ตอนที่ 20 — พลังสังหารที่แท้จริง

ตอนที่ 20 — พลังสังหารที่แท้จริง

เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน

กลุ่มหมอกสีทองที่แผ่ขยายออกไปจากร่างของศรัณย์นั้นมิใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่มันคือคลื่นพลังอันมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณของผู้ที่อยู่ใกล้เคียง เสียงคำรามของเขายังคงดังกึกก้อง ราวกับจะปลุกเร้าพลังที่หลับใหลมานานให้ตื่นขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้รุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้กระทั่งอสูรกายที่หมายจะช่วงชิงพลังของเขาอยู่ก่อนหน้า ก็ยังต้องผงะถอยไปด้วยความตื่นตระหนก

"นี่มัน...อะไรกัน!" ซาเรน ‌อสูรกายร่างยักษ์ที่เคยโอหัง บัดนี้กลับมีแววตาฉายชัดถึงความหวาดหวั่น พลังสีทองที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของศรัณย์นั้นร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวสุริยะ มันแผดเผาอากาศรอบข้างจนเกิดเป็นระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ คลื่นพลังนี้กำลังกัดกร่อนม่านแห่งความเป็นจริง บิดเบือนทุกสรรพสิ่งให้สั่นคลอน

"พลัง...พลังนี้...เกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะครอบครองได้!" คิริว ​นักล่าอสูรอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ห่างออกไป พึมพำกับตนเอง เขาเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับผู้ที่จะสืบทอดพลังแห่งเทพเจ้า แต่ไม่เคยคาดคิดว่าตนเองจะได้เห็นด้วยตาตนเองเช่นนี้

"เขาปลุกมันขึ้นมาแล้วจริงๆ" จิออน ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มนักล่าอสูร เอ่ยขึ้นเสียงเครียด ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังร่างของศรัณย์ที่บัดนี้ถูกโอบล้อมด้วยกลุ่มหมอกสีทองอร่าม ‍"พลังสังหาร 7 วิญญาณ...มันไม่ใช่แค่นามเรียก แต่เป็นพลังที่แท้จริง"

ภายในกลุ่มหมอกสีทอง ศรัณย์ยืนนิ่ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดระคนกับความปีติยินดี เขาไม่เคยรู้สึกถึงพลังที่ถาโถมเข้ามามากขนาดนี้มาก่อน มันเหมือนกับว่ามีแม่น้ำทั้งสายกำลังไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเขา ‌ชำระล้างทุกอณูแห่งความเป็นตัวตน และหลอมรวมเข้ากับพลังที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

"ข้า...ข้ารู้สึกถึงพวกมัน..." ศรัณย์พึมพำ ลิ้นพันกันด้วยความตื่นเต้น "วิญญาณแห่งพยัคฆ์...วิญญาณแห่งมังกร...วิญญาณแห่งเต่า...วิญญาณแห่งหงส์...วิญญาณแห่งพญานาค...วิญญาณแห่งเทพ...และ...วิญญาณแห่งสังหาร!"

เมื่อเอ่ยถึงวิญญาณสุดท้าย เสียงของเขาก็ยิ่งทุ้มต่ำลง แววตาที่เคยสั่นไหว บัดนี้กลับฉายประกายอำมหิตที่ยากจะปฏิเสธ ‍พลังสีทองที่เคยดูอบอุ่น ตอนนี้กลับกลายเป็นประกายอันตราย สีทองนั้นเข้มข้นขึ้น เปล่งประกายราวกับจะลุกเป็นไฟ

"วิญญาณแห่งสังหาร...ใช่แล้ว...นี่คือพลังที่แท้จริงของข้า!" ศรัณย์สูดลมหายใจลึกเข้าสู่ปอด ความเจ็บปวดเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความแข็งแกร่งอันไร้ขีดจำกัด เขารู้สึกถึงทุกอณูของพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ​ก่อเกิดเป็นความมั่นใจอันเด็ดเดี่ยว

"ซาเรน! เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถช่วงชิงพลังนี้ไปจากข้าได้งั้นหรือ!" เสียงของศรัณย์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แฝงไปด้วยอำนาจที่บีบคั้นทุกโสตประสาท ซาเรนถึงกับทรุดเข่าลงไปข้างหนึ่ง แรงกดดันจากน้ำเสียงของศรัณย์นั้นราวกับภูเขาที่กำลังจะทับถม

"ไม่! เป็นไปไม่ได้! เจ้า...เจ้าเป็นเพียงมนุษย์!" ​ซาเรนพยายามตะโกน แต่เสียงของเขากลับสั่นเครือ

"มนุษย์...ใช่ ข้าเคยเป็นมนุษย์" ศรัณย์กล่าว "แต่บัดนี้ ข้าคือผู้ครอบครองเจ็ดวิญญาณ! และเจ้า...คือสิ่งแรกที่จะต้องถูกสังหาร!"

ทันใดนั้น กลุ่มหมอกสีทองที่ล้อมรอบร่างของศรัณย์ก็พลันแยกออกจากกัน ​เผยให้เห็นร่างของเขาที่บัดนี้ส่องประกายเจิดจ้ากว่าเดิม ชุดที่สวมใส่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป กลายเป็นอาภรณ์สีทองที่ทอประกายแวววาวราวกับทำจากทองคำบริสุทธิ์ และที่น่าตกตะลึงที่สุด คือ รอยสักรูปมังกรสีทองขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของเขา มันกำลังเลื้อยพันราวกับมีชีวิต ปลายหางของมังกรเลื่อนลงไปจรดที่ปลายเท้า

"นี่มัน...นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!" ซาเรนตะโกนลั่น เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับ "กายทิพย์" ของผู้มีพลังอำนาจ แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะปรากฏขึ้นเช่นนี้

"เจ้าเห็นแล้ว...และเจ้าจะได้สัมผัสกับมัน!" ศรัณย์ยกแขนขวาขึ้นช้าๆ ฝ่ามือของเขาเปล่งประกายสีทองเข้มข้น "วิญญาณแห่งพยัคฆ์! จงสำแดงฤทธิ์!"

ทันใดนั้น ภาพลวงตาของพยัคฆ์สีทองขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังศรัณย์ มันคำรามกึกก้องราวกับจะแยกพื้นดินให้แยกออกเป็นสองส่วน ลูกตาของพยัคฆ์สีทองลุกโชนราวกับเพลิงนรก และมันก็พุ่งทะยานเข้าใส่ซาเรนอย่างรวดเร็ว

"อ้ากกกก!" ซาเรนร้องเสียงหลง เขาพยายามยกแขนขึ้นปัดป้อง แต่พลังของพยัคฆ์สีทองนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้ ร่างกายอันแข็งแกร่งของเขาถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ท่ามกลางแสงสีทองที่เจิดจ้า

"ยังไม่จบแค่นี้!" ศรัณย์ตะโกนอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาแฝงด้วยความเยือกเย็นที่น่าสะพรึงกลัว "วิญญาณแห่งมังกร! จงแผลงฤทธิ์!"

ภาพลวงตาของมังกรสีทองทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มันแผ่กว้างออกไปปกคลุมผืนฟ้าทั้งหมด ลมหายใจของมันคือเปลวเพลิงสีทองที่เผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ซาเรนที่แม้จะถูกฉีกร่างไปแล้ว แต่ดวงวิญญาณของเขาก็ยังคงล่องลอยอยู่ ร่างกายที่สลายไปนั้นได้ถูกพลังอันบริสุทธิ์ของวิญญาณมังกรเผาผลาญจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี

"วิญญาณแห่งเต่า! จงแข็งแกร่ง!"

"วิญญาณแห่งหงส์! จงระเบิด!"

"วิญญาณแห่งพญานาค! จงกลืนกิน!"

"วิญญาณแห่งเทพ! จงปกป้อง!"

เสียงของศรัณย์ดังขึ้นเป็นจังหวะราวกับบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์ ภาพลวงตาของสัตว์เทพทั้งห้าปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละตนล้วนสำแดงพลังอันน่าสะพรึงกลัว พวกมันเข้าโจมตีซาเรนอย่างไม่หยุดยั้ง การโจมตีครั้งนี้มิใช่เพียงการทำลายร่างกาย แต่เป็นการทำลายดวงวิญญาณให้สลายไปอย่างสิ้นเชิง

"ไม่! ปล่อยข้าไป! ข้าขอร้อง!" เสียงของซาเรนที่บัดนี้อ่อนแรงลงเรื่อยๆ ดังขึ้นมา แววตาของเขาสะท้อนถึงความสิ้นหวังอย่างที่สุด

"เจ้ารุกล้ำเข้ามาในแดนศักดิ์สิทธิ์ และหมายจะช่วงชิงพลังของข้า" ศรัณย์กล่าวเสียงเรียบ "เจ้าสมควรได้รับสิ่งนี้!"

"วิญญาณแห่งสังหาร! จงสังหาร! จงกลืนกิน! จงทำลายล้าง!"

เมื่อคำพูดสุดท้ายหลุดออกจากปากของศรัณย์ กลุ่มหมอกสีทองก็พลันโหมกระหน่ำเข้าใส่ซาเรนอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมิใช่แค่กลุ่มหมอก แต่มันคือพายุแห่งพลังที่บดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลาย ซาเรนกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่เงา

ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณโบราณสถานอีกครั้ง หมอกสีทองค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นร่างของศรัณย์ที่บัดนี้ยืนสง่าอยู่กลางใจกลางของซากอสูรกายที่ครั้งหนึ่งเคยทรงพลัง

"สำเร็จแล้ว..." ศรัณย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายของเขายังคงส่องประกายสีทองจางๆ แต่พลังอำนาจที่ถาโถมเข้ามานั้นเริ่มสงบลง เหลือไว้เพียงความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล

"ศรัณย์! เจ้าทำได้!" จิออนตะโกนด้วยความยินดี เขาเดินตรงเข้ามาหาศรัณย์ด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความเคารพ

"พลังของข้า...มันแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก" ศรัณย์กล่าว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผสมผสาน ทั้งความโล่งใจ ความภาคภูมิใจ และความหวาดหวั่นต่อพลังที่ตนเองครอบครอง

"มันคือพลังแห่งเทพเจ้าที่สืบทอดมา" คิริวเสริม "แต่การควบคุมมัน...ไม่ใช่เรื่องง่าย"

"ข้ารู้" ศรัณย์พยักหน้า "แต่ข้าได้เรียนรู้แล้ว...ว่าข้าสามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้ด้วยพลังนี้"

ทันใดนั้น แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่จากการโจมตีของศรัณย์ แต่เป็นเสียงคำรามกึกก้องที่ดังมาจากเบื้องลึกของปฐพี

"ยังไม่จบอีกหรือ!" จิออนอุทาน

"สิ่งที่กำลังจะมา...น่าจะเป็นอสูรกายตนสุดท้าย" ศรัณย์กล่าว ดวงตาของเขามองไปยังจุดที่เสียงคำรามดังขึ้น "และมัน...น่าจะทรงพลังยิ่งกว่าซาเรนนัก"

เบื้องลึกของปฐพีนั้น มีแสงสีดำทะมึนกำลังปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มันสั่นสะเทือนไปถึงแก่นโลก บรรยากาศรอบข้างพลันหนาวเย็นลงอย่างผิดปกติ ราวกับว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา

"ดูเหมือนว่า...ศึกล้างบางของข้า...จะยังไม่จบง่ายๆ" ศรัณย์เอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความท้าทายและอันตราย

"เทพสังหาร...กำลังจะพบกับคู่ต่อกรที่แท้จริง...ใช่หรือไม่?"

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!