ลมหนาวพัดกระหน่ำรุนแรงขึ้น ใบหน้าของอัสนีสัมผัสได้ถึงความเย็นจัดที่กัดกินผิวหนัง ซากกำแพงเมืองโบราณที่ครั้งหนึ่งเคยโอ่อ่าสง่างาม บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ถูกกาลเวลากัดกร่อน เสียงลมที่หอนโหยราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณไร้ที่สิงสถิต ขับไล่เขาออกจากที่นี่อย่างไม่ปรานี เขาพยายามเกาะกุมสติสัมปชัญญะ พลางยกมือขึ้นป้องหน้าเพื่อไม่ให้เศษกรวดเศษหินที่ปลิวมาเข้าตา
“ให้ตายเถอะ! ที่นี่มันไม่ต้อนรับใครเลยจริงๆ” อัสนีพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแทบจะถูกกลืนหายไปกับเสียงลมที่ดังราวพายุ “แต่เรามาถึงนี่แล้ว จะให้ถอยกลับไปง่ายๆ ก็คงไม่ใช่สไตล์ของเรา”
ดวงตาคมกริบของเขากวาดสำรวจไปรอบๆ เบื้องหน้าคือซากประตูเมืองที่ใหญ่โตมโหฬาร แม้จะผุกร่อนไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความยิ่งใหญ่ ราวกับเป็นปากประตูสู่โลกอีกใบที่ถูกปิดตายมานาน สองข้างของประตูมีเสาหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านขึ้นไปบนฟ้า ท่ามกลางเมฆหมอกหนาทึบ เสาหินเหล่านั้นสลักเสลาเป็นลวดลายประหลาดที่ดูคล้ายกับสายฟ้าฟาดที่ถูกแช่แข็งไว้
“หุบเขาแห่งสายฟ้า… ชื่อนี้คงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยสินะ” เขากล่าวพลางเดินเข้าไปใกล้เสาหินต้นหนึ่ง มือเรียวยาวค่อยๆ สัมผัสลงบนพื้นผิวหินที่เย็นเฉียบ รวดลายที่สลักไว้ดูเหมือนจะมีพลังงานบางอย่างแฝงเร้นอยู่ เขาหลับตาลง พยายามสัมผัสถึงมัน
ทันใดนั้น!
ประกายแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากปลายเสาหิน! อัสนีสะดุ้งเฮือก ถอยหลังกรูดออกไปอย่างรวดเร็ว แสงนั้นสว่างจ้าจนแสบตา ก่อนจะดับลงไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นโอโซนจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
“อึ้งไปเลย! นึกว่าจะแค่ประดับเฉยๆ” เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ “นี่มันไม่ใช่แค่เมืองโบราณธรรมดาแน่ๆ พลังงานที่นี่เข้มข้นกว่าที่คิด”
เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูเมืองอีกครั้งอย่างระมัดระวัง แสงที่ปรากฏเมื่อครู่ทำให้เขาตระหนักได้ว่า ที่นี่มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ความลับที่รอคอยให้เขาค้นหา
“ดูเหมือนประตูนี้จะมีความสำคัญ… แต่จะเปิดออกได้อย่างไรกัน?” อัสนีครุ่นคิด เขาลองใช้มือผลักประตู แต่ก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย ราวกับมันถูกผนึกไว้ด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่ากำลังคน
ขณะที่เขากำลังพิจารณาหาวิธีเปิดประตูนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่พื้นเบื้องหน้าประตู เป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่ มีสัญลักษณ์คล้ายสายฟ้าอยู่ตรงกลาง และมีอักษรโบราณสลักล้อมรอบ
“นี่มัน… เป็นรูปแบบของวงเวทหรือเปล่า?” เขาหยิบเศษไม้ที่ตกอยู่ใกล้ๆ มาเขี่ยพื้นเพื่อดูสัญลักษณ์ให้ชัดเจนขึ้น “อักษรพวกนี้… คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในตำราเก่าๆ ของพวกท่านอาจารย์”
เขานั่งคุกเข่าลง พยายามถอดรหัสสัญลักษณ์โบราณเหล่านั้น สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลที่สั่งสมมาตลอดชีวิต การศึกษาเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณ พลังงานลึกลับ และศาสตร์แห่งการผนึก ปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ถ้าเดาไม่ผิด… นี่คือคาถาผนึก” เขากล่าวกับตัวเอง “และผนึกนี้จะคลายออกได้ เมื่อมี… พลังแห่งสายฟ้า… ที่สมบูรณ์”
“พลังแห่งสายฟ้าที่สมบูรณ์…” อัสนีทวนคำ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม เมฆหมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่ว ราวกับว่าธรรมชาติกำลังจะเปิดฉากการแสดงอันยิ่งใหญ่
ทันใดนั้น!
เสียงฟ้าร้องกึกก้องดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา! แสงสีฟ้าสว่างวาบปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่จากเสาหิน แต่มาจากก้อนเมฆเบื้องบน! สายฟ้าสีขาวอมฟ้าจำนวนมากฟาดเปรี้ยงลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง!
อัสนีเบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นฟ้าผ่าที่รุนแรงขนาดนี้มาก่อน! สายฟ้าเหล่านั้นฟาดลงมายังบริเวณโดยรอบประตูเมือง ราวกับว่ามีพลังงานบางอย่างกำลังถูกปลุกขึ้นมา!
“นี่มัน… มหกรรมสายฟ้าชัดๆ!” เขากล่าวพลางรีบหาที่กำบังใต้ซากกำแพงที่ยังคงแข็งแรงพอจะป้องกันเขาได้ “แต่ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยนะ!”
เมื่อสายฟ้าฟาดลงมาเรื่อยๆ สัญลักษณ์วงกลมที่พื้นก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา แสงนั้นค่อยๆ ทวีความสว่างขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงของสายฟ้าที่ฟาดลงมา อัสนีจับจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยความตะลึง
“มันกำลังตอบสนอง… พลังงานจากฟ้ากำลังหล่อเลี้ยงมัน!” เขาพึมพำ “แต่… มันต้องการอะไรกันแน่?”
เขากวาดสายตาไปรอบๆ พลางพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ทันใดนั้นเอง ดวงตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พุ่มไม้รกทึบไม่ไกลจากเขา มันเป็น… คทา!
คทาที่ทำจากโลหะสีดำสนิท ดูเหมือนจะมีประกายแสงสีฟ้าอ่อนๆ วิ่งวนอยู่ภายในเนื้อโลหะ ลวดลายที่สลักไว้นั้นดูคล้ายกับคลื่นพลังงานที่ถูกควบคุมไว้
“นั่นมัน…!” อัสนีรีบลุกขึ้น วิ่งตรงไปยังที่ที่คทานั้นซ่อนอยู่ เขากลั้นใจ คว้าคทานั้นขึ้นมา
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับคทา อัสนีก็รู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่ไหลเวียนเข้ามาสู่ร่างกายของเขา! มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น แต่ก็เต็มไปด้วยอำนาจ ราวกับว่าเขากำลังเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานที่ยิ่งใหญ่
“บ้าจริง… พลังงานนี่มัน…” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
ขณะที่เขากำลังประหลาดใจกับพลังงานที่ได้รับ สายฟ้าที่ฟาดลงมาก็เริ่มเปลี่ยนทิศทาง! มันไม่ได้ฟาดลงมาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป แต่กลับพุ่งตรงมายัง “คทา” ในมือของอัสนี!
“ไม่จริงน่า! มันต้องการพลังงานจากข้า!” อัสนีร้องด้วยความตกใจ เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านคทาเข้ามาในตัวเขาอย่างรุนแรง แต่แทนที่จะรู้สึกเจ็บปวด เขากลับรู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขากำลังถูกเติมเต็ม
“นี่มัน… ยอดเยี่ยม!” เขาตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น พลังงานที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “พลังแห่งสายฟ้า… ใช่แล้ว! นี่แหละคือสิ่งที่มันต้องการ!”
เขาชูคทาขึ้นฟ้า! สายฟ้าที่ฟาดลงมาเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นลำแสงสีฟ้าขนาดมหึมาที่พุ่งเข้าสู่ปลายคทาของเขา! อัสนีสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขาตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่
“เปิดออก!” เขากู่ก้อง
ลำแสงสายฟ้าที่เข้มข้นพุ่งตรงจากคทาของเขา สาดส่องไปยังสัญลักษณ์วงกลมที่พื้น! แสงนั้นสว่างจ้าจนกลืนกินทุกสิ่ง!
บู้มมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว! พื้นดินสั่นสะเทือน! ซากกำแพงเมืองโบราณสั่นคลอน!
เมื่อฝุ่นควันจางลง อัสนีก็พบว่า… ประตูเมืองที่เคยปิดตาย บัดนี้ได้เปิดออกแล้ว!
เบื้องหน้าเขาคือทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปในความมืด แต่ไม่ใช่ความมืดที่น่ากลัว มันเป็นความมืดที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับ ราวกับว่าทางเดินนั้นถูกประดับประดาด้วยดวงดาวนับล้าน! และที่ปลายสุดของทางเดินนั้น… เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ พลังงานที่อ่อนโยนแต่ทรงอำนาจ
“มหาวิหารแห่งแสงสว่าง…” อัสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและเคารพ “นี่คือทางเข้าสู่ที่นั่นสินะ”
เขาหันกลับไปมองที่มาของเสียงฟ้าร้องอีกครั้ง ท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยพายุฝนฟ้าคะนอง บัดนี้กลับมีแสงแดดเจิดจ้าส่องลอดผ่านก้อนเมฆออกมา ราวกับว่าธรรมชาติได้บรรลุภารกิจบางอย่างแล้ว
“ขอบคุณ… ธรรมชาติ” เขาพึมพำ ก่อนจะหันกลับมามองทางเดินที่ทอดยาวเข้าสู่ความสว่าง
“เอาล่ะ… ถึงเวลาผจญภัยครั้งใหม่แล้ว” อัสนีกล่าวพลางยิ้มมุมปาก เขาก้าวเท้าเข้าไปในทางเดินนั้นอย่างไม่ลังเล คทาในมือของเขายังคงเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ นำทางเขาไปสู่สิ่งที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมาก่อน
เขาเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ เสียงลมหนาวที่เคยโหดร้าย บัดนี้กลับแผ่วเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน มีเพียงเสียงก้องกังวานของฝีเท้าของเขาเองที่สะท้อนกลับมา
“ไม่รู้ว่าข้างในจะเจออะไรบ้าง… แต่เราพร้อมเสมอ” เขาคิดในใจ
ในขณะที่เขาเดินเข้าไปเรื่อยๆ รัศมีแห่งแสงสว่างก็ยิ่งทวีความเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เขาต้องหรี่ตาลง
“ใกล้แล้วสินะ…”
เมื่อเขาเดินพ้นจากทางเดินนั้น สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เขาถึงกับตะลึงงัน…
เบื้องหน้าเขาคือมหาวิหารที่ใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นจากวัสดุที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันเปล่งประกายราวกับว่ามันถูกถักทอขึ้นมาจากแสงสว่างบริสุทธิ์! เสาหินอ่อนสีขาวสะอาดสูงตระหง่านเสียดฟ้า ประดับประดาด้วยอัญมณีหลากสีที่ส่องประกายระยิบระยับ ยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน!
และใจกลางของมหาวิหารแห่งนี้… มีแท่นบูชาขนาดมหึมาตั้งอยู่ เบื้องบนแท่นบูชานั้น… มีบางสิ่งกำลังลอยนิ่งอยู่
บางสิ่ง… ที่เปล่งแสงสีทองอร่าม!
อัสนีหยุดชะงัก เขาจ้องมองสิ่งนั้นด้วยความตกตะลึง พลังงานที่แผ่ออกมาจากสิ่งนั้นมันบริสุทธิ์ ทรงพลัง และ… อบอุ่นอย่างน่าประหลาด
“นี่มัน… อะไรกันแน่?” เขาพึมพำ
ทันใดนั้นเอง!
แสงสีทองที่ส่องสว่างจากวัตถุบนแท่นบูชาก็พลันเข้มข้นขึ้น! มันสาดส่องมายังอัสนี!
ภาพเบื้องหน้าของเขาก็เริ่มพร่าเลือน…
เขาจะพบอะไรในมหาวิหารแห่งแสงสว่างนี้? พลังงานที่แท้จริงคืออะไร? และเหตุใดเขาถึงถูกเลือกให้เข้ามาที่นี่? ความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกกำลังจะถูกเปิดเผย…

จอมทัพฟ้าลิขิต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก