ตอนที่ 28 — พายุคลั่ง พิโรธศักดิ์สิทธิ์
จอมทัพฟ้าลิขิต · 30 ตอน
แสงสีทองอ่อนๆ ยามเช้ายังคงสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างหินของมหาวิหารแห่งแสงสว่าง ราวกับเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง แต่สำหรับอัสนีแล้ว เช้าวันนี้กลับแตกต่างออกไป ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ยังคงกัดกินร่างกาย แต่สิ่งที่รุนแรงกว่าคือความรู้สึกผิดและกังวลที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ร่างกายของเขาถูกพันธนาการด้วยสายโซ่แห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏขึ้นเองเมื่อยามรุ่งอรุณ แต่ไม่ใช่สายโซ่ที่สร้างความเจ็บปวด หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการลงทัณฑ์จากเบื้องบน
"นี่มันอะไรกัน?" อัสนีพยายามขยับแขนขา แต่สายโซ่แห่งแสงก็ตึงแน่นขึ้นทันที แสงที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับแผดเผาราวกับเปลวเพลิงร้อนแรงที่ค่อยๆ กัดกินเนื้อหนัง
"เจ้ายังไม่สำนึกอีกหรือ อัสนี?" เสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ ดังขึ้นก้องไปทั่วโถงมหาวิหาร แม้จะไร้ซึ่งร่างปรากฏ แต่ความรู้สึกกดดันและน่าเกรงขามนั้น ทำให้พื้นหินเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็ง
"ข้า...ข้าทำไปเพื่อปกป้อง!" อัสนีตะโกนตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความคับข้องใจ
"การปกป้องด้วยการทำลายล้าง? การใช้อำนาจที่เจ้าไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้? เจ้าได้ปลดปล่อยพลังที่ถูกผนึกไว้ ปลดปล่อยความโกรธแค้นที่หลับใหล เจ้าได้ทำลายสมดุลของหุบเขาแห่งสายฟ้า!" เสียงนั้นเย็นชา แต่แฝงด้วยความผิดหวัง
อัสนีเงยหน้ามองเพดานสูง เห็นภาพนิมิตรางๆ ของมหาวิหารที่ถูกรายล้อมด้วยพายุหมุนสีดำทมิฬ สายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้างไม่หยุดหย่อน พลังงานอันมหาศาลที่เขาปลดปล่อยออกมา ได้ปลุกบางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าปีศาจที่เขาเคยเผชิญ
"แต่...แต่ศัตรู...พวกมันกำลังจะทำลายทุกสิ่ง!"
"และเจ้าก็ได้เปิดประตูให้สิ่งนั้นเข้ามาใกล้ขึ้นไปอีก!" เสียงนั้นดังขึ้นอย่างรวดเร็ว "พลังของสายฟ้าที่แท้จริง มิใช่สิ่งที่เจ้าจะควบคุมได้ตามอำเภอใจ มันคือพลังแห่งการชำระล้าง คือพลังแห่งการสร้างสรรค์และทำลายในคราวเดียวกัน เมื่อเจ้าปลุกมันขึ้นมาโดยไร้ซึ่งการชี้นำที่ถูกต้อง เจ้าก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหายนะ"
อัสนีรู้สึกราวกับถูกบีบคั้น หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความภาคภูมิใจในการต่อสู้ ความเสียใจที่ต้องสูญเสีย และความกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
"แล้วข้าจะทำอย่างไร? ข้าต้องชดใช้ด้วยวิธีใด?"
"เจ้าต้องกลับไปที่ต้นกำเนิดของพลังนั้น ที่หุบเขาแห่งสายฟ้า เจ้าต้องเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ของการกระทำของเจ้า และเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังที่แท้จริง ก่อนที่มันจะกลืนกินทุกสิ่ง"
ทันใดนั้น สายโซ่แห่งแสงก็ส่องแสงวาบหนึ่ง ก่อนจะคลายตัวออกจากร่างของอัสนีอย่างแผ่วเบา เขารู้สึกถึงอิสรภาพอีกครั้ง แต่ความหนักอึ้งในใจกลับหนักหนาสาหัสกว่าเดิม
"เส้นทางของเจ้ายังอีกยาวไกล อัสนี จงอย่าได้หลงลืมหน้าที่ของจอมทัพแห่งแสงสว่าง" เสียงนั้นค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความเย็นยะเยือกในโถงมหาวิหาร
อัสนีค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขามองไปยังประตูบานใหญ่ของมหาวิหารที่เปิดออกสู่โลกภายนอก โลกที่กำลังถูกคุกคามด้วยพายุคลั่งที่เกิดจากฝีมือของเขาเอง
"ข้าต้องไป" เขาพึมพำกับตัวเอง "ข้าต้องไปแก้ไขสิ่งที่ข้าได้ทำไว้"
เมื่ออัสนีเดินออกจากมหาวิหาร ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาแทบหยุดหายใจ ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าครามสดใส บัดนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำทะมึนที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีม่วงดำฟาดเปรี้ยงลงมาไม่หยุดหย่อน สร้างเสียงกัมปนาสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ กลิ่นโอโซนที่รุนแรงผสมกับกลิ่นอายของพลังงานดิบๆ ทำให้รู้สึกได้ถึงความน่ากลัว
"นี่คือสิ่งที่ข้าปลุกขึ้นมาหรือ?" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เขาเห็นชาวเมืองโบราณที่ถูกลืม พากันวิ่งหนีตายด้วยความตื่นตระหนก พวกเขาพยายามหาที่หลบภัยจากพายุที่รุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาเคยประสบพบเจอมา
"ข้าต้องช่วยพวกเขา" อัสนีตัดสินใจ เขารีบวิ่งเข้าไปในเมืองที่กำลังอลหม่าน
"ทุกคน! รีบหาที่หลบที่แข็งแรง! อย่าออกมาข้างนอก!" เขาตะโกนบอกชาวเมือง พยายามใช้เสียงของตนเองเพื่อควบคุมสถานการณ์
แต่พายุสายฟ้าที่รุนแรงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะต้านทานได้ อาคารบ้านเรือนที่ทำจากหินโบราณเริ่มพังทลายลงมา เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่ว
อัสนีเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังยืนแข็งทื่ออยู่กลางถนน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ทันใดนั้น สายฟ้าเส้นใหญ่ก็ฟาดลงมายังทิศทางของเด็กน้อย
"ไม่!!!" อัสนีตะโกนสุดเสียง เขาพุ่งตัวเข้าไปหาเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจากฝ่ามือของเขา ป้องกันเด็กน้อยไว้ได้อย่างหวุดหวิด
"ข้า...ขอบคุณท่าน" เด็กน้อยพูดเสียงสั่น
"รีบไปหาพ่อแม่เจ้าซะ!" อัสนีบอก พลางมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกผิด
เขาตระหนักได้ว่า การต่อสู้กับศัตรูที่ปรากฏกายขึ้นมานั้นง่ายกว่าการเผชิญหน้ากับผลกระทบที่เกิดจากการกระทำของตนเอง
"ข้าต้องไปที่หุบเขาแห่งสายฟ้า" เขาตัดสินใจอีกครั้ง "ที่นั่นคือต้นกำเนิดของพลังนี้ ข้าต้องหาทางหยุดยั้งมัน"
เขาหันหลังให้กับเมืองที่กำลังพังทลาย และมุ่งหน้าไปยังทิศทางของหุบเขาแห่งสายฟ้า ท่ามกลางพายุที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างทาง อัสนีได้พบกับ "มาลา" หญิงสาวผู้ดูแลมหาวิหารแห่งแสงสว่าง เธอดูเหนื่อยอ่อน แต่แววตายังคงมุ่งมั่น
"ท่านอัสนี! ท่านจะไปที่นั่นหรือ?" มาลาถามด้วยความเป็นห่วง
"ข้าต้องไป มาลา พลังที่ข้าปลดปล่อยออกมา มันอันตรายเกินกว่าที่ข้าจะปล่อยให้มันเป็นไปตามยถากรรม"
"แต่ท่านไม่สามารถไปคนเดียวได้! พายุที่นั่นรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด"
"ข้าจะทำอย่างไรได้? ข้าต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น" อัสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ข้าจะไปกับท่าน!" มาลาประกาศอย่างไม่ลังเล
"เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น มาลา"
"แต่ข้าคือผู้ดูแลมหาวิหารแห่งแสงสว่าง ข้ามีหน้าที่ปกป้องสมดุลแห่งพลังงาน และหากพลังแห่งสายฟ้าจะก่อให้เกิดอันตราย ข้าก็ไม่สามารถยืนดูเฉยๆ ได้"
อัสนีมองมาลาด้วยความซาบซึ้ง เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครสักคนพร้อมจะร่วมเดินทางไปกับเขาในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้
"เช่นนั้น เราจะไปด้วยกัน" อัสนีกล่าว
ทั้งสองออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หุบเขาแห่งสายฟ้า พายุได้โหมกระหน่ำอย่างหนักหน่วงจนแทบจะมองไม่เห็นเส้นทาง ลมที่พัดมาแรงราวกับจะพัดร่างของพวกเขาให้ปลิวไป อัสนีใช้พลังของตนเองสร้างเกราะกำบังแสงสว่างเพื่อป้องกันมาลาจากลมและเศษซากที่ปลิวว่อน
เมื่อใกล้ถึงหุบเขาแห่งสายฟ้า พลังงานอันมหาศาลก็เริ่มแผ่ซ่านออกมา อัสนีสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยของพลังนั้น แต่มันกลับดูบิดเบี้ยว รุนแรง และควบคุมไม่ได้
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่บ้าคลั่ง" อัสนีกล่าว "เหมือนกับว่าสายฟ้าทั้งหมดบนโลกมารวมตัวกันอยู่ที่นี่"
"ท่านต้องระวัง อัสนี" มาลาเตือน "พลังที่ท่านปลดปล่อยออกมาได้กระตุ้นบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น"
ทันใดนั้น เบื้องหน้าของทั้งสอง ปรากฏเป็นภาพอันน่าตกตะลึง ภายในหุบเขาแห่งสายฟ้า แทนที่จะเป็นพื้นดินและโขดหินตามปกติ กลับกลายเป็นทะเลเพลิงสีฟ้าครามที่ลุกโชนไปทั่วบริเวณ ใจกลางของทะเลเพลิงนั้น เป็นเสาพลังงานสีดำทะมึนที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นปากปล่องภูเขาไฟแห่งพลังงานดิบ
"นั่นคือ...อะไร?" มาลาอุทานด้วยความหวาดหวั่น
"นั่นคือ 'แก่นแท้แห่งพายุ'..." อัสนีกล่าวเสียงสั่น "สิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้หุบเขามานานนับศตวรรษ ข้า...ข้าได้ปลุกมันขึ้นมา"
สายฟ้าสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากแก่นแท้แห่งพายุ แผ่ขยายออกไปทั่วหุบเขา และกำลังจะคืบคลานออกสู่โลกภายนอก
"เราต้องหยุดมัน!" อัสนีประกาศ เขากระตุ้นพลังแห่งแสงสว่างภายในตนเอง แสงสีทองเจิดจ้าแผ่กระจายออกไป พยายามต่อต้านพลังงานสีดำที่คืบคลานเข้ามา
มาลาเองก็ไม่ยอมแพ้ เธอกระจายพลังแห่งแสงสว่างจากมหาวิหารออกมาเช่นกัน แม้พลังของเธอจะน้อยกว่าอัสนี แต่ความมุ่งมั่นของเธอก็เปี่ยมล้น
"ท่านอัสนี! ข้าสัมผัสได้ถึงจุดอ่อนของมัน!" มาลาตะโกน "ที่แก่นแท้ของพายุ มีประกายแสงสีขาวเล็กๆ ส่องออกมา มันอาจจะเป็นหนทางเดียวที่จะหยุดยั้งมันได้!"
อัสนีมองไปยังจุดที่มาลาชี้ เขาเห็นประกายแสงสีขาวที่ริบหรี่ท่ามกลางความมืดมิดของแก่นแท้แห่งพายุ
"ข้าจะพุ่งเข้าไปที่นั่น!" อัสนีตัดสินใจ "มาลา เจ้าคอยคุ้มกันข้า!"
"รับคำสั่ง!" มาลาตอบรับ
อัสนีรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขากระโจนตัวเข้าสู่ใจกลางของพายุคลั่ง ร่างของเขาถูกบดขยี้ด้วยแรงดันมหาศาลของพลังงานดิบ แต่เขาไม่ยอมแพ้ เขาคิดถึงใบหน้าของชาวเมืองที่กำลังหวาดกลัว คิดถึงหน้าที่ของจอมทัพฟ้าลิขิต
เมื่อเข้าใกล้แก่นแท้แห่งพายุ อัสนีก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่เย็นยะเยือกและดำมืด มันพยายามกลืนกินทุกสิ่ง แม้กระทั่งจิตวิญญาณของเขา
"ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกนี้!" อัสนีตะโกนสุดเสียง พลังแห่งแสงสว่างจากตัวเขาปะทะเข้ากับพลังงานสีดำอย่างรุนแรง
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางกายภาพ แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างแสงสว่างและความมืด การต่อสู้ระหว่างความหวังและสิ้นหวัง
อัสนีค่อยๆ ทะลวงผ่านม่านพลังงานสีดำเข้าไป เขาเห็นประกายแสงสีขาวที่มาลาพูดถึง มันคือหัวใจของแก่นแท้แห่งพายุ
"ได้เวลาจบเรื่องนี้แล้ว!" อัสนีรวบรวมพลังที่เหลือทั้งหมด เขาปล่อยลำแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งตรงเข้าใส่ประกายแสงสีขาวนั้น
แสงสว่างและความมืดปะทะกันอย่างรุนแรง เกิดเป็นแสงระเบิดอันมหาศาลที่สว่างไสวไปทั่วทั้งหุบเขา
ร่างของอัสนีถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นออกไป เขารู้สึกว่าร่างกายแตกสลาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็สัมผัสได้ถึงพลังงานที่สงบลง...
แต่แล้ว...ก่อนที่สติของเขาจะเลือนหายไป อัสนีเห็นบางสิ่ง...บางสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าพายุคลั่งที่เขาเพิ่งเผชิญหน้า...
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก