ตอนที่ 12 — แสงสว่างแห่งการจุติ

ตอนที่ 12 — แสงสว่างแห่งการจุติ

จอมทัพฟ้าลิขิต · 30 ตอน

ทุกสรรพสิ่งรอบกายอัสนีพร่าเลือน ดุจภาพฝันที่กำลังสลายไปในยามรุ่งอรุณ ทว่าความรู้สึกเจ็บปวดอันแสนสาหัสที่บีบคั้นทุกอณูของร่างกายนั้น กลับชัดเจนราวกับมีคมมีดนับพันกรีดแทง ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวผิดรูป ผิวหนังที่เคยแข็งแกร่งราวกับหินผา บัดนี้ปริร้าวเป็นริ้วเล็กๆ ดั่งดินแห้งแตกระแหงในฤดูแล้ง ‌ทว่าในห้วงแห่งความทรมานนั้น จิตสำนึกของเขายังคงดำรงอยู่ ไม่ได้หลับใหลไปกับความเจ็บปวด

“นี่คือ… ความตายกระนั้นหรือ…” เสียงในใจของอัสนีแผ่วเบา เขาจินตนาการว่าหากร่างกายมนุษย์จะถึงขีดจำกัด มันคงเป็นเช่นนี้ การถูกพลังงานมหาศาลบดขยี้จากภายในสู่ภายนอก ​ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของความเป็นตนเอง

แต่แล้ว… ความคิดนั้นก็ถูกสั่นคลอน ความเจ็บปวดที่กำลังจะพรากชีวิตเขาไป กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่าง พลังงานที่เคยบีบคั้นอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้เริ่มผ่อนคลายลง ทว่าไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่อาการบีบคั้นนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน ‍ลูบไล้ทุกส่วนของร่างกายที่เคยรวดร้าว

“ไม่… นี่ไม่ใช่ความตาย…” อัสนีพึมพำอย่างสั่นเครือ เขาพยายามรวบรวมสติอันริบหรี่ ร่างกายของเขายังคงอยู่ แม้จะรู้สึกอ่อนแรงราวกับถูกสูบฉีดพลังชีวิตออกไปจนหมดสิ้น ทว่าความอบอุ่นที่แผ่ซ่านนั้น กลับให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาถูกหล่อเลี้ยง ‌ถูกเติมเต็ม

“พลัง… พลังงานแห่งสายฟ้า… มันกำลัง… กลืนกินข้า…” ความคิดสุดท้ายที่ผุดขึ้นในหัวของอัสนี ก่อนที่สติของเขาจะดำดิ่งลงสู่ความว่างเปล่า

เมื่ออัสนีรู้สึกตัวอีกครั้ง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเย็นสบายของผืนหินที่รองรับร่างกายของเขา เสียงธารน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ‍เป็นเสียงแรกที่ดังเข้ามาในโสตประสาท ตามมาด้วยกลิ่นอายของดินและความชุ่มชื้นที่แสนบริสุทธิ์ เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือเพดานถ้ำหินที่เต็มไปด้วยผลึกแร่สีขาวนวลระยิบระยับสะท้อนแสงสลัวๆ ที่ส่องลอดเข้ามาจากรอยแยกบนเพดาน

“ข้า… รอดแล้ว…” อัสนีพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เขาพยายามขยับแขนขา ​รู้สึกถึงความอ่อนเพลีย แต่ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เคยมีอีกต่อไป ราวกับว่าร่างกายของเขาถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่

เขาค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง สังเกตดูสภาพร่างกายของตนเอง ผิวหนังที่เคยปริร้าวบัดนี้กลับเรียบเนียนราวกับไม่เคยเกิดรอยแผลใดๆ มาก่อน เสื้อผ้าที่เคยขาดวิ่นก็กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม ​ราวกับมีพลังงานบางอย่างคอยเยียวยาเขาอยู่ตลอดเวลา

“นี่มัน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่…” อัสนีครุ่นคิด เขาจำได้ว่าพลังงานมหาศาลนั้นกำลังจะบดขยี้เขา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นความอบอุ่นและการฟื้นฟู

ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้นเบื้องหน้า เป็นแผ่นจารึกโบราณที่ทำจากหินสีดำสนิท บนนั้นมีอักขระโบราณสลักเสลาไว้อย่างวิจิตรบรรจง ​อัสนีโน้มตัวเข้าไปดูใกล้ๆ แม้จะไม่เข้าใจภาษา แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากแผ่นจารึกนั้น

“พลังแห่งบรรพกาล… ผู้ถูกเลือก… ชะตาลิขิต…” อัสนีพยายามอ่านความหมายที่สื่อออกมาจากอักขระเหล่านั้น แม้จะอ่านไม่ออกเป็นคำ แต่เขากลับเข้าใจในสิ่งที่แผ่นจารึกต้องการจะสื่อ

“ผู้ถูกเลือก… ชะตาลิขิต… หรือว่านี่จะเป็น… ความหมายของพลังที่ข้าได้รับ…” อัสนีพึมพำกับตัวเอง

เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานถ้ำอีกครั้ง แสงสลัวๆ ที่ส่องลงมาดูเหมือนจะอ่อนแรงลงกว่าเดิม บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำไหลที่ดังเป็นเพื่อน

“ข้าควรจะออกไปจากที่นี่…” อัสนีตัดสินใจ เขาพยายามลุกขึ้นยืนเต็มตัว แม้จะยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ก็สามารถเดินเหินได้อย่างคล่องแคล่ว

เขาเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ภายนอกถ้ำ เมื่อเดินไปได้ไม่นาน เขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสลมที่พัดผ่านเข้ามา กลิ่นอายของดอกไม้ป่าและความสดชื่นของธรรมชาติบ่งบอกว่าเขาใกล้จะออกจากถ้ำแล้ว

ในที่สุด อัสนีก็ก้าวเท้าออกจากปากถ้ำ สู่โลกภายนอกอันกว้างใหญ่ เบื้องหน้าของเขาคือทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับภาพวาด หุบเขาเขียวขจีทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ที่ออกดอกสะพรั่งสีสันสดใส ท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆหมอก มีแสงแดดอบอุ่นสาดส่องลงมา

“นี่มัน… สวรรค์ชัดๆ…” อัสนีอุทานด้วยความประหลาดใจ

เขาเดินไปตามทางเดินที่ทอดตัวลงสู่หุบเขา ช้าๆ สัมผัสถึงความรู้สึกใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน พลังงานบางอย่างที่หล่อเลี้ยงร่างกายของเขาให้รู้สึกแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่กำลังเดินเพลินๆ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างของใครบางคนยืนนิ่งอยู่กลางทุ่งดอกไม้ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าถูกบดบังด้วยฮู้ดของชุดคลุม อัสนีชะลอฝีเท้าลงด้วยความระแวง

“ใครน่ะ?” อัสนีเอ่ยถามเสียงดัง

ร่างนั้นค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากับเขา ฮู้ดของชุดคลุมยกขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามราวเทพธิดา ดวงตาคู่กลมโตสีฟ้าสดใสราวกับท้องฟ้าในยามฤดูใบไม้ผลิ ริมฝีปากบางเป็นกระจับสีชมพูอ่อนแย้มยิ้มบางๆ

“ยินดีต้อนรับ… อัสนี” เสียงของนางนั้นหวานใสราวกับเสียงระฆังที่ดังแผ่วเบา

อัสนีถึงกับตะลึง ใบหน้าของนางช่างงดงามเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะมีได้ ทว่าเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้านี้อย่างประหลาด

“ท่าน… รู้จักข้าได้อย่างไร?” อัสนีถามด้วยความสงสัย

“ข้า… คือผู้เฝ้ามอง… ชะตาของเจ้า” นางตอบ ดวงตาของนางทอประกายลึกลับ

“ผู้เฝ้ามอง… ชะตา…” อัสนีทวนคำ

“ใช่… และบัดนี้… ถึงเวลาแล้ว… ที่เจ้าจะได้รับ… การจุติ… แห่งพลังที่แท้จริง…” นางกล่าว พร้อมกับยื่นมือเรียวขาวออกมา

เมื่อนางยื่นมือออกมา อัสนีก็สังเกตเห็นว่าปลายนิ้วของนางส่องประกายสีทองอ่อนๆ อัสนีรู้สึกได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากมือของนาง

“การจุติ… แห่งพลังที่แท้จริง…” อัสนีรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีทองอร่ามก็สาดส่องออกมาจากฝ่ามือของนาง แสงนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ บดบังทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบกาย

อัสนีรู้สึกได้ถึงพลังงานที่อบอุ่นและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขา ราวกับจะหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเขา

“นี่แหละ… คือพลัง… ที่สวรรค์… มอบให้เจ้า…” เสียงของนางดังขึ้นท่ามกลางแสงสว่าง

อัสนีหลับตาลง ปล่อยให้พลังงานนั้นไหลเวียนไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอิ่มเอิบและเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง

เมื่อแสงสว่างจางลง อัสนีลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขามองไปที่นาง แต่ร่างของนางก็จางหายไปแล้ว เหลือเพียงทุ่งดอกไม้ที่สั่นไหวตามแรงลม

อัสนีสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเขา พลังงานที่ไม่เคยมีมาก่อนไหลเวียนอยู่ภายในตัวเขา ราวกับว่าเขาสามารถควบคุมพลังแห่งสายฟ้าได้ดั่งใจนึก

“ข้า… ได้รับการจุติ… แห่งพลัง… แล้ว…” อัสนีกล่าวอย่างตื่นเต้น

เขายกมือขึ้น มองดูฝ่ามือของตนเอง พลังงานสีฟ้าอ่อนๆ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา

“นี่คือ… พลังที่แท้จริง…” อัสนีรู้สึกถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น

เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“ถึงเวลาแล้ว… ที่ข้า… จะออกเดินทาง… เพื่อค้นหาความจริง… และเพื่อปกป้อง… ผู้ที่ข้า… รัก…”

ขณะที่อัสนีกำลังจะก้าวเดินต่อไป ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากเบื้องบน

“อัสนี… เจ้าพร้อมหรือยัง…”

อัสนีชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเห็นบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนที่ลงมาอย่างรวดเร็ว

มันคือ… ก้อนเมฆสีดำทะมึนที่ก่อตัวขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ ท่ามกลางท้องฟ้าที่เคยสดใส

“นี่มัน… อะไรกัน…” อัสนีอุทานด้วยความตกใจ

ก้อนเมฆสีดำนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับส่งเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องไปทั่วหุบเขา

“อัสนี… เจ้าต้องตัดสินใจ… ว่าจะรับมือกับ… สิ่งที่จะมาถึง… อย่างไร…” เสียงที่เขาได้ยินเมื่อครู่นี้ดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะมาจากภายในหัวของเขาเอง

อัสนีมองไปยังก้อนเมฆที่กำลังคืบคลานเข้ามาด้วยความไม่แน่ใจ เขาเพิ่งจะได้รับการจุติแห่งพลังมาหมาดๆ เขาจะสามารถรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึงนี้ได้หรือไม่?

เรื่องราวของจอมทัพฟ้าลิขิต… กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง… ด้วยพลังใหม่… และความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม…

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!