ตอนที่ 9 — ปริศนาแห่งหินสลักโบราณ
จอมทัพฟ้าลิขิต · 30 ตอน
ความเงียบงันที่เข้าครอบงำหุบเขาแห่งสายฟ้าในตอนก่อนหน้า บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าเสียงลมพายุที่เคยพัดกระหน่ำเสียอีก อัสนีสัมผัสได้ถึงความกดดันที่มองไม่เห็น มันโอบล้อมเขาไว้ราวกับกำแพงที่ไร้รูปร่าง แต่กลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ม่านหมอกสีเงินที่เคยปกคลุมทิวทัศน์ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเงาดำทมิฬที่คืบคลานเข้ามาจากเบื้องลึกของหุบเขา ราวกับว่าธรรมชาติกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
“นี่มันอะไรกันแน่…” อัสนีพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกวาดมองไปรอบกาย พยายามจับสัมผัสถึงสิ่งผิดปกติ ร่างกายของเขากลับตอบสนองต่อบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พลังที่เคยไหลเวียนอยู่ในกายพลันปั่นป่วน ราวกับจะถูกบีบคั้นให้อัดแน่นอยู่ภายใน
เขาเงยหน้ามองไปยังเบื้องบน เพดานหุบเขาที่เคยเห็นเป็นท้องฟ้าสีคราม บัดนี้กลับเป็นสีเทาเข้มสลับกับสีดำสนิท ราวกับจะบ่งบอกถึงหายนะที่กำลังจะมาถึง เสียงหัวใจของเขากระหน่ำเต้นแรง ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นความรู้สึกตื่นตัวที่พุ่งสูงขึ้น เขาคืออัสนี ผู้ถูกลิขิตให้เผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ไม่ว่ามันจะน่ากลัวเพียงใดก็ตาม
พลัน! สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของโขดหินขนาดมหึมา มันเป็นแท่นหินสลักโบราณ ขนาดใหญ่โตเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะสามารถสร้างขึ้นได้ ผิวของมันเต็มไปด้วยลวดลายแปลกตาที่สลักเสลาอย่างประณีต แม้จะถูกเวลาและการกัดเซาะของธรรมชาติเล่นงานจนเลือนรางไปมาก แต่ก็ยังคงเห็นถึงความอลังการและศักดิ์สิทธิ์
“หินสลัก…” อัสนีขยับเข้าไปใกล้ด้วยความสนใจ ห้วงคำนึงถึงเรื่องราวในอดีตของเมืองโบราณแห่งนี้ผุดขึ้นมาในหัว เขาเคยได้ยินตำนานเล่าขานเกี่ยวกับหินศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนเร้นพลังอำนาจบางอย่างเอาไว้ แต่ไม่เคยมีใครล่วงรู้ถึงที่ตั้งที่แท้จริง
เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นสัมผัสกับพื้นผิวของหินสลัก ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาในปลายนิ้ว แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกับความเย็นที่เคยรู้สึกมาก่อน มันเป็นความเย็นที่เต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่สั่นสะท้านอยู่ในแก่นแท้ของหิน
ทันใดนั้น ลวดลายที่อยู่บนหินสลักพลันเปล่งประกายเรืองรองเป็นแสงสีฟ้าอ่อนๆ แสงนั้นค่อยๆ ทวีความเข้มขึ้น ลามเลื้อยไปตามร่องลายสลักจนทั่วทั้งแท่นหิน อัสนีรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านจากหินมายังร่างกายของเขา ราวกับว่าหินสลักกำลังสื่อสารบางอย่างกับเขา
“อ๊าคคค!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากที่ใดที่หนึ่งในหุบเขา ทำให้สมาธิของอัสนีแตกกระจายไป เขาหันขวับไปยังทิศทางของเสียง ซึ่งดูเหมือนจะมาจากเบื้องลึกของหุบเขาอันมืดมิด
“มีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วยงั้นหรือ?” ความประหลาดใจผสมกับความระแวงฉายชัดในดวงตาของอัสนี พลังงานที่ปั่นป่วนในตัวเขาเริ่มสงบลงเล็กน้อย แต่ความรู้สึกถึงอันตรายกลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
เขามองกลับไปที่หินสลักอีกครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนๆ ยังคงส่องสว่างอยู่ แต่ดูเหมือนจะค่อยๆ หรี่ลง เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
“ข้าต้องไปดูให้เห็นกับตา”
อัสนีตัดสินใจที่จะก้าวเข้าไปในเงามืดอันน่าหวาดหวั่นนั้น เขารู้ดีว่าการเข้าไปโดยไม่รู้ตัวตนของศัตรูนั้นอันตราย แต่เสียงร้องที่ดังขึ้นนั้นบ่งบอกถึงความทุกข์ทรมาน ซึ่งตรงข้ามกับธรรมชาติของเขาที่มักจะเข้าช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอันตราย
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวถูกพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เสียงฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับเงา ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวไปอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางความมืดที่ค่อยๆ โอบล้อมเข้ามา
ขณะที่เขาเคลื่อนที่ลึกเข้าไปในหุบเขา ลวดลายบนหินสลักที่เขาเพิ่งค้นพบนั้น ก็พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นแสงสีทองอร่ามที่พวยพุ่งออกมา ราวกับจะนำทางเขาไปยังเบื้องลึกของหุบเขา
“แสงนำทาง…” อัสนีรู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์ที่กำลังเกิดขึ้น เขาเคยได้รับพลังพิเศษมามากมาย แต่พลังของหินสลักแห่งนี้กลับให้ความรู้สึกแตกต่าง มันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความเร้นลับ
เขารู้สึกราวกับว่าหินสลักแห่งนั้นกำลังบอกใบ้อะไรบางอย่าง เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีดำสนิทอีกครั้ง พยายามที่จะจับสัมผัสถึงพลังงานที่มองไม่เห็น
“ความกดดันนี้… มันมาจากเบื้องบน”
อัสนีตระหนักได้ว่าพลังงานที่กดดันเขานั้น มิได้มาจากพื้นดิน แต่มาจากบางสิ่งที่ลอยอยู่เหนือหุบเขา สายตาของเขาจึงเพ่งมองไปยังเบื้องบนอย่างไม่วางตา
จู่ๆ! เขาก็เห็นมัน…
เหนือศีรษะของเขา บนฟ้าที่มืดมิด มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว มันเป็นเงาดำขนาดมหึมา ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ราวกับว่ามันกำลังเฝ้ามองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องล่าง
“นั่นมัน… อะไรกัน?”
เงาดำนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ เมื่อมันเข้าใกล้ อัสนีก็เห็นรายละเอียดของมันชัดเจนขึ้น มันคือ… อุกกาบาต!
แต่อุกกาบาตนี้กลับไม่เหมือนอุกกาบาตทั่วไปที่เคยพบเห็น มันมีขนาดใหญ่โตมหาศาล ล้อมรอบไปด้วยพลังงานสีม่วงเข้มที่สั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ ผิวของมันไม่เรียบเนียน แต่เต็มไปด้วยร่องรอยของการสลักเสลาอันซับซ้อน ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยเจตนา
“มัน… มันคืออาวุธ?” ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของอัสนี
อุกกาบาตยักษ์ค่อยๆ ลดระดับลงมาเรื่อยๆ จนเกือบจะชนกับพื้นหุบเขา แสงสีม่วงจากมันส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ทำให้เงาดำที่เคยปกคลุมหุบเขากลายเป็นสีม่วงสลัว
“การโจมตี…” อัสนีตระหนักได้ในทันที ว่าเสียงร้องที่เขาได้ยินเมื่อครู่ มิใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของบางสิ่งที่กำลังถูกทำลายโดยอุกกาบาตนี้!
เขารู้สึกได้ถึงความเร่งรีบที่เพิ่มขึ้น พลังงานที่เคยสงบสุขในหุบเขาแห่งสายฟ้า บัดนี้กำลังจะถูกทำลายโดยวัตถุจากฟากฟ้า
“ไม่… ข้าจะยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้!”
อัสนีตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาไม่รู้ว่าอุกกาบาตนี้คืออะไร หรือใครคือผู้ที่ควบคุมมัน แต่เขารู้ว่าเขาต้องหยุดยั้งมันไว้ให้ได้
ร่างของเขากระโจนออกไปข้างหน้าอีกครั้ง แต่คราวนี้จุดมุ่งหมายของเขาคือการเผชิญหน้ากับอุกกาบาตยักษ์โดยตรง
“พลังแห่งสายฟ้า จงปรากฏ!”
อัสนีตะโกนก้อง แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นรอบกาย พลังสายฟ้าอันรุนแรงเริ่มก่อตัวขึ้นในอุ้งมือของเขา เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะปล่อยพลังงานทั้งหมดที่มีเข้าต่อกรกับอุกกาบาตประหลาดนี้
แต่แล้ว… ขณะที่เขากำลังจะปล่อยพลังออกไป เขาเห็นบางอย่างที่ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวของอุกกาบาต
มันคือ… ดวงตา!
ดวงตาสีแดงฉานหลายคู่ปรากฏขึ้นบนผิวของอุกกาบาตยักษ์ มันจ้องมองมาที่เขาด้วยความอาฆาตแค้น ราวกับว่ามันมีชีวิต!
“อุกกาบาต… ที่มีชีวิต?” อัสนีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เขาไม่เคยพบเจอสิ่งใดที่น่าพิศวงและน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน
อุกกาบาตยักษ์ค่อยๆ หมุนตัวช้าๆ เผยให้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของมัน
มันมิใช่อุกกาบาตธรรมดา… มันคือสิ่งมีชีวิต!
สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่มาจากห้วงอวกาศ ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศเหนือหุบเขาแห่งสายฟ้า!
และมันกำลังจ้องมองมาที่เขา… ด้วยดวงตาสีแดงฉานนับสิบ!
อัสนีสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่รุนแรงแผ่ออกมาจากสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตนนี้ มันไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็นความรู้สึกถึงความเกลียดชังและความกระหายที่จะทำลายล้าง
“นี่… คือศัตรูที่แท้จริงของหุบเขาแห่งนี้งั้นหรือ?”
ความคิดสุดท้ายก่อนที่หุบเขาแห่งสายฟ้าจะสว่างวาบด้วยแสงสีม่วงอันรุนแรง…
และก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะมืดดับไป…
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก