ตอนที่ 24 — อัสนีบาตสีเลือด พิโรธพิฆาตมาร

ตอนที่ 24 — อัสนีบาตสีเลือด พิโรธพิฆาตมาร

เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน

กลุ่มหมอกสีทองที่แผ่ขยายออกไปจากร่างของศรัณย์นั้นมิใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่มันคือคลื่นพลังอันมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณของผู้ที่อยู่ใกล้เคียง เสียงคำรามของเขายังคงดังกึกก้อง ราวกับจะปลดปล่อยพายุอเวจีที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในออกมา โลหิตสีทองที่หลั่งรินจากบาดแผลบนร่างของเขากลับกลายเป็นประกายเรืองรอง สาดแสงสะท้อนไปทั่วบริเวณ ซากปรักหักพังโบราณสถานแห่งนี้ที่ถูกอำพรางด้วยเงามืดมานานนับศตวรรษ บัดนี้กลับถูกอาบไล้ด้วยแสงอันน่าพรั่นพรึง

"เจ้า... ‌เจ้ามันปีศาจร้าย!" เสียงของจอมมารอสูรกาล กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและหวาดหวั่น แสงสีทองที่ปลดปล่อยออกมาจากศรัณย์นั้น มิใช่แสงแห่งชีวิต หากแต่มันคือพลังบริสุทธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ ที่กัดกินและเผาผลาญมวลมารอันชั่วร้าย ดวงตาของอสูรกาลเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ​ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ามันเกินกว่าที่มันจะเข้าใจ หรือแม้แต่จะจินตนาการถึงได้

"ปีศาจ?" ศรัณย์หัวเราะเสียงแหบพร่า แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ไม่สามารถปกปิดได้ "ข้าไม่เคยคิดว่าตนเองจะเป็นเช่นนั้น แต่หากเจ้าเห็นข้าเป็นปีศาจ... ก็จงรับเอาผลกรรมจากความผิดบาปของตนเองเสีย!"

สิ้นคำพูดนั้น กลุ่มหมอกสีทองก็พลันควบแน่นราวกับจะกลายเป็นพายุหมุนอันมหึบศาล ‍พลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในร่างของศรัณย์กำลังจะระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ เขาเงื้อดาบอสูรสีดำทะมึนขึ้นสู่ฟ้า เงาของมันทาบทับไปทั่วพื้นดิน ราวกับจะประกาศก้องถึงวาระสุดท้ายของจอมมารตนนี้

"นี่หรือคือพลังที่แท้จริงของ 'เทพสังหาร'..." เสียงกระซิบจากเหล่าบริวารของจอมมาร ที่หลบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบของโบราณสถานดังแว่วมา พวกมันจับจ้องภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น ‌แต่ก็ไม่อาจละสายตาไปได้

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันเปลี่ยนสี จากค่ำคืนอันมืดมิดกลับกลายเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดที่ถูกบีบคั้น สีแดงนั้นเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสีเลือดหมู่อันน่าสะพรึงกลัว กลุ่มเมฆสีดำที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีแห่งมหันตภัย

"อัสนีบาตสีเลือด..." ศรัณย์พึมพำ ‍ดวงตาจับจ้องไปยังท้องฟ้าที่กำลังคุกคาม

"ไม่! เป็นไปไม่ได้!" จอมมารอสูรกาลกรีดร้องอีกครั้ง มันสัมผัสได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ที่กำลังถาโถมเข้าใส่ แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่พลังแห่งแสงสว่างที่เคยเผชิญหน้า มันคือพลังแห่งการลงทัณฑ์ มันคือพลังที่เกิดจากการรวมตัวของเจ็ดดวงวิญญาณที่สถิตอยู่ในตัวศรัณย์!

"เจ้า... ​เจ้าปลุกพลังเหล่านั้นขึ้นมาแล้วจริงๆ หรือ?" จอมมารถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ศรัณย์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยกดาบอสูรขึ้นสูงกว่าเดิม ปลายดาบสีดำทะมึนชี้ตรงไปยังอสูรกาลที่กำลังหวาดผวา

"พวกมันถูกปลุกขึ้นมาเพื่อสังหารเจ้า! เพื่อชำระล้างความชั่วร้ายที่เจ้าได้ก่อไว้!" เสียงของศรัณย์ดังขึ้น แต่ครั้งนี้มันมิใช่เสียงของเขาเพียงผู้เดียว ​แต่เป็นเสียงที่ก้องกังวานราวกับเสียงประสานของเจ็ดดวงวิญญาณที่กำลังคำราม!

"เจ็ดวิญญาณ... จงพิโรธ!"

ร่างของศรัณย์พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แสงสีทอง แต่เป็นประกายแสงเจ็ดสีที่พวยพุ่งออกมาจากแผลโลหิตบนกาย แสงทั้งเจ็ดสีนั้นผสานรวมกันเป็นลำแสงอันทรงพลัง พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าที่แดงฉาน

ทันใดนั้นเอง!

อัสนีบาตสีเลือดที่น่าสะพรึงกลัวก็พลันฟาดผ่าลงมาจากฟากฟ้า! มิใช่เพียงฟ้าผ่าธรรมดา แต่เป็นสายฟ้าที่เต็มไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์อันสุดหยั่งถึง ​พุ่งเป้ามายังร่างของจอมมารอสูรกาลที่กำลังยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง

"ตูมมมมมม!"

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ผืนดินสั่นสะเทือนจนแทบจะแยกออกเป็นเสี่ยง แสงสีเลือดที่สาดส่องขึ้นไปบนฟ้า สว่างจ้าจนทำให้ผู้ที่มองเห็นต้องยกมือขึ้นบังตา

เมื่อแสงจางลง ซากปรักหักพังแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่หวีดหวิวพัดผ่านซากปรักหักพังที่บัดนี้บางส่วนได้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน

ร่างของจอมมารอสูรกาล... หายไปแล้ว! เหลือเพียงร่องรอยไหม้เกรียมบนพื้นดิน และกลุ่มควันสีดำที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือบริเวณนั้น

"สำเร็จแล้ว..." ศรัณย์พึมพำ เสียงของเขาแผ่วเบาลง สัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลกลับเข้าสู่ร่าง ความเจ็บปวดที่เคยท่วมท้น บัดนี้กลับค่อยๆ บรรเทาลง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนล้าที่เข้าปกคลุม

"เจ้า... เจ้าทำได้จริงๆ หรือ?" เสียงของวิญญาณที่เคยสิงสู่ในตัวจอมมาร ค่อยๆ จางหายไปในอากาศ ราวกับจะยอมรับความพ่ายแพ้

"ข้าได้บอกแล้ว... พวกมันถูกปลุกขึ้นมาเพื่อสังหารเจ้า" ศรัณย์ตอบ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม เขาทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นดินที่เย็นเฉียบ

"แต่... ทำไมพลังนี้จึงได้... หนักหนาสาหัสถึงเพียงนี้..." เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะ

การปลุกพลังของเจ็ดวิญญาณขึ้นมาเพื่อใช้ในการต่อสู้ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน มันเป็นพลังที่เกินกว่าจะควบคุมได้โดยสมบูรณ์ มันคือการผสานรวมพลังของเจ็ดดวงวิญญาณที่เคยต่อสู้กับมารร้ายในอดีต สู่ร่างของเขาในปัจจุบัน

"พลังนี้... มันกำลังกัดกินข้า..." เขาพึมพำอีกครั้ง รู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าอันมหาศาล ที่กำลังคืบคลานเข้ามา

เหล่าบริวารของจอมมารที่เคยซ่อนตัวอยู่ บัดนี้ค่อยๆ โผล่ออกมาจากเงามืด พวกมันมองเห็นศรัณย์ที่อ่อนแรงอยู่บนพื้นดิน ดวงตาของพวกมันฉายแววแห่งความโลภและการรอคอย

"ดูนั่นสิ... ปีศาจตนนั้นกำลังจะตาย..."

"พลังที่ปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่... มันทำให้มันอ่อนแอลง!"

"เป็นโอกาสของเราแล้ว!"

พวกมันค่อยๆ ยกอาวุธในมือขึ้น จ้องมองไปยังศรัณย์ราวกับเหยื่อที่สิ้นท่า

แต่ทันใดนั้นเอง!

แสงสีทองอันอ่อนโยนก็พลันสาดส่องออกมาจากร่างของศรัณย์อีกครั้ง คราวนี้มิใช่แสงแห่งการพิฆาต หากแต่เป็นแสงแห่งการฟื้นฟู มันค่อยๆ โอบล้อมร่างของเขาไว้

"พวกเจ้า... อย่าได้คิด..." เสียงของศรัณย์ดังขึ้นอีกครั้ง แม้จะแผ่วเบา แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้

"พลังนี้... มิได้มีไว้เพื่อสังหารผู้ที่อ่อนแอ... หากแต่มีไว้เพื่อปกป้อง!"

"นี่... นี่มันอะไรกัน?!" เหล่าบริวารของจอมมารชะงักงัน พวกมันไม่เข้าใจถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

แสงสีทองที่สาดส่องออกมาจากศรัณย์นั้น เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นเกราะป้องกันอันทรงพลัง ค่อยๆ แผ่ขยายออกไปรอบตัวเขา

"ข้า... ข้ายังไม่ตาย" ศรัณย์กล่าว ดวงตาของเขาสุกสว่างขึ้นอีกครั้ง แม้จะยังคงอ่อนแรง แต่กลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่

"และตราบใดที่ข้ายังไม่ตาย... พวกเจ้าก็ไม่มีวันได้ครอบครองความมืดนี้!"

ทันใดนั้นเอง!

จากเงามืดที่สลัวของโบราณสถาน ก็พลันปรากฏร่างหนึ่งขึ้นมา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยเงา จนมองไม่เห็นรายละเอียด

"ช่างเป็นผู้ที่น่าสนใจเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำดังออกมาจากร่างนั้น

"การต่อสู้ของเจ้า... ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก"

ศรัณย์เงยหน้าขึ้นมองร่างที่ปรากฏขึ้นมาใหม่นั้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น มันไม่ใช่พลังแห่งมาร และก็ไม่ใช่พลังแห่งความดี แต่มันเป็นพลังที่ยากจะอธิบาย

"เจ้าเป็นใคร?" ศรัณย์ถาม

"ข้า... เป็นเพียงผู้ที่เฝ้ามอง..." ร่างปริศนาตอบ "เฝ้ามองผู้ที่สืบทอดเจ็ดวิญญาณ... และเฝ้ามองการมาถึงของ 'ผู้ที่จะดับสูญ' "

"ผู้ที่จะดับสูญ?" ศรัณย์ทวนคำ

"ใช่... และเจ้า... ศรัณย์... คือจุดเริ่มต้น..."

ก่อนที่ศรัณย์จะได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ ร่างปริศนานั้นก็พลันเลือนหายไปในอากาศราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน ทิ้งไว้เพียงความสงสัยและคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจของศรัณย์

เหล่าบริวารของจอมมารที่เห็นดังนั้น ก็พลันล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว พวกมันสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งปรากฏขึ้น และไม่อาจต่อกรได้

ศรัณย์ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นดิน แสงสีทองรอบตัวค่อยๆ จางหายไป เขาเหลือบมองไปยังซากปรักหักพังที่บัดนี้มีเพียงความว่างเปล่า

"ผู้ที่จะดับสูญ..." เขาพึมพำกับตัวเอง

การต่อสู้กับจอมมารอสูรกาลได้จบลงแล้ว แต่ดูเหมือนว่า... ศึกที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!