ตอนที่ 18 — ปะทุแห่งสัตตะวิญญาณ
เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน
เสียงคำรามที่ดุดันของศรัณย์ยังคงก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ราวกับจะฉีกกระชากม่านฟ้าให้ขาดสะบั้น มันมิใช่เพียงเสียงที่เปล่งออกมาจากกายเนื้อ แต่เป็นเสียงสะท้อนของพลังอำนาจที่กำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่งจากส่วนลึกของจิตวิญญาณที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มภาคภูมิ แสงสีทองอร่ามราวกับสายฟ้าฟาดพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา สาดส่องไปทั่วทุกอณูของอาณาบริเวณ ราวกับจะประกาศก้องถึงการจุติของ "เทพสังหาร" ที่แท้จริง
สัตตะวิญญาณทั้งเจ็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ยังคงลอยวนเวียนอยู่รอบกายศรัณย์ราวกับเป็นเงาตามตัว บัดนี้กลับเปล่งประกายเจิดจรัสถึงขีดสุด แต่ละดวงมีสีสันและลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ดวงหนึ่งสีแดงฉานดุจลาวาที่กำลังจะปะทุ อีกดวงสีครามเข้มราวกับห้วงมหาสมุทรที่ลึกล้ำ ดวงที่สามสีเขียวมรกตสดใสราวกับป่าใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ดวงที่สี่สีเหลืองอำพันทอประกายอ่อนโยน ดวงที่ห้าสีม่วงเข้มทอดยาวราวกับรัตติกาล ดวงที่หกสีเงินยวงสะท้อนแสงระยิบระยับ และดวงสุดท้ายสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกที่โปรยปรายลงมา
พลังงานจากสัตตะวิญญาณทั้งเจ็ดหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังมหาศาลที่แผ่ซ่านออกไปรอบกายศรัณย์ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การสั่นไหวของพื้นดิน แต่เป็นการสั่นสะเทือนของมิติเวลาและอวกาศ เศษหินโบราณที่แตกร้าวกลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ราวกับได้รับการปลุกจากหลับใหล ต้นไม้โบราณที่เหี่ยวเฉาพลันผลิใบอ่อนสีเขียวชอุ่มออกมาอย่างน่าอัศจรรย์
"นี่มัน... พลังอะไรกันแน่" พล ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นพลังอำนาจใดที่จะสามารถปลุกเร้าธรรมชาติให้มีชีวิตชีวาได้ถึงเพียงนี้ ดวงตาของเขามองไปยังร่างของศรัณย์ที่บัดนี้ราวกับถูกห่อหุ้มด้วยออร่าแห่งพลังอันศักดิ์สิทธิ์
"เขา... เขาไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว" นิ้ง พึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือของเธอค่อยๆ ยกขึ้นมาปิดปาก ราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น
"สัตตะวิญญาณ... มันรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน" เสียงของอาจารย์สิงห์ ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ก็เจือไปด้วยความตื่นเต้น อาจารย์สิงห์ผู้ซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับการศึกษาตำราโบราณ ได้ค้นพบตำนานเกี่ยวกับ "สัตตะเทพ" ผู้มีพลังในการควบคุมพลังทั้งเจ็ดแห่งธรรมชาติ แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีผู้ใดสามารถปลุกพลังเหล่านั้นให้ตื่นขึ้นมาได้จริง
"ถึงเวลาแล้ว... ที่จะแสดงให้พวกเจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงของข้า" ศรัณย์พูดขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำกว่าเดิม แต่กลับเต็มไปด้วยอำนาจที่ยากจะต้านทาน ร่างของเขาค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้น ดุจดังเทพเจ้าที่กำลังจะจุติลงมายังโลกมนุษย์
เมื่อร่างของศรัณย์ลอยสูงขึ้น สัตตะวิญญาณทั้งเจ็ดก็เคลื่อนไหวตามอย่างพร้อมเพรียง แต่ละดวงหมุนวนรอบตัวเขาเป็นวงกลมอย่างเป็นจังหวะ ดวงสีแดงฉานปล่อยประกายไฟสีทองออกมา ดวงสีครามพ่นละอองน้ำเย็นจัดที่ก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียด ดวงสีเขียวแผ่พลังแห่งการเยียวยาจนพื้นดินที่แตกร้าวเริ่มมีหญ้าอ่อนงอกขึ้น ดวงสีเหลืองส่งคลื่นความร้อนอ่อนโยน ดวงสีม่วงแผ่รัศมีแห่งความมืดที่แฝงไปด้วยอำนาจแห่งการลวงตา ดวงสีเงินเรียกสายลมให้พัดวน และดวงสีขาวปลดปล่อยพลังแห่งการชำระล้าง
พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรงถึงขีดสุด แต่กลับมีความสมดุลอย่างน่าประหลาด มันไม่ได้ทำลายล้าง แต่กลับสร้างสรรค์ ชุบชีวิต และเสริมพลังให้กับทุกสิ่งรอบกาย
"น่ากลัว... แต่ก็งดงาม" พล กล่าวอย่างไม่อาจละสายตา
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามอันดุดันอีกครั้งก็ดังขึ้น คราวนี้มาจากเบื้องหลังกองหินโบราณที่ทับถมกันอยู่ ภาพเงาดำมืดขนาดมหึมาปรากฏขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายสัตว์ร้ายโบราณ มีเขี้ยวเล็บแหลมคม ดวงตาสีแดงเพลิงลุกวาวราวกับเปลวไฟ ขนสีดำสนิทของมันดูดกลืนแสงสว่างรอบข้าง
"เจ้า... เจ้าปลุกพลังนั้นขึ้นมาได้อย่างไร" เสียงแหบพร่าของเงาดำดังขึ้น มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่เชื่อ "พลังแห่งสัตตะวิญญาณ... มันเป็นของข้า!"
"เจ้าเป็นใครกันแน่" ศรัณย์ถาม น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง แต่ดวงตาเปล่งประกายแห่งการท้าทาย
"ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งความมืด! ผู้ที่รอคอยการปรากฏตัวของ 'เทพสังหาร' มาช้านาน เพื่อที่จะได้สังหารมันและครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่นี้!" เงาดำตอบ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่ศรัณย์อย่างรวดเร็ว
ลมหมุนที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของเงาดำ พัดเอาฝุ่นละอองและเศษหินให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ศรัณย์ไม่รอช้า เขาก็ปล่อยพลังแห่งสัตตะวิญญาณเข้าสกัดกั้น
"จงเผชิญหน้ากับข้า! ผู้ที่จะเป็น 'เทพสังหาร' ที่แท้จริง!" ศรัณย์ตะโกน พร้อมกับยกมือขึ้น สัตตะวิญญาณทั้งเจ็ดหมุนวนเร็วขึ้นอีก เกิดเป็นเกราะพลังงานสีรุ้งที่แข็งแกร่งส่องประกาย
เงาดำพุ่งเข้าชนกับเกราะพลังงาน เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม พลังปะทะกันอย่างรุนแรง จนพื้นดินรอบๆ แตกกระจายเป็นวงกว้าง
"พลังแค่นี้... เจ้าคิดว่าจะหยุดข้าได้งั้นรึ!" เงาดำคำราม มันกัดฟันกรอด พยายามจะดันเกราะพลังของศรัณย์ให้แตกออก
"เจ้าคิดผิดแล้ว... พลังนี้ไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่เป็นการปลดปล่อย!" ศรัณย์ตอบพร้อมกับรวบรวมพลังทั้งหมดที่เขามี
พลันนั้นเอง สัตตะวิญญาณทั้งเจ็ดก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นรูปร่างของดาบแสงสีรุ้งอันมหึมา มันยาวกว่าสิบเมตร ส่องประกายเจิดจ้าจนแสบตา
"นี่คือ... 'ดาบสัตตะวิญญาณ'!" ศรัณย์ประกาศก้อง พร้อมกับจับด้ามดาบแสงที่ปรากฏขึ้นในมือ
"บ้าไปแล้ว! มันเป็นไปไม่ได้!" เงาดำตะโกนด้วยความหวาดหวั่น
"เจ้าเตรียมตัวรับการสังหารได้เลย!" ศรัณย์กล่าว พร้อมกับเหวี่ยง "ดาบสัตตะวิญญาณ" เข้าใส่เงาดำอย่างสุดกำลัง
ลำแสงสีรุ้งอันเจิดจ้าพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด มันฟาดฟันเข้าใส่ร่างของเงาดำอย่างแม่นยำ
เกิดเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยอง เสียงนั้นดังยาวนานจนแทบจะทำให้หัวใจหยุดเต้น ร่างของเงาดำค่อยๆ สลายกลายเป็นเถ้าธุลีสีดำ ที่ปลิวหายไปตามสายลม
เมื่อการปะทะสิ้นสุดลง บริเวณรอบกายศรัณย์กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ความสงบที่ว่างเปล่า หากแต่เป็นความสงบที่เต็มไปด้วยพลังชีวิต ต้นไม้ที่เคยเหี่ยวเฉากลับยืนต้นอย่างแข็งแรง ดอกไม้ป่าที่ซ่อนตัวอยู่ก็ผลิบานอย่างงดงาม
ศรัณย์ค่อยๆ ลดดาบสัตตะวิญญาณลง ร่างของเขายังคงลอยอยู่เหนือพื้น แสงสัตตะวิญญาณทั้งเจ็ดค่อยๆ จางลง แต่ยังคงปรากฏให้เห็นเป็นรัศมีรอบกาย
"จบแล้ว... อย่างนั้นรึ" นิ้ง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความกังวล
"ไม่... ข้าสัมผัสได้ถึงพลังอีกอย่างหนึ่ง" อาจารย์สิงห์กล่าว สายตาของเขาทอดยาวไปยังทิศทางหนึ่ง "พลังที่... ไม่ใช่พลังแห่งสัตตะวิญญาณ แต่เป็นพลังแห่ง 'ความตาย' ที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา"
พลันนั้นเอง ท้องฟ้าสีครามที่เคยสดใสก็เริ่มมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นเมฆดำทะมึนที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ อากาศเย็นเยียบจนรู้สึกได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"มันมาแล้ว... 'เทพแห่งความตาย'..." ศรัณย์พึมพำ ดวงตาของเขาสะท้อนถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง
"เตรียมตัวให้พร้อม... นี่อาจเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา" พล กล่าวพร้อมกับกุมด้ามดาบของตนเองแน่น
"แต่ 'เทพแห่งความตาย' จะมาเยือนที่นี่ได้อย่างไร... และเพื่ออะไรกันแน่" นิ้ง ถามด้วยความหวาดหวั่น
ศรัณย์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังมืดมิด เขาเห็นกลุ่มควันสีดำกำลังก่อตัวขึ้นตรงกลางกลุ่มเมฆ มันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะเปิดประตูสู่มิติแห่งความตาย
"ข้าว่า... คำตอบมันกำลังจะปรากฏขึ้น" ศรัณย์กล่าว พร้อมกับเตรียมพร้อมรับการมาเยือนของศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญหน้ามา
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก