หยดน้ำฝนยังคงรินหลั่งราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สะท้อนแสงไฟนีออนหลากสีสันบนผิวน้ำที่ขังนิ่งตามแอ่งต่างๆ บนถนนยามค่ำคืน กรุงเทพมหานคร ในค่ำคืนนี้ยังคงเปียกปอน แต่ชีวิตของผู้คนยังคงดำเนินต่อไปภายใต้ร่มเงาของตึกสูงเสียดฟ้าและตึกเก่าแก่ที่ยืนหยัดท้ากาลเวลา ชาติกล้า ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมกริบที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว ยืนพิงเสาไฟฟ้าต้นหนึ่งอยู่ริมคลองแสนแสบ สายตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างระแวดระวัง มือข้างหนึ่งกำแน่นอยู่ที่ด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีเข้ม
กลิ่นอายของน้ำเน่าเสียเจือปนกับกลิ่นอายของอาหารริมทางที่ลอยอวลอยู่ในอากาศเย็นยะเยือก เป็นบรรยากาศที่คุ้นเคยของกรุงเทพฯ ในยามราตรี แต่สำหรับชาติกล้า ค่ำคืนนี้มีความหมายมากกว่านั้น เขาได้รับข้อความลับแจ้งให้มาพบใครบางคน ณ ที่แห่งนี้ เวลาเที่ยงคืนตรง
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากด้านหลัง ชาติกล้าหันขวับทันที ร่างเงาตะคุ่มสองร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟริมทาง พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นมิตร
"มาคนเดียวหรือเปล่า?" เสียงห้าวทุ้มของหนึ่งในสองร่างเอ่ยถาม น้ำเสียงที่แฝงด้วยความไม่ไว้วางใจ
ชาติกล้าไม่ตอบ เขาเพียงแต่ปล่อยให้สายตาของเขากวาดสำรวจใบหน้าของทั้งคู่ เสื้อผ้าของพวกเขาดูธรรมดา แต่การยืนและการเคลื่อนไหวกลับบ่งบอกถึงการฝึกฝนมาอย่างดี
"ใครส่งนายมา?" อีกคนถาม พลางยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า ราวกับจะขอตรวจค้น
ชาติกล้าหัวเราะในลำคอ "ถ้าฉันบอก พวกนายจะเชื่อหรือ?"
"เราไม่เชื่อใคร จนกว่าเราจะเห็นด้วยตาตัวเอง" ชายคนแรกตอบ พลางก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
ทันใดนั้นเอง ชาติกล้าก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ ลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านแผ่นหลังของเขามิใช่สายลมธรรมดา แต่มันมาพร้อมกับพลังงานบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
"ระวัง!" เขาตะโกนบอก ก่อนจะใช้สัญชาตญาณผลักตัวเองไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา มีดบินเล่มหนึ่งพุ่งเฉียดศีรษะของเขาไปปักเข้ากับเสาไฟฟ้าดังฉั้ว!
"แก!" ชายคนแรกอุทานด้วยความตกใจ
ชาติกล้าไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ชายคนที่ขว้างมีดไปอย่างรวดเร็ว หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่ายอย่างจัง
"ไม่คิดว่าแกจะเก่งขนาดนี้นี่" ชายคนที่สองร้องบอก พร้อมชักอาวุธลับออกมาจากแขนเสื้อ เป็นมีดสั้นอีกเล่มที่คมกริบ
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย เสียงปะทะของโลหะ เสียงหอบหายใจ และเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเป็นระยะๆ ชาติกล้าใช้ความเร็วและความคล่องแคล่วในการหลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้ทั้งสอง พลางสวนกลับด้วยหมัดและเท้าอย่างแม่นยำ
เขาต่อสู้กับคนทั้งสองได้อย่างสูสี ไม่ใช่เพราะเขาเก่งกาจเหนือกว่า แต่เป็นเพราะเขามีบางอย่างที่เหนือกว่า และนั่นคือ "ประสบการณ์" ที่หล่อหลอมเขามาจากการต่อสู้ที่ผ่านมานับไม่ถ้วน
"แกเป็นใครกันแน่?" ชายคนที่สองถามขณะที่เขาพยายามปัดป้องหมัดของชาติกล้า
"คนที่จะหยุดพวกแก" ชาติกล้าตอบ พลางเตะสกัดขาของอีกฝ่ายจนเสียหลัก
เขาเห็นโอกาส จึงใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าประชิดตัวชายคนที่สอง ชิงมีดในมือมาได้สำเร็จ ก่อนจะใช้สันมีดกระแทกเข้าที่ขมับของอีกฝ่ายจนสลบไป
ชายคนแรกเห็นเพื่อนร่วมงานเสียท่า ก็ถอยห่างออกไปเล็กน้อย ใบหน้าของเขาฉายแววหวาดระแวง
"แก...แกไม่ใช่คนธรรมดา" เขากล่าวเสียงสั่น
"นายก็รู้ดี" ชาติกล้าตอบ พลางหมุนมีดในมืออย่างสง่างาม
"นายรู้มากเกินไปแล้ว" ชายคนนั้นพูด ก่อนจะควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือระเบิดควันลูกเล็กๆ
ก่อนที่ชาติกล้าจะทันได้ตั้งตัว ชายคนนั้นก็โยนระเบิดควันออกมา เกิดกลุ่มควันสีขาวขุ่นหนาปกคลุมบริเวณนั้นทันที
ชาติกล้าสำลักควัน เขาพยายามสูดอากาศบริสุทธิ์ แต่มันก็ยากลำบากเหลือเกิน เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของชายคนนั้นวิ่งหนีไปในความมืด
เมื่อกลุ่มควันจางลง ชาติกล้าก็พบว่าชายทั้งสองคนได้หายไปแล้ว เหลือเพียงแต่ความว่างเปล่าและกลิ่นอายของความอันตรายที่ยังคงค้างอยู่
เขาเดินไปหยิบมีดบินที่ปักอยู่บนเสาไฟฟ้า มันยังคงเย็นเฉียบอยู่ในมือ
"ใครกันแน่ที่ต้องการให้ฉันมาเจอ...และใครกันที่ต้องการจะฆ่าฉัน?" เขาพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ริมตลิ่ง มันคือเรือหางยาวลำเล็กที่จอดนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน
บนเรือมีร่างของชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาสวมหมวกปีกกว้างและผ้าคลุมสีดำจนมองไม่เห็นใบหน้า
"เจ้ามาช้าไปหน่อยนะ ชาติกล้า" เสียงของชายชราดังขึ้น มันเป็นเสียงที่แหบพร่า แต่ก็แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง
ชาติกล้าเดินเข้าไปใกล้เรือด้วยความสงสัย "ท่านคือใคร?"
"คนที่รอเจ้ามานาน" ชายชราตอบ "และเป็นคนที่รู้ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น"
"สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น?" ชาติกล้าเลิกคิ้ว "พวกคนเมื่อครู่นี้คือใคร?"
"พวกมันคือเงา...เงาที่ถูกส่งมาเพื่อขัดขวาง" ชายชรากล่าว "และมีเงาอีกมากมายกำลังจะปรากฏตัว"
"แล้วท่านต้องการให้ข้าทำอะไร?" ชาติกล้าถาม
ชายชราเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีฟ้าอ่อนๆ "เจ้าต้องตามหา "ศิลาแห่งสุวรรณภูมิ" ก่อนที่มันจะตกไปอยู่ในมือของพวกคนชั่ว"
"ศิลาแห่งสุวรรณภูมิ? มันคืออะไร?"
"มันคือหัวใจของแผ่นดินนี้...คือพลังที่ถูกซ่อนเร้นมานับพันปี" ชายชราอธิบาย "และมีเพียงผู้ที่คู่ควรเท่านั้นที่จะสามารถครอบครองมันได้"
ชาติกล้าจ้องมองไปยังดวงตาของชายชรา เขารู้สึกได้ถึงความจริงในคำพูดของเขา
"แล้วข้าจะหาท่านเจออีกครั้งได้อย่างไร?"
"เมื่อถึงเวลาที่เจ้าต้องเผชิญหน้ากับมังกร...เจ้าจะพบข้าเอง" ชายชราตอบ พลางโบกมือให้เรือหางยาวลำนั้นค่อยๆ ลอยออกไปในกระแสน้ำที่ไหลเอื่อย
ชาติกล้าเฝ้ามองเรือของชายชราจนลับสายตาไป เขาเดินกลับมายังที่เดิม มองไปยังสายน้ำที่ไหลริน สายน้ำที่ดูเหมือนจะซ่อนเร้นความลับโบราณไว้มากมาย
"มังกร...ศิลาแห่งสุวรรณภูมิ..." เขาพึมพำกับตัวเอง "นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?"
หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความรู้สึกถึงภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่กำลังจะถาโถมเข้ามา เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะมาถึงจุดนี้ ชีวิตที่ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในตำนาน
เขาหันหลังให้คลองแสนแสบอันมืดมิด เดินเข้าไปในตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเงา แสงไฟจากถนนหลักส่องลงมาเพียงรำไร ทำให้มองเห็นเส้นทางที่คดเคี้ยวไปมา
แต่ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายเพียงใด ชาติกล้าก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า เพราะเขารู้ดีว่า การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และมันจะดุเดือดเข้มข้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขาคือชาติกล้า ผู้ที่จะต้องสยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก