร่าง

“วิญญาณที่ 7… เจ้าจงสลายไป!”

คำพูดของศรัณย์จบลงพร้อมกับที่ร่างของวายุถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ มิใช่เพียงเนื้อหนัง หากแต่เป็นดวงวิญญาณที่ถูกฉีกขาดอย่างโหดเหี้ยม แสงสีเขียวมรกตที่เคยส่องสว่าง บัดนี้แปรสภาพเป็นอนุภาคแสงสีเขียวอันเรืองรอง ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวศรัณย์ ก่อนที่จะค่อยๆ ถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของเขา

เมื่อวิญญาณดวงสุดท้ายถูกดูดกลืน ศรัณย์ก็ค่อยๆ ปล่อยแขนของตนลง พายุหมุนที่โหมกระหน่ำอยู่รอบกายพลันสงบลงอย่างฉับพลัน ทรายโบราณที่เคยปลิวว่อนก็ค่อยๆ ตกลงสู่พื้นดินอย่างสงบนิ่ง

ความมืดที่ปกคลุมร่างของศรัณย์เริ่มจางหายไป เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา แต่บัดนี้แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากดวงตาที่เคยฉายแววสงบนิ่ง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม ประกายสีอำมหิตยังคงหลงเหลืออยู่ แต่ก็ผสมผสานไปกับความเด็ดเดี่ยวอันน่ากลัว

“อีก 6 ดวง… ข้าจะรวบรวมทั้งหมด!” ศรัณย์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเป้าหมายอันชัดเจน

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังและร่องรอยของการต่อสู้ครั้งใหญ่ ร่างของวายุได้สลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี

“ต่อไป… ที่ใดเล่า?” ศรัณย์ถามตัวเอง พลางนึกถึงข้อมูลที่ได้รับมา วิญญาณอีก 6 ดวงกระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ความท้าทายครั้งใหม่กำลังรอคอยเขาอยู่

ทันใดนั้นเอง เขารู้สึกถึงกระแสลมอันเย็นยะเยือกที่พัดผ่านมา ชวนให้รู้สึกขนลุกแปลกประหลาด ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่เป็นกระแสลมที่พัดพาเอาออร่าแห่งความชั่วร้ายมาด้วย

“อีกคนหนึ่ง… หรือ?” ศรัณย์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกระหายในการต่อสู้

เขาสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของใครบางคน เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

ศรัณย์หันหลังกลับช้าๆ เผชิญหน้ากับร่างที่ปรากฏขึ้น

เบื้องหน้าของเขาคือบุรุษร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำทะมึน ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยเงา แต่สัมผัสได้ถึงแววตาอันคมกริบที่มองตรงมาที่เขา

“เจ้าคือ… เทพสังหาร?” เสียงนั้นแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจมองข้าม

“และเจ้าคือใคร?” ศรัณย์ถามกลับ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็แฝงไปด้วยความท้าทาย

“ข้าคือ… ผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณ” บุรุษในชุดคลุมตอบ “ข้ามาเพื่อหยุดยั้งเจ้า!”

“หยุดยั้งข้า?” ศรัณย์หัวเราะเบาๆ “แกคงจะลืมไปแล้วสินะ ว่าข้าได้กลืนกินวิญญาณไปแล้วถึง 7 ดวง!”

“ข้าไม่กลัวหรอก” ผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณกล่าว “เพราะข้ามีพลังที่จะมอบให้กับผู้ที่คู่ควร!”

พลันนั้นเอง ร่างของผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณก็สว่างวาบด้วยแสงสีทองอร่าม แสงนั้นสาดส่องไปทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศรอบกายกลับดูศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาทันที

ศรัณย์เบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นพลังอำนาจแบบนี้มาก่อน มันบริสุทธิ์ ทรงพลัง และน่าเกรงขามอย่างหาที่สุดมิได้

“นี่มัน… อะไรกัน?” ศรัณย์อุทานด้วยความประหลาดใจ

“นี่คือ… พลังแห่งแสงสว่าง!” ผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณประกาศก้อง “และข้าจะใช้มันเพื่อกำจัดความมืดเช่นเจ้า!”

สิ้นเสียงนั้น ร่างของผู้พิทักษ์ดวงวิญญาณก็พุ่งเข้าใส่ศรัณย์อย่างรวดเร็ว แสงสีทองอร่ามสาดส่องไปทั่วราวกับสายฟ้าฟาด การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ใจกลางของโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้… และคราวนี้ ศรัณย์อาจจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด

…การต่อสู้ของเทพสังหารผู้ไร้เทียมทาน กำลังจะสั่นคลอนทุกมิติ…

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!