เสียงคำรามอันดุดันที่หลุดรอดจากลำคอของศรัณย์ยังคงกึกก้องราวกับจะฉีกกระชากม่านฟ้าให้ขาดสะบั้น มันมิใช่เพียงเสียงที่เปล่งออกมาจากกายเนื้อ แต่เป็นเสียงสะท้อนของพลังอำนาจที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่งจากส่วนลึกภายใน จิตวิญญาณของเขาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มภาคภูมิ ได้ส่งเสียงประกาศก้องต่อเหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่กำลังกรูกันเข้ามา จิตวิญญาณที่ถูกปลุกให้ตื่นนั้น มิได้หยุดนิ่งอยู่เพียงแค่สามดวงดังเช่นที่เคยเป็นมาอีกต่อไป บัดนี้มันได้เบ่งบาน เผยให้เห็นถึงแก่นแท้แห่งพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
ม่านหมอกสีเงินที่เคยปกคลุมร่างของศรัณย์ บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีรัตติกาล เข้มข้น ทึบแสง ราวกับหลุมดำอันไร้ก้นบึ้ง รัศมีแห่งพลังที่แผ่ออกมานั้น มิได้มีเพียงความร้อนแรงอันเจิดจ้าอีกต่อไป หากแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบอันน่าขนลุก พลังสีทมิฬนี้ เริ่มโอบล้อมร่างของเขาไว้ ราวกับเกราะกำบังที่ไร้รูปทรง มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่สัมผัสได้ถึงมวลสารอันหนักอึ้ง ชวนให้รู้สึกราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ทรงอำนาจยิ่งกว่าจักรวาลกำลังก่อกำเนิดขึ้น
"เจ้า...เจ้าปลุกมันขึ้นมาได้อย่างไร!" เสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความตกตะลึงดังมาจากกลุ่มวิญญาณตนหนึ่ง มันเป็นเสียงที่เหมือนกระซิบจากอดีตกาล เสียงที่เคยมีอำนาจเหนือกาลเวลา แต่บัดนี้กลับสั่นคลอนไปด้วยความหวาดหวั่น
ศรัณย์มิได้ตอบคำถามนั้น เขากระชับกำปั้นแน่น สัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง กายเนื้อของเขาเริ่มสั่นสะเทือนราวกับกำลังจะระเบิดออก แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอันเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังอันมหาศาล จิตวิญญาณดวงที่หก ที่เคยดำรงอยู่เป็นเพียงเงาเลือนราง บัดนี้กลับปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น แสงสีดำทมิฬเปล่งประกายออกมาจากใจกลางอกของเขา มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลืนกินร่างของเขาเข้าไปทั้งหมด
"ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ไม่ว่าเจ้าจะมาจากไหน" ศรัณย์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาดังกังวาน มิใช่เสียงของมนุษย์อีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงที่เจือปนไปด้วยอำนาจของสิ่งเหนือธรรมชาติ "นี่คืออาณาเขตของข้า นี่คือที่ที่วิญญาณต้องถูกตัดสิน!"
เหล่าวิญญาณตนอื่นๆ เริ่มแสดงอาการไม่สงบ พวกมันสัมผัสได้ถึงพลังที่เปลี่ยนไปของศรัณย์ พลังที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พลังที่แม้แต่พวกมันเองก็ยังต้องเกรงกลัว
"เจ้าคิดว่าเจ้าทำอะไรได้?" วิญญาณตนหนึ่งที่รูปร่างคล้ายนักรบโบราณ ชูอาวุธในมือขึ้น "นี่คือที่ของพวกเรา พวกเราคือผู้พิทักษ์! เจ้ามิอาจก้าวล่วง!"
"ผู้พิทักษ์?" ศรัณย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นเย็นเยียบจนแทบจะเยือกแข็ง "พวกเจ้าคือผู้ที่ถูกกักขังต่างหาก! ถูกกักขังด้วยอดีตอันยาวนาน บัดนี้ข้าจะปลดปล่อยพวกเจ้า...ด้วยวิธีของข้า!"
ทันใดนั้น จิตวิญญาณสีดำทมิฬที่กำลังแผ่ขยายรอบร่างของศรัณย์ ก็ระเบิดออกเป็นระลอกคลื่นอันทรงพลัง พลังงานสีดำแผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณราวกับพายุทมิฬ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงลมปะทะจนเซถอยหลังไปหลายก้าว บางตนถึงกับกระเด็นออกไปไกล
"จิตวิญญาณดวงที่หก...มันตื่นขึ้นแล้ว!" เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากวิญญาณตนหนึ่ง "พลังของมัน...มันคือการทำลายล้าง!"
ศรัณย์ยกแขนขึ้นช้าๆ แสงสีดำทมิฬรวมตัวกันที่ปลายแขนของเขา ก่อตัวเป็นดาบแห่งความมืดอันน่าสะพรึงกลัว ดาบเล่มนี้มิได้มีประกายระยิบระยับเช่นดาบปกติ หากแต่ดูดกลืนแสงทุกอย่างรอบตัวราวกับหลุมดำขนาดย่อม มันแผ่รัศมีแห่งความเย็นเยียบออกมา ชวนให้รู้สึกถึงความตายอันเป็นนิรันดร์
"เจ้าเรียกตัวเองว่าผู้พิทักษ์?" ศรัณย์กล่าว น้ำเสียงเยียบเย็น "ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น ว่าผู้ที่แท้จริงคือใคร!"
เขาฟาดดาบสีดำทมิฬลงไปเบื้องหน้า เสมือนฟันอากาศ แต่กลับมีคลื่นพลังงานสีดำทะลุทะลวงออกไปอย่างรวดเร็ว คลื่นพลังนี้พุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มวิญญาณที่กำลังตั้งรับอยู่
วิญญาณนักรบโบราณพยายามยกโล่ห์ของตนขึ้นมาป้อง แต่พลังสีดำนั้นรุนแรงเกินกว่าที่โล่ห์จะต้านทานได้ มันทะลุผ่านโล่ห์ราวกับกระดาษ ทำให้วิญญาณนักรบตนนั้นส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนจะสลายตัวไปเป็นละอองหมอกสีเทาอย่างรวดเร็ว
"ไม่นะ!" วิญญาณตนอื่นๆ ตะโกนด้วยความตกใจ
ศรัณย์มิได้หยุดนิ่ง เขายังคงฟาดฟันดาบสีดำอย่างต่อเนื่อง คลื่นพลังงานสีดำทะลุทะลวงผ่านกลุ่มวิญญาณไปอย่างไม่ปรานี วิญญาณแต่ละตนที่ถูกคลื่นพลังนี้ปะทะ ล้วนสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว บ้างก็ส่งเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมาน บ้างก็สลายไปโดยไร้เสียง
"นี่คือการชำระล้าง!" ศรัณย์ตะโกน "พวกเจ้าคือสิ่งที่จะต้องถูกกำจัดออกไป เพื่อให้จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ได้กลับคืนมา!"
พลังสีทมิฬเริ่มแผ่ขยายไปทั่วบริเวณ โอบล้อมเหล่าวิญญาณที่เหลืออยู่อย่างบีบคั้น พวกมันพยายามรวมตัวกันเพื่อต้านทาน แต่พลังของศรัณย์นั้นดูเหมือนจะไร้ขีดจำกัด จิตวิญญาณดวงที่หกที่ถูกปลุกขึ้นมา ได้มอบพลังแห่งการทำลายล้างอันสมบูรณ์แบบให้กับเขา
"เจ้า...เจ้ามิใช่แค่มนุษย์แล้ว!" วิญญาณตนหนึ่งที่พยายามถอยห่าง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เจ้าได้กลายเป็น...เทพสังหาร!"
คำว่า "เทพสังหาร" ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของศรัณย์ มันเป็นคำที่เขาเคยได้ยินมาในอดีต แต่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตนเองจะถูกเรียกว่าเช่นนั้น
"บางที...ข้าอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ" ศรัณย์ตอบ พลางมองดูดาบสีดำในมือของตน "และข้าจะสังหารพวกเจ้าให้หมดสิ้น!"
เขาเหวี่ยงดาบสีดำอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พลังงานสีดำทะลุทะลวงผ่านกลุ่มวิญญาณไปอย่างไม่ยั้งมือ วิญญาณที่เคยแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม บัดนี้กำลังสลายตัวไปทีละตน ทีละตน ราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นในฤดูหนาว
แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ศรัณย์กลับสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันรุนแรงจากทิศทางหนึ่ง เป็นแรงดึงดูดที่แตกต่างจากวิญญาณตนอื่นๆ มันแผ่พลังงานที่คุ้นเคย แต่ก็มีความลึกลับซับซ้อนแฝงอยู่
"นั่นมันอะไร?" ศรัณย์ครุ่นคิด พลางหันมองไปตามทิศทางของแรงดึงดูดนั้น
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นบางสิ่งปรากฏขึ้นจากใจกลางของกลุ่มวิญญาณที่กำลังสลายตัว มันคือแสงสว่างสีทองอร่าม เปล่งประกายเจิดจ้าจนแทบจะมองไม่เห็นวัตถุต้นกำเนิด แสงนั้นดูดกลืนพลังสีดำรอบข้างไปอย่างช้าๆ และแผ่รัศมีแห่งความบริสุทธิ์ที่เปี่ยมด้วยพลังอันยิ่งใหญ่
"ไม่...มิใช่!" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากวิญญาณตนที่เหลืออยู่ "นั่นคือ...จิตวิญญาณดวงที่เจ็ด!"
ศรัณย์รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัวเขาเอง พลังสีทมิฬที่เคยล้นปรี่ บัดนี้เริ่มถูกพลังงานสีทองอร่ามนั้นกดดัน มันเหมือนกับว่า จิตวิญญาณทั้งหกที่เขามี กำลังจะถูกท้าทายโดยสิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่า
"จิตวิญญาณดวงที่เจ็ด..." ศรัณย์พึมพำ "มันคือสิ่งสุดท้ายที่จะต้องเผชิญหน้าสินะ..."
เขากำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงแรงต้านทานอันมหาศาลจากพลังงานสีทองนั้น พลังสีทมิฬที่เขามีนั้น เริ่มสั่นคลอน ราวกับจะถูกกลืนกิน
"เจ้า...เจ้ามิอาจสู้กับข้าได้!" ศรัณย์กล่าว แม้จะรู้สึกถึงความยากลำบาก แต่ก็ยังคงความเด็ดเดี่ยว "ข้าคือเทพสังหาร! ข้าคือผู้ที่จะปลดปล่อยทุกสิ่ง!"
เขาเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับจิตวิญญาณดวงที่เจ็ดอย่างเต็มที่ พลังสีทมิฬที่เคยท่วมท้น บัดนี้ถูกบีบอัดให้เล็กลง แต่กลับมีความหนาแน่นและรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
แสงสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้น กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มันกำลังจะเผชิญหน้าโดยตรงกับพลังสีทมิฬอันน่าสะพรึงกลัวของศรัณย์ การต่อสู้ครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้
นี่คือจุดที่ชะตากรรมของศรัณย์ และอาจจะรวมถึงโลกใบนี้ กำลังจะถูกตัดสิน...

เทพสังหาร 7 วิญญาณ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก