กลุ่มหมอกสีทองที่แผ่ขยายออกไปจากร่างของศรัณย์นั้นมิใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่มันคือคลื่นพลังอันมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณของผู้ที่อยู่ใกล้เคียง เสียงคำรามของเขายังคงดังกึกก้อง ราวกับจะประกาศก้องต่อสรรพสิ่งให้รับรู้ถึงการมาถึงของ "เทพสังหาร" ผู้ซึ่งกำลังจะปลดปล่อยพลังอันไร้ขีดจำกัดออกมา
ศรัณย์ยืนนิ่งกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของอาณาเขตโบราณ ดวงตาของเขาที่เคยฉายแววเยือกเย็น บัดนี้ลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงแห่งการต่อสู้ สีทองที่แผ่ขยายออกมาจากร่างนั้นมิได้เป็นเพียงแสงสว่าง แต่เป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งที่สกัดกั้นพลังอันมืดมิดของ "มังกรเงา" ที่พยายามรุกคืบเข้ามา
"แกคิดว่าเพียงแค่นี้จะหยุดข้าได้หรือ ศรัณย์" เสียงแหบพร่าของมังกรเงาดังขึ้นจากใจกลางของกลุ่มเมฆสีดำทมิฬที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ โบราณสถาน มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและอำนาจชั่วร้ายที่น่าสะพรึงกลัว
"มังกรเงา" รูปร่างของมันเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน มันคืออสูรกายขนาดยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิท ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงฉานราวกับถ่านเพลิง แขนขาที่แข็งแรงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่บิดเบี้ยว พร้อมที่จะตะครุบเหยื่อให้แหลกคามือ
"แกจะหยุดยั้งความมืดมิดนี้ไม่ได้ ศรัณย์ พลังของข้าจะกลืนกินทุกสิ่ง!" มังกรเงากระโจนเข้าใส่ศรัณย์ด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย
แต่ศรัณย์มิได้สะทกสะท้าน เขากระตุกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย พลังสีทองรอบตัวเขาพลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง สร้างเป็นกระแสลมหมุนที่ทรงพลัง สกัดกั้นการพุ่งเข้าโจมตีของมังกรเงาไว้ได้ในที่สุด
"ความมืดมิดนั้นมีอยู่คู่กับแสงสว่างเสมอ แต่มันมิเคยมีอำนาจเหนือกว่า" ศรัณย์กล่าวเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น
ทันใดนั้น ร่างของศรัณย์ก็พลันเคลื่อนไหว เขากระโดดขึ้นไปบนอากาศ หมุนตัวกลางอากาศอย่างสง่างาม ก่อนที่จะรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่มือขวา
"นี่คือพลังที่แท้จริงของเทพสังหาร!"
ดาบสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นในมือของศรัณย์นั้น มิใช่ดาบธรรมดา มันคือ "ดาบวิญญาณ" อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังงานบริสุทธิ์ของสวรรค์ ดาบเล่มนี้เปล่งประกายเจิดจ้า จนแทบจะแสบตา สามารถตัดผ่านทุกสิ่งได้ แม้กระทั่งม่านแห่งความเป็นจริง
"ดาบสังหาร! จงพิฆาตมันซะ!"
ศรัณย์ฟาดดาบวิญญาณลงมาด้วยสุดแรงเกิด แสงสีทองจากดาบได้สาดส่องลงมาเป็นเส้นตรงราวกับสายฟ้า ฟาดผ่านกลุ่มเมฆสีดำทมิฬที่ห่อหุ้มมังกรเงาไว้
เสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่าเกิดขึ้น มังกรเงาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีดำของมันเริ่มแตกสลาย ปรากฏรอยไหม้เกรียมเป็นทางยาว
"เป็นไปไม่ได้! พลังของข้า! พลังของข้า!" มังกรเงาตะโกนด้วยความหวาดกลัว
แต่ศรัณย์มิได้หยุดแค่นั้น เขารวบรวมพลังอีกครั้ง คราวนี้พลังที่ออกมาจากร่างของเขาเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม สีทองแผ่ขยายออกไปจนสุดสายตา สั่นสะเทือนไปถึงแก่นของโบราณสถาน
"วิญญาณทั้งเจ็ด จงตื่นขึ้น! จงมอบพลังให้แก่ข้า!"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือศีรษะของศรัณย์ก็พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง มีร่างของวิญญาณทั้งเจ็ดปรากฏขึ้น พวกมันคือวิญญาณของนักรบโบราณผู้ยิ่งใหญ่ ที่เคยปกป้องอาณาเขตแห่งนี้ไว้ วิญญาณเหล่านั้นสวมชุดเกราะโบราณ ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
วิญญาณแต่ละตนล้วนมีพลังที่แตกต่างกัน วิญญาณตนหนึ่งถือโล่ที่เรืองแสงสีเขียวมรกต อีกตนหนึ่งถือคันธนูที่เปล่งประกายสีฟ้าคราม วิญญาณตนสุดท้ายดูเหมือนจะเป็นนักปราชญ์ที่กำลังร่ายเวทมนตร์
"เราจะมอบพลังทั้งหมดให้แก่ท่าน เทพสังหาร" วิญญาณตนหนึ่งกล่าวด้วยเสียงอันก้องกังวาน
พลังงานจากวิญญาณทั้งเจ็ดไหลบ่าเข้าสู่ร่างของศรัณย์ ทำให้พลังของเขายิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก ร่างกายของเขาพลันสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์
"ขอบคุณเหล่าวิญญาณผู้กล้าหาญ! บัดนี้ ถึงเวลาที่ข้าจะพิสูจน์ตนเอง!"
ศรัณย์เงื้อดาบวิญญาณขึ้นอีกครั้ง แสงสีทองที่เปล่งออกมาจากดาบยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นลำแสงสีทองที่พุ่งตรงเข้าใส่กลางร่างของมังกรเงา
"ดาบสังหาร 7 วิญญาณ!"
ลำแสงสีทองพุ่งทะลุผ่านกลุ่มเมฆสีดำทมิฬราวกับจะฉีกกระชากท้องฟ้าให้ขาดสะบั้น มังกรเงาตะโกนร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มันพยายามต่อต้าน แต่พลังของศรัณย์นั้นเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง
ลำแสงสีทองค่อยๆ กลืนกินมังกรเงาไปทีละน้อย ร่างกายอันใหญ่โตของมันเริ่มสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปในอากาศ
"เป็นไปไม่ได้... ข้า... ข้าจะกลับมา... ข้าจะกลับมาแก้แค้น!" เสียงสุดท้ายของมังกรเงาดังแผ่วเบา ก่อนที่จะหายไปในอากาศธาตุ
เมื่อมังกรเงาถูกทำลาย กลุ่มเมฆสีดำทมิฬก็พลันสลายไปเช่นกัน เผยให้เห็นท้องฟ้าที่กลับมาสดใสอีกครั้ง โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเต็มไปด้วยพลังอันมืดมิด บัดนี้กลับมาสงบเงียบ
ศรัณย์ยืนอยู่กลางสมรภูมิด้วยสภาพที่อ่อนล้า แต่แววตาของเขายังคงฉายแววแห่งชัยชนะ เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น การต่อสู้กับความมืดมิดนั้นยังคงดำเนินต่อไป
"การต่อสู้ครั้งนี้จบลงแล้ว แต่การเดินทางของข้ายังอีกยาวไกล" ศรัณย์พึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง พลังงานที่มองไม่เห็นเริ่มแผ่กระจายออกมาจากใจกลางของโบราณสถาน รัศมีสีม่วงเข้มที่เปล่งประกายออกมาอย่างช้าๆ
"อะไรกัน..." ศรัณย์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
แสงสีม่วงเข้มนั้นเริ่มสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว พลันมีเสียงกระซิบแผ่วเบา ดังขึ้นในอากาศ มันเป็นเสียงที่เยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัว
"ถึงเวลาแล้ว... เทพสังหาร... ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับ..."
ก่อนที่เสียงนั้นจะกล่าวจบ ก็พลันมีบางสิ่งปรากฏขึ้นจากใจกลางของแสงสีม่วงเข้มนั้น มันคือเงาดำทะมึนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ รูปร่างของมันดูคุ้นเคย... แต่กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ศรัณย์ยืนนิ่ง จ้องมองไปยังเงาดำนั้นด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยรู้สึกถึงพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน
"นี่มันอะไรกันแน่..."
เงาดำนั้นค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น มันคือรูปร่างที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบเจออีก... รูปร่างที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขา... รูปร่างที่เขาเคยพยายามลืมเลือนไปตลอดกาล...
"ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้!" ศรัณย์อุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
เงาดำนั้นค่อยๆ ยื่นมือออกมา... มือที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิท... มือที่เคยเป็นของมังกรเงา...
"เจ้าคิดว่าข้าตายแล้วหรือ ศรัณย์?" เสียงที่เยือกเย็นและเต็มไปด้วยความแค้นเคืองดังขึ้นอีกครั้ง "มังกรเงา... คือตัวข้า... และข้า... คือส่วนหนึ่งของเจ้า..."
ศรัณย์ยืนตะลึงงัน โลกทั้งใบของเขาพลันมืดมิดลงอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พลังที่แผ่กระจายออกมาจากเงาดำนั้น มันคือพลังงานเดียวกับที่เขาครอบครอง... แต่กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว
"เจ้า... เจ้าคือใครกันแน่?" ศรัณย์ถามเสียงสั่นเครือ
เงาดำนั้นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเย็นเยือกจนถึงกระดูก
"ข้าคือ 'เงาสะท้อน' ของเจ้า ศรัณย์... และบัดนี้... ข้าจะกลืนกินเจ้า... กลืนกินพลังของเจ้า... แล้วมาดูกันว่า... 'เทพสังหาร' ที่แท้จริง... คือใครกันแน่!"
เงาดำนั้นพลันพุ่งเข้าใส่ศรัณย์ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ!

เทพสังหาร 7 วิญญาณ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก