ละอองหมอกบางเบาที่โรยปรายลงมา ยามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร มิได้ช่วยคลายความอึดอัดที่กัดกินหัวใจของชาติกล้าได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่สาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้น กลับยิ่งขับเน้นให้ภาพของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก เขาเพิ่งจะเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเลงที่บุกเข้ามายึดโรงงานเก่ากลางเมือง สังหารคนงานไปหลายชีวิต และที่สำคัญ… หนึ่งในนั้นคือ "วายุ" เพื่อนรักที่เขาสาบานว่าจะปกป้อง
"แกจะไม่รอดไปไหน ชาติกล้า" เสียงหอบแห้งของวายุยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา ภาพใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสะบักสะบอมของเพื่อนรักก่อนสิ้นใจ เป็นเหมือนคมมีดที่กรีดลึกเข้ากลางใจ
ชาติกล้าบีบกำปั้นแน่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความแค้นที่ประทุขึ้นมา เขาผลักประตูรถยนต์คันเก่าที่จอดสนิทอยู่ริมถนน ออกไปอย่างแรง เปลือกตาปิดลงชั่วครู่ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
"ไม่... ฉันจะต้องหาคนทำ แกจะต้องชดใช้" เขากระซิบเสียงลอดไรฟัน
เขาตัดสินใจเดินออกจากซอยแคบๆ ที่เป็นที่เกิดเหตุ มุ่งหน้าไปยังตรอกเล็กๆ ที่มักจะมีแหล่งข้อมูลข่าวสารของคนในวงการใต้ดิน เขาไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหน แต่สัญชาตญาณนักสู้มันบอกให้เขาเดินหน้าต่อไป
แสงไฟสลัวๆ จากร้านรวงข้างทางสาดส่องลงมา ทำให้เงาของเขาดูยาวเหยียดไปบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้นราวกับผืนน้ำ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการต่อสู้เมื่อครู่ แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความปวดร้าวในจิตใจ
ขณะที่เขากำลังเดินสำรวจไปเรื่อยๆ สายตาของเขาก็ไปปะทะกับร่างเงาที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ริมคลองบางลำพู เงาเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วผิดมนุษย์ทั่วไปราวกับกำลังเคลื่อนที่ไปตามสายลม
"อะไรกันนั่น" ชาติกล้าพึมพำกับตัวเอง เขาไม่รอช้า รีบสาวเท้าเข้าไปใกล้เพื่อสังเกตการณ์
เงาเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่าเป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังขนย้ายวัตถุบางอย่างลงเรือเล็กที่จอดอยู่ริมตลิ่ง วัตถุเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นหีบไม้โบราณขนาดใหญ่ มีลวดลายสลักที่ดูเก่าแก่และลึกลับ
"ต้องเป็นพวกมันแน่ๆ" ชาติกล้าคิดในใจ เขาเห็นบางคนในกลุ่มมีท่าทางคล้ายกับพวกที่บุกเข้ามายึดโรงงานของเขา เขาจำลักษณะท่าทางและรอยสักที่แขนของคนๆ หนึ่งได้
เขาพยายามจะเข้าไปใกล้กว่านี้ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
"หยุดนะ! ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงตะโกนดังขึ้น
ชาติกล้าหันกลับไปมอง เห็นร่างของชายสองคนกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีที่ดุดัน
"พวกแกเป็นใคร!" ชาติกล้าตะโกนกลับไป
"แกต่างหาก! แกกำลังทำอะไรอยู่แถวนี้!" ชายคนหนึ่งสวนกลับมา
ชาติกล้าเห็นท่าไม่ดี เขาไม่ใช่พวกที่ชอบมีปัญหาโดยไม่จำเป็น แต่เมื่อถูกคุกคาม เขาเองก็ไม่เคยกลัว
"ฉันกำลังทำหน้าที่ของฉัน!" ชาติกล้าตอบพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อม
ชายสองคนนั้นไม่พูดพล่าม ก้าวเข้ามาหากันอย่างรวดเร็ว คนหนึ่งควักมีดสั้นออกมาจากเอว ส่วนอีกคนหนึ่งชักกระบองเหล็กออกมา
ชาติกล้าถอนหายใจอย่างแผ่วเบา "น่าเสียดายที่ต้องใช้วิธีนี้"
ทันใดนั้นเอง ชายที่ถือมีดก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว หมายจะปาดคอ แต่ชาติกล้าเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะใช้หมัดขวาที่หนักแน่นชกเข้าที่ท้องของชายคนนั้นอย่างจัง เสียงดังอู๊ด! ชายคนนั้นเซถอยหลังไปอย่างแรง
ส่วนอีกคนหนึ่งไม่รอช้า ฟาดกระบองเหล็กลงมาที่ศีรษะของชาติกล้า แต่ชาติกล้าก็ยกแขนซ้ายขึ้นปัดป้องไว้ได้ เสียงดังเพล้ง! สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
"แกมันไม่ธรรมดา!" ชายคนนั้นอุทานด้วยความประหลาดใจ
"แกก็เหมือนกัน" ชาติกล้าตอบกลับ พร้อมกับพุ่งเข้าใส่
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดภายใต้แสงไฟสลัวๆ ของตรอก ชาติกล้าใช้ทักษะการต่อสู้ที่เขาฝึกฝนมาอย่างดี ปัดป้อง หลบหลีก และโต้กลับอย่างมีประสิทธิภาพ เขารู้ดีว่าถ้าปล่อยให้คู่ต่อสู้มีโอกาส เขาอาจจะต้องจบลงเหมือนวายุ
ในระหว่างการต่อสู้ ชาติกล้าสังเกตเห็นว่ากลุ่มคนที่ขนของลงเรือเมื่อครู่ได้จากไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบาๆ
"พวกมันไปแล้ว!" ชาติกล้าตะโกนบอกคู่ต่อสู้ของเขา
"แกจะหนีไปไหน!" ชายคนหนึ่งตะโกนกลับมา
ชาติกล้าไม่สนใจคำพูดนั้น เขาเห็นโอกาสที่จะปลดปล่อยตัวเองจากสถานการณ์นี้ เขาปล่อยหมัดฮุคซ้ายเข้าใส่ชายที่ถือมีดอย่างรวดเร็ว จนอีกฝ่ายเซถลาไปชนกับกำแพง ก่อนจะหันไปเตะตัดขาชายที่ถือกระบองเหล็ก จนล้มลงไปกองกับพื้น
"จำไว้นะ... ฉันจะกลับมา!" ชาติกล้าตะโกนทิ้งท้าย ก่อนจะรีบวิ่งไปยังริมคลอง
เขาเห็นร่องรอยบางอย่างบนพื้นดินที่เปียกชื้น เป็นรอยล้อของรถเข็นที่ใช้ขนของลงเรือ เขาเชื่อว่ารอยเหล่านั้นจะนำไปสู่เบาะแสบางอย่าง
"วายุ... ฉันจะไม่ยอมให้ความตายของแกสูญเปล่า" เขาพึมพำกับตัวเอง
เขาเดินไปตามริมคลองอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาสอดส่ายมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตามล่า
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
"สวัสดี" ชาติกล้าตอบรับสาย
"ชาติกล้า... ฉันมีข่าวให้แก" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นฟังดูเคร่งขรึมและมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
"ข่าวอะไร?" ชาติกล้าถามด้วยความสงสัย
"เกี่ยวกับกลุ่มคนที่แกกำลังตามหา... และเกี่ยวกับสิ่งของที่พวกเขาขนย้ายไปเมื่อครู่นี้" เสียงนั้นเว้นวรรคไปเล็กน้อย "มันไม่ใช่แค่ของธรรมดา... มันคือบางสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างในกรุงเทพฯ ของเรา"
ชาติกล้ารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปตามสันหลัง "คุณเป็นใคร?"
"ฉันคือคนที่เห็นสิ่งที่แกมองไม่เห็น... และฉันจะบอกแกได้แค่ที่นี่... ที่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า... พรุ่งนี้เช้า... ก่อนตะวันขึ้น" เสียงนั้นพูดจบก็ตัดสายไป
ชาติกล้าเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีดำเข้ม มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าเท่านั้นที่ยังคงส่องสว่างอยู่ เขาไม่รู้ว่าเบอร์ปริศนานั้นคือใคร และคำพูดของเขามีความหมายอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ คือ เรื่องราวของเขากำลังจะยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีก
เขาหันกลับไปมองคลองบางลำพูอีกครั้ง เงาของเขายังคงทอดยาวอยู่บนผืนน้ำ ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ครั้งใหม่ที่กำลังจะปะทุขึ้นกลางใจเมืองหลวงแห่งนี้
เขาจะไปพบกับใคร? และวัตถุโบราณที่ว่านั้นคืออะไรกันแน่? ความแค้นที่คุกรุ่นในใจของชาติกล้า จะพาเขาไปสู่จุดจบแบบไหน? คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของเขา ขณะที่เขาก้าวเดินต่อไป ท่ามกลางความมืดมิดและปริศนาของกรุงเทพฯ ยามราตรี

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก