ตอนที่ 26 — จิตวิญญาณสลาย ดาบแห่งแสงฟาดฟัน
เทพสังหาร 7 วิญญาณ · 30 ตอน
เสียงคำรามอันสะเทือนเลื่อนลั่นของศรัณย์ยังคงก้องกังวาน ราวกับจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกสลาย กลุ่มหมอกสีทองที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา มิใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่มันคือคลื่นพลังอันมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณของผู้ที่อยู่ใกล้เคียง พลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ มันถาโถมเข้าใส่เหล่านักรบเงาที่ยืนตั้งป้อมปราการอยู่เบื้องหน้า ดุจพายุหมุนที่พัดพาเอาทุกสิ่งไปอย่างไม่ปรานี
เงาที่เคยหนาทึบ บัดนี้เริ่มปริแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระดาษเปียก แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณ ราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ที่บังเกิดขึ้นกลางมหานครที่สับสนวุ่นวายนี้ เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่านักรบเงาดังระงมไปทั่ว พวกเขาพยายามดิ้นรนต่อสู้ แต่พลังที่ศรัณย์ปลดปล่อยออกมานั้น เป็นพลังบริสุทธิ์ที่เข้าโจมตีถึงแก่นแท้ของจิตวิญญาณ ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย การปะทะกันครั้งนี้ จึงไม่ใช่การต่อสู้ทางกายภาพ แต่เป็นการปะทะกันของมวลพลังอันไร้ขอบเขต
"นี่คือพลังที่แท้จริงของ 'เทพสังหาร' งั้นหรือ" เสียงแหบพร่าดังขึ้นมาจากส่วนลึกของกลุ่มควันสีทองนั้น มันคือเสียงของ "อาทัย" ผู้เป็นนายใหญ่ของเหล่านักรบเงา แม้จะถูกคลื่นพลังอันมหาศาลซัดกระแทกจนร่างเกือบจะสลาย แต่จิตวิญญาณของเขากลับยังคงยึดติดอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงอย่างเหนียวแน่น
"พลังของข้า... ไม่ใช่สิ่งที่จะมาเทียบเคียงได้" ศรัณย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่แฝงไปด้วยพลังที่สั่นสะเทือน ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวไฟสีทอง เขากระชับดาบ "อัสนีบาต" ในมือที่บัดนี้เรืองรองด้วยแสงสีทองอร่ามเช่นกัน
"เจ้าคิดว่าเพียงแค่นี้จะหยุดข้าได้งั้นหรือ เจ้าโง่เขลา!" อาไทหัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะของเขาฟังดูชั่วร้ายและเต็มไปด้วยความแค้นเคือง "พลังของเจ้า... มันยังไม่สมบูรณ์! เจ้าเพียงแค่ปลดปล่อยมันออกมาโดยไร้ทิศทาง! แต่ข้า... ข้าได้ลิ้มรสชาติแห่งพลังอันไร้ขีดจำกัดมานานแสนนาน!"
ทันใดนั้นเอง กลุ่มหมอกสีทองก็เริ่มคลี่คลายออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างของศรัณย์ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อม ร่างกายของเขาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากทองคำบริสุทธิ์ พลังที่มองไม่เห็นแผ่รัศมีออกไปรอบตัวเขา ราวกับจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทั้งหมดให้กลายเป็นอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์
แต่ในขณะเดียวกัน แสงสีทองที่เคยเจิดจ้าก็เริ่มหรี่ลงเล็กน้อย ท่ามกลางแสงสว่างนั้น มีเงามืดสีดำสนิทแทรกซึมเข้ามา มันคือพลังของอาไทที่กำลังต่อต้านคลื่นพลังของศรัณย์ เงามืดนั้นค่อยๆ ขยายตัวออก เกาะกุมรอบๆ ร่างของศรัณย์ ราวกับหนวดปลาหมึกที่กำลังจะกลืนกินเหยื่อ
"เจ้ากำลังจะพ่ายแพ้ ศรัณย์!" อาไทตะโกนก้อง "พลังของเจ้ากำลังจะถูกกลืนกิน! จิตวิญญาณของเจ้าจะสลายไปในความมืดมิด!"
ศรัณย์กัดฟันกรอด เขาเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นกำลังบีบคั้นจิตวิญญาณของเขา พลังแห่งความมืดที่อาไทปลดปล่อยออกมานั้นร้ายกาจยิ่งกว่าที่เขาคาดคิด มันพยายามที่จะแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของร่างกายเขา บดขยี้แก่นแท้แห่งจิตวิญญาณของเขาให้แหลกละเอียด
"ไม่! ข้าจะไม่ยอมแพ้!" ศรัณย์ตะโกนกลับ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น พลังสีทองในตัวเขากระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
"เจ้าคิดว่าการปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาเพียงครั้งเดียวจะเพียงพออย่างนั้นหรือ ศรัณย์?" เสียงของอาไทดังแทรกเข้ามาอีกครั้ง "ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความหมายที่แท้จริงของ 'เทพสังหาร'!"
ทันใดนั้นเอง ร่างของอาไทก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าศรัณย์อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ใช้การเคลื่อนไหวที่มองเห็นได้ แต่เหมือนกับว่าเขาได้ "ย้าย" ร่างกายของตัวเองมาอยู่ตรงนั้นในพริบตา มือขวาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยพลังความมืด บัดนี้กลับกลายเป็นอาวุธที่น่าสะพรึงกลัว มันคือ "กรงเล็บเงา" อาวุธที่ถูกสร้างขึ้นจากจิตวิญญาณที่มืดมิดที่สุดของเขา
กรงเล็บเงาสีดำทะมึนแหลมคมราวใบมีด ค่อยๆ โผล่ออกมาจากฝ่ามือของอาไท แต่ละเล็บยาวกว่าหนึ่งคืบ เรืองรองด้วยประกายสีดำที่ดูดกลืนแสง มันคืออาวุธที่สามารถฉีกกระชากได้ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหนัง กระดูก หรือแม้แต่จิตวิญญาณ
"นี่คือ 'กรงเล็บมายา' อาวุธที่สามารถฉีกทึ้งดวงวิญญาณของเจ้าให้แหลกสลาย!" อาไทกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
ศรัณย์เงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยประกายแห่งการต่อสู้ เขารู้ดีว่ากรงเล็บที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เพียงอาวุธธรรมดา แต่มันคือสิ่งที่สามารถโจมตีถึงแก่นแท้ของความเป็นเขาได้
"เจ้า... เจ้ากำลังจะ... ใช้วิชาที่แท้จริงของเจ้าอย่างนั้นหรือ" ศรัณย์พึมพำ
"ใช่! เจ้ากำลังจะได้ลิ้มรสชาติของพลังที่แท้จริง! พลังที่จะทำลายล้างทุกสิ่งให้สิ้นซาก!" อาไทตะโกนก้อง เขาเงื้อกรงเล็บเงาขึ้นสูง พร้อมที่จะฟาดฟันลงมา
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ศรัณย์ก็สัมผัสได้ถึงพลังที่คุ้นเคยกำลังไหลเวียนเข้ามาในตัวเขา มันคือพลังที่เขาเคยได้รับจาก "อัสนีบาต" ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เขาถืออยู่ บัดนี้ดาบเล่มนั้นก็เริ่มสั่นสะเทือน ร่างกายของมันเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงสว่างที่ออกมานั้น ไม่ใช่เพียงแสงธรรมดา แต่เป็นแสงที่บริสุทธิ์และทรงพลัง
"ดาบแห่งแสง! จงสว่างไสว!" ศรัณย์ตะโกน เขาหลับตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้าขึ้นมองอาไทอีกครั้ง
ดวงตาของศรัณย์กลับมาเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยประกายแห่งแสงสีทองที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม พลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา บัดนี้ได้ถูกรวบรวมไว้ที่ปลายดาบ "อัสนีบาต" จนดาบทั้งเล่มแทบจะกลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างอันบริสุทธิ์
"เจ้าคิดว่าพลังแห่งความมืดจะเอาชนะแสงสว่างได้งั้นหรือ" ศรัณย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม "แสงสว่าง... คือจุดเริ่มต้น และคือจุดสิ้นสุดของทุกสรรพสิ่ง!"
อาไทหัวเราะเยาะ "คำพูดเพ้อเจ้อ! ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ ให้ดู!"
อาไทไม่รอช้า เขากระโจนเข้าใส่ศรัณย์อย่างรวดเร็ว กรงเล็บเงาในมือของเขากระดิกไหว พร้อมที่จะฟาดฟันลงมาทันทีที่ถึงตัว
แต่ศรัณย์ก็พร้อมรับมือเช่นกัน เขากระชับดาบ "อัสนีบาต" ในมือแน่น แล้วฟาดฟันออกไป การเคลื่อนไหวของเขาดูเชื่องช้า แต่เต็มไปด้วยพลังอันมหาศาล
ดาบแห่งแสงสีทองพุ่งทะยานออกไป ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากฟากฟ้า มันมิได้ฟาดฟันเพียงแค่กรงเล็บเงาของอาไท แต่ฟาดฟันทะลุผ่านพลังแห่งความมืดที่ปกคลุมร่างของอาไทได้ในพริบตา
"ฉึก!" เสียงดังขึ้นพร้อมกับภาพที่น่าสะพรึงกลัว
กรงเล็บเงาของอาไทที่ตั้งใจจะฉีกกระชากร่างของศรัณย์ กลับถูกดาบแห่งแสงของศรัณย์ฟาดฟันจนแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีทองที่ส่องประกายออกมาจากดาบนั้นได้เผาไหม้พลังแห่งความมืดของกรงเล็บจนสลายไปในอากาศ
"เป็นไปไม่ได้!" อาไทร้องอุทานด้วยความตกตะลึง เขามองดูมือของตัวเองที่บัดนี้ว่างเปล่าไร้ซึ่งกรงเล็บเงา
แต่การโจมตีของศรัณย์ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น ดาบแห่งแสงที่ฟาดฟันทะลุผ่านกรงเล็บเงาไปแล้ว ยังคงมุ่งหน้าต่อไป ราวกับจะสังหารทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"กรรร..." เสียงร้องอันทรมานดังขึ้นจากลำคอของอาไท
ดาบแห่งแสงสีทองได้ฟาดฟันเข้าที่ร่างของอาไทอย่างจัง แสงสว่างอันเจิดจ้าได้สาดส่องไปทั่วร่างของเขา พลังแห่งความมืดที่เคยปกคลุมร่างของเขาก็เริ่มสั่นคลอนและปริแตกออก
"เจ้า... เจ้า..." อาไทพยายามจะพูด แต่เสียงของเขาขาดหายไป
ร่างของอาไทค่อยๆ สลายไปในอากาศ กลายเป็นละอองแสงสีดำที่ล่องลอยไป ก่อนที่จะสลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่า
"นี่คือจุดจบของเจ้า... อาไท" ศรัณย์กล่าวเสียงแผ่วเบา เขามองดูสิ่งที่เหลืออยู่ของศัตรูอย่างเย็นชา
แต่ทันใดนั้นเอง ขณะที่ศรัณย์กำลังจะถอยกลับ เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ
"อึก!" ศรัณย์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
แสงสีทองที่เคยสว่างไสวในตัวเขา บัดนี้กลับเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง และมีบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังพยายามจะแทรกซึมเข้ามาในตัวเขาอีกครั้ง
"คิดว่าข้าจะยอมตายง่ายๆ อย่างนั้นรึ ศรัณย์!" เสียงของอาไทดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มาจากทิศทางที่มองไม่เห็น ราวกับมันมาจากทุกหนทุกแห่ง
"อะไรกัน!?" ศรัณย์ตกใจ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่คุ้นเคย แต่แฝงไปด้วยความมืดมิดและชั่วร้ายกว่าเดิม
"เจ้าทำลายร่างกายของข้า แต่เจ้าไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณของข้าได้! ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว! จิตวิญญาณของข้า... จะสิงสถิตอยู่ในตัวเจ้า!"
ศรัณย์รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นกำลังดึงเขาเข้าไปในห้วงแห่งความมืดมิด แสงสว่างในตัวเขาเริ่มหรี่ลงอย่างรวดเร็ว
"ไม่! ข้าไม่ยอม!" ศรัณย์พยายามต่อสู้ แต่พลังที่เขาเผชิญหน้านั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้
ทันใดนั้นเอง ร่างของศรัณย์ก็สั่นสะท้าน ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
"อะไรกัน!?"
ในขณะที่ศรัณย์กำลังต่อสู้กับพลังของอาไทที่พยายามจะสิงสู่ร่างของเขา ก็มีบางสิ่งที่น่าประหลาดใจเกิดขึ้น
จากส่วนลึกของกลุ่มหมอกสีทองที่ยังคงหลงเหลืออยู่ มีเสียงกระซิบแผ่วเบา ดังขึ้นมา
"เจ็ดวิญญาณ... รวมกัน!"
แล้วทันใดนั้นเอง ร่างกายของศรัณย์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง แสงสีทองที่เคยหรี่ลง บัดนี้กลับสว่างไสวเจิดจ้ากว่าเดิมเป็นทวีคูณ
"นี่มันอะไรกัน!?" เสียงของอาไทที่กำลังจะสิงสู่ร่างของศรัณย์ดังขึ้นด้วยความตกใจ
พลังที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวศรัณย์ บัดนี้ไม่ใช่เพียงพลังของ "อัสนีบาต" อีกต่อไป แต่เป็นพลังที่หลากหลาย ผสมผสานกันอย่างลงตัว
"ข้า... ข้าคือ..." ศรัณย์พึมพำ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันคือพลังของ "เจ็ดวิญญาณ" ที่กำลังรวมตัวกันอยู่ในร่างของเขา
"เป็นไปไม่ได้!" อาไทตะโกนก้อง
ร่างของศรัณย์เปล่งประกายสีทองอร่ามยิ่งกว่าที่เคย คลื่นพลังอันมหาศาลแผ่กระจายออกไปรอบตัวเขา ขับไล่พลังแห่งความมืดของอาไทจนกระเจิดกระเจิง
"ข้า... คือ 'เทพสังหาร' ผู้ครอบครองเจ็ดวิญญาณ!" ศรัณย์ประกาศก้อง เสียงของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทุกมุมของเมือง
"กรรรรรร!" เสียงคำรามอันสิ้นหวังของอาไทดังขึ้น ก่อนที่จะเงียบหายไปอย่างถาวร
แต่ความโล่งใจของศรัณย์ก็อยู่ได้ไม่นานนัก
ทันใดนั้นเอง สภาพแวดล้อมรอบตัวเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
พื้นดินใต้เท้าของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เมืองทั้งเมืองราวกับกำลังจะถล่มลงมา
"อะไรกันอีกเนี่ย!?" ศรัณย์อุทานด้วยความตกใจ
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดหวั่น
บนท้องฟ้าที่เคยเป็นสีคราม บัดนี้กลับปรากฏสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว
"เมฆสีเลือด?" ศรัณย์พึมพำ
เมฆสีแดงเข้มปกคลุมท้องฟ้า ราวกับมีเลือดไหลอาบไปทั่ว มันแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินแสงอาทิตย์จนมืดมิด
และจากใจกลางของเมฆสีเลือดนั้น...
บางสิ่งบางอย่างกำลังปรากฏขึ้น
"นั่นมัน...?" ศรัณย์ตั้งคำถามกับตัวเอง
มันคือ...
"ดวงตา... ดวงตาขนาดมหึมา... กำลังจ้องมองมาที่ข้า!"
ดวงตาขนาดมหึมาสีแดงก่ำ เปล่งประกายอำมหิต จ้องมองลงมาที่ศรัณย์ ราวกับจะตัดสินชะตากรรมของเขา
"นี่มัน... พลังที่แท้จริงของ... 'เทพสังหาร' งั้นหรือ?" ศรัณย์ถามตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านี้
พลังงานอันมหาศาลจากดวงตาบนท้องฟ้า ก็เริ่มไหลหลั่งลงมาอย่างรุนแรง
"ตูมมมมม!"
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย!
ศรัณย์จะรับมือกับพลังที่เหนือกว่าจินตนาการนี้ได้อย่างไร? การปรากฏตัวของดวงตาบนท้องฟ้าคือสัญญาณอะไร? บทสรุปของ "เทพสังหาร 7 วิญญาณ" กำลังจะดำเนินไปสู่จุดที่คาดไม่ถึง!
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก