ยามเช้าวันใหม่ที่เคยสดใส กลับดูหม่นหมองลงไปถนัดตา แสงสีทองอ่อนๆ ที่เคยสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างหินของมหาวิหารแห่งแสงสว่าง บัดนี้กลับดูเลือนรางราวกับถูกบดบังด้วยม่านหมอกแห่งความโศกเศร้า อัสนีผู้แข็งแกร่ง บัดนี้กลับอ่อนแรงนัก ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่เพิ่งสิ้นสุดลง ยังคงกัดกินร่างกายและจิตใจของเขา แม้ว่าชัยชนะจะตกเป็นของเขา แต่ชัยชนะครั้งนี้กลับแลกมาด้วยราคาที่แสนแพง
เศษซากปรักหักพังของกำแพงมหาวิหารที่เคยสง่างาม บัดนี้กระจัดกระจายเกลื่อนกลาด ท่ามกลางกองซากนั้น ร่างของเซเรน่า ผู้กล้าหาญ บัดนี้ไร้ซึ่งชีวิต ดวงตาของเธอที่เคยเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความหวัง บัดนี้กลับปิดสนิท ราวกับดวงดาวที่ดับแสง อัสนีทรุดกายลงข้างกายเธอ มือที่เคยถือดาบที่ฟาดฟันศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว บัดนี้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาที่เคยคิดว่าแห้งเหือดไปแล้ว บัดนี้กลับเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง
"เซเรน่า..." เสียงของเขาแหบพร่า ราวกับถูกบีบคั้นด้วยความเจ็บปวด "เจ้า...เจ้าไม่ควรจากไปเช่นนี้"
เงาของเขาทอดทาบทับร่างอันไร้ชีวิตของเธอ แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องลงมา กลับดูราวกับจะเย้ยหยันความพ่ายแพ้ครั้งนี้
"เรา...เราเกือบจะชนะแล้ว" อัสนีพึมพำกับตัวเอง "แต่แล้ว...ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย..."
ความทรงจำของช่วงเวลาสุดท้ายของการต่อสู้ยังคงฉายชัดอยู่ในหัวของเขา ภาพของอาร์คานัส ผู้เป็นอดีตศิษย์ที่กลับกลายเป็นศัตรู ดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้น และพลังที่บิดเบี้ยวจนน่าสะพรึงกลัว อัสนีได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งเขา แต่ถึงกระนั้น อาร์คานัสก็ยังคงมีพลังที่เหนือกว่า ในตอนสุดท้ายนั้น อาร์คานัสได้พุ่งเข้าใส่เขาด้วยพลังทำลายล้างสูงสุด แต่เซเรน่ากลับยืนขวางเขาไว้
"ไม่!" เสียงกรีดร้องของอัสนีดังขึ้นในความทรงจำ "ข้าไม่ต้องการให้เจ้าต้องมาตายเช่นนี้!"
แต่คำเตือนของเขากลับสายเกินไป ร่างของเซเรน่าพุ่งเข้าปะทะกับพลังของอาร์คานัสอย่างจัง แรงระเบิดมหาศาลได้พัดพาเอาทุกสิ่งรอบกายจนแหลกสลาย และเมื่อฝุ่นควันจางลง...ร่างของเซเรน่าก็ตกสู่พื้นดินอย่างหมดสิ้น
"ข้า...ข้าต้องขอโทษเจ้าจริงๆ เซเรน่า" อัสนีพูดเสียงแผ่วเบา "ข้า...ข้าไม่สามารถปกป้องเจ้าได้"
เอลิซ่าที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่แตกสลาย เธอเองก็เหนื่อยล้าจากการต่อสู้ แต่ความเศร้าเสียใจที่สูญเสียเพื่อนร่วมรบไป ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจของเธอ
"ท่านอัสนี..." เอลิซ่าเอ่ยเรียกเสียงสั่นเครือ "เรา...เราต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้"
อัสนีเงยหน้าขึ้นมองเอลิซ่า ดวงตาของเขายังคงแดงก่ำ แต่แววตาที่เคยสิ้นหวัง บัดนี้กลับเริ่มมีประกายของความมุ่งมั่นกลับมา
"เจ้าพูดถูก เอลิซ่า" เขากล่าวเสียงหนักแน่น "เซเรน่า...เธอสละชีพเพื่อปกป้องเรา เราจะปล่อยให้การเสียสละของเธอสูญเปล่าไม่ได้"
เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายที่บอบช้ำยังคงส่งเสียงประท้วง แต่จิตใจของเขาได้ตัดสินใจแล้ว
"อาร์คานัส...ถึงแม้เจ้าจะหนีรอดไปได้ในครั้งนี้ แต่ข้าจะตามล่าเจ้าไปจนสุดขอบฟ้า" อัสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้น "ข้าจะนำความยุติธรรมมาสู่โลกใบนี้ และข้าจะทำให้แน่ใจว่า จะไม่มีใครต้องทนทุกข์ทรมานเช่นเซเรน่าอีกต่อไป"
เขาหันไปมองรอบๆ หุบเขาแห่งสายฟ้า ที่บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ ยามเช้าที่เคยงดงาม บัดนี้กลับกลายเป็นฉากหลังของความโศกเศร้า
"เมืองโบราณที่ถูกลืม..." อัสนีพึมพำ "ดูเหมือนว่าเราจะค้นพบความลับของมันแล้ว แต่มันก็มาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย"
เขาหยิบดาบของเซเรน่าที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา ดาบเล่มนั้นยังคงเย็นเฉียบ แต่กลับส่องประกายสีเงินเรืองรอง ราวกับจะสะท้อนถึงความกล้าหาญของผู้เป็นเจ้าของ
"เราจะเก็บศพของเซเรน่าไว้ที่นี่" อัสนีกล่าว "ที่นี่คือสถานที่ที่เธอได้แสดงความกล้าหาญที่สุด"
เขาส่งดาบของเซเรน่าให้กับเอลิซ่า
"ดูแลดาบเล่มนี้ให้ดี เอลิซ่า" อัสนีกล่าว "มันจะเป็นเครื่องเตือนใจเราถึงสิ่งที่ต้องต่อสู้"
เอลิซ่ารับดาบมาด้วยมืออันสั่นเทา เธอรู้ดีว่าการจากไปของเซเรน่าจะส่งผลกระทบต่อทุกๆ คนมากเพียงใด
"ท่านอัสนี..." เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "แล้ว...แผนการต่อไปของเราคืออะไร"
อัสนีหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิ เขาได้ใช้พลังของเขาไปมากในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย การฟื้นฟูร่างกายของเขาคงต้องใช้เวลา
"เราจะต้องออกจากที่นี่" อัสนีกล่าว "หุบเขาแห่งสายฟ้าแห่งนี้...มันเต็มไปด้วยพลังงานที่อันตราย พลังที่สามารถทำให้ผู้คนหลงผิดได้"
เขาเปิดตาขึ้น ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความตั้งใจ
"เราจะต้องเดินทางกลับไปยังมหาวิหารแห่งแสงสว่าง" อัสนีกล่าว "ที่นั่น...เราจะวางแผนขั้นต่อไปของเรา"
"แต่ว่า..." เอลิซ่าลังเล "ท่านอัสนี ท่านดูอ่อนแรงมาก"
"ข้ารู้" อัสนีตอบ "แต่ข้ายังมีพลังเหลืออยู่มากพอที่จะพาพวกเรากลับไป"
เขากระชับดาบในมือแน่น "และเมื่อข้าฟื้นฟูร่างกายได้แล้ว ข้าจะออกตามล่าอาร์คานัส"
อัสนีหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แสงอาทิตย์กำลังเริ่มทอแสงเต็มที่
"อาร์คานัส...เจ้าหนีไปได้ แต่เจ้าไม่สามารถหนีพ้นจากชะตากรรมได้" อัสนีกล่าว "ข้าจะทำให้เจ้ารับผิดชอบกับการกระทำของเจ้า"
เขาหันกลับมามองเอลิซ่า
"เตรียมตัวให้พร้อม เอลิซ่า" อัสนีกล่าว "การเดินทางของเรายังไม่จบสิ้น"
เอลิซ่าพยักหน้า เธอเข้าใจดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ การเดินทางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็เต็มไปด้วยความหวัง
อัสนีเดินไปหยิบดาบใหญ่ของเขาที่ปักอยู่บนพื้น ดาบเล่มนั้นส่องประกายสีทองอร่ามราวกับจะสะท้อนถึงพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ภายใน
"ถึงเวลาแล้ว" อัสนีกล่าว "เวลาที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง"
เขาเดินนำเอลิซ่าออกจากซากปรักหักพังของมหาวิหาร แสงแดดที่สาดส่องลงมา บัดนี้ดูเหมือนจะมีความหวังมากขึ้นเล็กน้อย
เมื่อพวกเขาเดินออกจากมหาวิหาร สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือภาพอันน่าทึ่งของหุบเขาแห่งสายฟ้าที่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยพลังงานประหลาด พลังงานที่บิดเบี้ยวและรุนแรง
"ที่นี่..." อัสนีกล่าว "คือที่ที่พลังของอาร์คานัสได้แผ่ขยายออกไป"
"พลังงานนี้...มันอันตรายมาก" เอลิซ่ากล่าวพลางกุมดาบของเซเรน่าไว้แน่น
"มันคือผลพวงจากการใช้พลังที่ผิดทาง" อัสนีอธิบาย "อาร์คานัสพยายามที่จะครอบครองพลังแห่งสายฟ้า แต่เขากลับถูกมันครอบงำเสียเอง"
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่บัดนี้มีเมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เราต้องรีบไป" อัสนีกล่าว "ก่อนที่พายุจะมาถึง"
พวกเขาเริ่มออกเดินทางจากหุบเขาแห่งสายฟ้า การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก ร่างกายของอัสนียังคงอ่อนเพลีย แต่ความมุ่งมั่นของเขาทำให้เขายังคงก้าวเดินต่อไป
เอลิซ่าคอยดูแลเขาอยู่ไม่ห่าง เธอรู้ดีว่าชายผู้นี้แบกรับภาระที่หนักหนาสาหัสเพียงใด
เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือซากของเมืองโบราณที่ถูกลืม ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงัด
"ที่นี่...คือเมืองที่อาร์คานัสเคยอาศัยอยู่" อัสนีกล่าว "เมืองที่ถูกทอดทิ้งเพราะความทะเยอทะยานของเขา"
เขาเดินเข้าไปในซากเมือง สำรวจไปรอบๆ
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่นี่" อัสนีกล่าว "พลังงานที่ยังคงหลงเหลืออยู่"
เขาเดินเข้าไปในอาคารหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นวิหารเก่าแก่
"ที่นี่...คือใจกลางของเมือง" อัสนีกล่าว "และที่นี่...คือจุดที่อาร์คานัสได้เริ่มเส้นทางแห่งความมืด"
ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"อะไรกัน!" เอลิซ่าร้องอุทาน
ร่างของอัสนีพุ่งเข้าปะทะกับบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น
"นี่มัน...ไม่ใช่พลังงานธรรมดา" อัสนีกล่าวพลางพยายามผลักดันสิ่งที่มองไม่เห็นออกไป
"ท่านเป็นอะไร!" เอลิซ่าถามด้วยความตกใจ
"ข้า...ข้าถูกโจมตี" อัสนีตอบ "แต่ข้าไม่เห็นศัตรู"
ทันใดนั้น เงาดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเขา
"นี่มัน...วิญญาณอาฆาต" อัสนีกล่าว "พวกเขาคือวิญญาณของผู้ที่ถูกอาร์คานัสสังหาร"
วิญญาณเหล่านั้นพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง อัสนีและเอลิซ่าต้องต่อสู้กับพวกมันอย่างดุเดือด
"ข้าจะจัดการพวกมันเอง" อัสนีกล่าว "เจ้า...จงรีบออกจากที่นี่ไป"
"แต่ว่า..." เอลิซ่าไม่ยอม
"ข้าสั่งให้เจ้าไป!" อัสนีตะโกนเสียงดัง "นี่คือคำสั่งของข้า!"
เอลิซ่ามองเข้าไปในดวงตาของอัสนี เธอเห็นความเด็ดเดี่ยวและความตั้งใจที่แน่วแน่
"ข้าจะกลับมา" เอลิซ่ากล่าว "ท่านต้องรอข้า"
เธอกระชับดาบของเซเรน่าไว้แน่น แล้ววิ่งหนีออกจากซากเมืองไป
อัสนีหันกลับมาเผชิญหน้ากับวิญญาณอาฆาตที่กำลังรายล้อมเขาอยู่
"พวกเจ้า...ต้องการแก้แค้นใช่ไหม" อัสนีกล่าวเสียงเย็น "ข้าจะมอบความสงบสุขให้กับพวกเจ้าเอง"
เขาชักดาบใหญ่ของเขาออกมา แสงสีทองอร่ามสาดส่องไปทั่วบริเวณ
"ถึงเวลาแล้ว...ที่ข้าจะต้องแสดงให้พวกเจ้าเห็น" อัสนีกล่าว "ว่าความยุติธรรมที่แท้จริงเป็นเช่นไร"
ร่างของอัสนีพุ่งเข้าปะทะกับฝูงวิญญาณอาฆาต การต่อสู้ที่ดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองโบราณที่ถูกลืม
ขณะเดียวกัน เอลิซ่ากำลังวิ่งหนีออกจากซากเมือง ภาพของเซเรน่ายังคงติดตาเธออยู่ เธอรู้ว่าเธอจะต้องเข้มแข็งขึ้น เพื่อที่จะสามารถช่วยอัสนีได้
"เซเรน่า..." เอลิซ่าพึมพำ "ข้าจะไม่ยอมให้การเสียสละของเจ้าสูญเปล่า"
เธอวิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับทางออกจากป่า
"ข้าต้องกลับไปมหาวิหารแห่งแสงสว่าง" เอลิซ่ากล่าว "ข้าต้องไปบอกเรื่องนี้กับคนอื่นๆ"
เธอหันกลับไปมองซากเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกดำทะมึน
"ท่านอัสนี..." เธอภาวนา "ขอให้ท่านปลอดภัย"
เธอออกเดินทางต่อไป ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงเสียงลมหวีดหวิว และความรู้สึกบางอย่างที่ยังคงค้างคาอยู่ในอากาศ...ความรู้สึกของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น...

จอมทัพฟ้าลิขิต
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก