แสงสีทองอ่อนๆ ยามเช้าทอประกายอบอุ่นผ่านช่องหน้าต่างหินของมหาวิหารแห่งแสงสว่าง ฝุ่นละอองที่เคยลอยวนราวกับกำลังเต้นรำ บัดนี้ถูกสาดส่องจนเห็นเป็นเส้นสายระยิบระยับ ราวกับเป็นวิหารที่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน อัสนีค่อยๆ ขยับตัว สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของผืนหินที่รองรับร่าง และความอ่อนเพลียที่ยังคงเกาะกุมอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกสงบนิ่งอันแปลกประหลาดก็แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นค่ำคืนที่ยาวนานและยากลำบาก การต่อสู้กับเงาแห่งความมืดที่พยายามกลืนกินจิตวิญญาณของเขา การเผชิญหน้ากับความกลัวและความสิ้นหวังที่ฝังลึก การรอดพ้นมาได้ในครั้งนี้ ราวกับเป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจากพลังอันบริสุทธิ์ของมหาวิหารแห่งนี้
“ข้าตื่นแล้วหรือ… หรือว่านี่คือความฝัน?” อัสนีพึมพำเสียงแหบพร่า ดวงตาสำรวจไปรอบๆ ห้องโถงกว้างใหญ่ เพดานสูงตระหง่าน แกะสลักเป็นลวดลายอันวิจิตรบรรจง ภาพวาดบนผนังเล่าเรื่องราวโบราณกาลที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
เขาพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายยังคงอ่อนแรง เขาจึงค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัสพื้นหินเย็นเยียบ ความรู้สึกเย็นซ่านปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวมากขึ้น เขาจำได้ว่าก่อนจะหมดสติไป เขาได้ยินเสียงกระซิบอันแผ่วเบา ราวกับเป็นเสียงเรียกจากอดีต เสียงที่พยายามบอกบางสิ่งบางอย่างกับเขา
“นี่… คือมหาวิหารแห่งแสงสว่างสินะ” เขาพึมพำอีกครั้ง คราวนี้เสียงมีความมั่นใจมากขึ้น ความรู้สึกหวังริบหรี่ที่เคยดับสูญไปเมื่อคืน บัดนี้ค่อยๆ ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ขณะที่เขากำลังประมวลผลความรู้สึกต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังมาจากด้านนอกก็ดึงความสนใจของเขาไป เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่เบา นุ่มนวล ราวกับมีปีกกำลังร่อนเข้ามา
“ใคร… อยู่ตรงนั้น?” อัสนีตะโกนถาม เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องโถง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ร่างโปร่งบางค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง เธอสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูราวกับทอมาจากแสงดาว ปลายผมสีเงินยาวสลวยที่สะท้อนแสงระยิบระยับ ใบหน้างดงามราวกับเทพธิดา ดวงตาคู่โตสีฟ้าครามจับจ้องมาที่เขาด้วยความสงสัยระคนอ่อนโยน
“ท่าน… ฟื้นแล้ว?” เสียงของเธอหวานใสราวกับเสียงระฆังแก้ว
อัสนีมองไปยังหญิงสาวผู้งดงามตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นใครที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายเช่นนี้มาก่อน “ข้า… ข้าจำอะไรไม่ค่อยได้” เขาโกหกเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงคำถามที่อาจจะเปิดเผยตัวตนของเขา
หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ และยื่นมือที่เรียวบางราวกับกลีบกุหลาบมาหาเขา “ไม่ต้องกังวล ท่านอยู่ที่นี่แล้ว ข้าคือ เอเลน่า ผู้ดูแลมหาวิหารแห่งนี้”
อัสนีมองมือของเธออย่างลังเล ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือที่ยังคงสั่นเทาไปจับมือของเธอ ความเย็นจากมือของเอเลน่า แผ่ซ่านเข้ามา ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับพลังงานบางอย่างกำลังไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย
“ขอบคุณ… คุณเอเลน่า” เขาเอ่ยด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริง
เอเลน่าส่งยิ้มอ่อนโยน “ท่านบาดเจ็บสาหัสมากเมื่อคืน ก่อนที่แสงแห่งมหาวิหารจะช่วยรักษาท่านไว้”
“แสงแห่งมหาวิหาร…?” อัสนีทวนคำ ความทรงจำเกี่ยวกับภาพนิมิตอันสว่างไสวเมื่อคืน ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว
“ใช่แล้ว แสงแห่งมหาวิหารแห่งนี้มีพลังอันยิ่งใหญ่ สามารถเยียวยาทุกสรรพสิ่งได้” เอเลน่ากล่าว ดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความศรัทธา
“แล้ว… ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” อัสนีถาม พยายามรวบรวมสติ
“เมื่อคืน… ท่านถูกพลังแห่งความมืดตามล่า และท่านได้หลบหนีมายังที่นี่ พลังแห่งมหาวิหารจึงได้ปกป้องท่านไว้” เอเลน่าตอบ สีหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นกังวลเล็กน้อย
“พลังแห่งความมืด…?” อัสนีขมวดคิ้ว เขาจำได้รางๆ ถึงเงาดำทะมึนที่คืบคลานเข้ามา แต่ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร
“ความมืด… ที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้” เอเลน่ากล่าวเสียงเครียด “ท่าน… อาจจะเป็นผู้ที่ถูกเลือก ให้มาต่อกรกับมัน”
คำพูดของเอเลน่า ทำให้หัวใจของอัสนีเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่ถูกเลือก? ต่อกรกับความมืด? เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
“ข้า… เป็นเพียงคนธรรมดา” เขาพยายามปฏิเสธ
“ไม่มีใครมาที่นี่ได้โดยบังเอิญ ท่านมาที่นี่… หมายความว่าท่านมีชะตาที่จะต้องทำบางสิ่งบางอย่าง” เอเลน่ากล่าวอย่างหนักแน่น “ท่าน… อาจจะเป็นความหวังสุดท้ายของเรา”
คำพูดเหล่านั้น ราวกับเป็นสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของอัสนี ความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่กำลังจะตกมาอยู่บนบ่าของเขา ทำให้เขารู้สึกทั้งหวาดหวั่นและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
“ข้า… ไม่รู้ว่าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ท่านจะค่อยๆ เรียนรู้ไปเอง” เอเลน่ากล่าว “ตอนนี้ ท่านควรพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน พลังแห่งมหาวิหารจะช่วยฟื้นฟูร่างกายของท่าน”
เธอค่อยๆ พยุงอัสนีให้ลุกขึ้น และพาเขาไปยังมุมหนึ่งของห้องโถง ซึ่งมีแท่นหินที่ปูด้วยผ้าเนื้อนุ่ม ราวกับถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเขา
ขณะที่อัสนีนอนลง เขาก็รู้สึกถึงพลังงานอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาจากพื้นหิน ราวกับเป็นอ้อมกอดของมหาวิหารแห่งนี้ เขาหลับตาลง ปล่อยให้ความอ่อนเพลียพัดพาเขาไปสู่ห้วงนิทราอันล้ำลึก
แต่ในขณะที่ร่างกายของเขากำลังฟื้นฟู จิตใจของเขาก็เริ่มประมวลผลเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ความทรงจำอันเลือนราง ภาพนิมิตอันน่ากลัว และคำพูดของเอเลน่า ล้วนวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา
เขาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาอีกครั้ง แต่คราวนี้ เสียงนั้นชัดเจนขึ้น ราวกับอยู่ข้างหู
“จงระวัง… ความมืดกำลังจะมา… ที่นี่… อาจจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป…”
เสียงนั้นแผ่วหายไป พร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านร่างกายของอัสนี เขาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรง
“เกิดอะไรขึ้น?” เขาถามเสียงดัง
เอเลน่าที่กำลังยืนอยู่ใกล้ๆ หันมามองเขาด้วยสีหน้าตกใจ “ท่าน… ได้ยินเสียงอะไรหรือ?”
“เสียง… เตือนภัย” อัสนีตอบ
ก่อนที่เอเลน่าจะได้ตอบอะไร ทันใดนั้นเอง!
เสียงกึกก้องอันรุนแรงก็ดังขึ้นจากภายนอกมหาวิหาร ราวกับมีภูเขาทั้งลูกกำลังถล่มลงมา พื้นหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงจากเพดานร่วงหล่นลงมา ราวกับจะถล่มทับพวกเขา
“เกิดอะไรขึ้น?” อัสนีตะโกนถาม
เอเลน่าหน้าซีดเผือด “ไม่… ไม่ใช่… มันเร็วเกินไป!”
“อะไร… เร็วเกินไป?” อัสนีถามด้วยความตื่นตระหนก
“เงา… พลังแห่งความมืด… พวกมันตามมาถึงที่นี่แล้ว!” เอเลน่ากล่าวเสียงสั่นเครือ
แสงสีทองอันอบอุ่นที่เคยสาดส่องเข้ามาในมหาวิหาร บัดนี้กลับหรี่แสงลงอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าภายนอกที่เคยสดใส กลับกลายเป็นสีเทาเข้ม ราวกับถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกแห่งความสิ้นหวัง
เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังกว่าเดิม ราวกับมาจากเบื้องลึกของโลก
“ท่านต้องรีบไป! ก่อนที่พวกมันจะเข้ามาถึง!” เอเลน่ากล่าวเสียงเร่งรีบ “ข้าจะพาไปอีกทางหนึ่ง!”
เธอรีบเข้ามาประคองอัสนีที่ยังคงอ่อนแรง ให้ลุกขึ้น แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ขยับ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่ากำแพงมหาวิหารกำลังจะแตกออก
แล้วอัสนีก็เห็นมัน…
เงาดำทะมึนขนาดมหึมา กำลังค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่เคยส่องแสงสว่าง มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันคือกลุ่มพลังงานแห่งความมืดอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของมันส่องประกายสีแดงฉาน ราวกับกำลังจ้องมองมาที่เขา
มหาวิหารแห่งแสงสว่าง… กำลังจะถูกกลืนกิน
การต่อสู้ที่แท้จริง… กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

จอมทัพฟ้าลิขิต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก