โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 899 คำ
ละอองหมอกบางเบาที่โรยปรายลงมา ยามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร มิได้ช่วยคลายความอึดอัดที่กัดกินหัวใจของชาติกล้าได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่สาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้น กลับยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความสับสนอลหม่านที่กำลังคุกคามมหานครแห่งนี้ การสูญเสีย ‘จันทร์ฉาย’ ในเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเมื่อคืนวาน ยังคงเป็นรอยแผลเป็นที่ฝากรอยลึกไว้ในจิตใจของเขา การสืบสวนที่นำพาเขามาสู่เบาะแสที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความศิวิไลซ์ของกรุงเทพฯ กำลังจะพาเขาไปพบกับสิ่งที่เหนือกว่าความคาดหมาย
“คุณแน่ใจนะว่านี่คือที่ที่เราต้องมา” เสียงของ ‘เมษา’ ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงอึกทึกของชีวิตกลางคืนยามดึก เธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมสีเข้ม ยืนกอดอกมองไปรอบๆ บริเวณท่าน้ำแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยวและเงียบสงัดเมื่อเทียบกับย่านอื่น
ชาติกล้าถอนหายใจยาว เขากวาดสายตามองไปยังอาคารเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งตรงข้าม ภาพเงาของโบราณสถานโบราณสถาน สะท้อนวูบวาบอยู่บนผิวน้ำสีดำสนิท เป็นภาพที่ตัดกันอย่างรุนแรงกับแสงสีที่สว่างไสวของเมืองหลวง “เบาะแสสุดท้ายที่ได้มามันชี้มาที่นี่ เมษา ถ้า ‘พราย’ ของเราไม่หลอก เขาว่ากันว่าที่นี่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ”
“เชื่อมต่อกับอะไรคะ? กับอีกโลกหนึ่งเหรอ?” เมษาถาม น้ำเสียงของเธอแฝงความไม่แน่ใจ แต่ก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ก็อาจจะ… หรืออาจจะเป็นเส้นทางที่พวกมันใช้เคลื่อนไหว” ชาติกล้าตอบขณะที่ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ที่ด้ามดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอว ดาบเล่มนั้นเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ซึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องนำมันออกมาใช้ในยุคสมัยนี้
“แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนล่ะคะ?”
“สังเกตดูสิ” ชาติกล้าชี้นิ้วไปยังบริเวณที่มีหมอกลงหนาทึบเป็นพิเศษ แม้จะดึกมากแล้วก็ตาม หมอกนั้นดูหนาแน่นผิดปกติ ราวกับเป็นม่านที่ปกปิดบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ “หมอกนั่น… มันไม่ใช่หมอกธรรมดา”
ทันทีที่เขาพูดจบ เงาตะคุ่มขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอก ค่อยๆ เลื้อยคลานออกมาอย่างช้าๆ มันมีรูปร่างคล้ายงู แต่ใหญ่โตเกินจินตนาการ เกล็ดสีเข้มวาววับสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดลงมาเป็นระยะ ดวงตาของมันเรืองรองไปด้วยแสงสีอำพันที่น่าสะพรึงกลัว
“นั่นมัน… พญานาค!” เมษาอุทานเสียงหลง เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าตำนานเกี่ยวกับพญานาคจากคุณย่า แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง
ชาติกล้าเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าจาก ‘ปู่’ ว่าในอดีต เมืองแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตในตำนาน แต่ความคิดเหล่านั้นก็ถูกปัดทิ้งไปเพราะเป็นเพียงนิทานก่อนนอน จนกระทั่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
“ใจเย็นๆ เมษา” ชาติกล้าพยายามสงบสติอารมณ์ เขาเคยฝึกฝนวิชาการต่อสู้กับสิ่งเหนือธรรมชาติมาบ้าง แต่การเผชิญหน้ากับพญานาคตัวเป็นๆ นี่เป็นครั้งแรก “เราต้องหาทางรับมือกับมัน”
พญานาคค่อยๆ เลื้อยเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลำตัวของมันแผ่ขยายออกราวกับจะกลืนกินผืนน้ำ เสียงครืดคราดจากเกล็ดที่เสียดสีกันดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ชาติกล้าตั้งท่าเตรียมพร้อม ดาบในมือเปล่าเปล่งแสงสีขาวนวล ราวกับจะตอบรับความตั้งใจของเจ้าของ
“มันดูไม่เป็นมิตรเลยนะคะ” เมษาเอ่ยพลางชักปืนพกที่พกติดตัวออกมา แต่ก็รู้ดีว่ากระสุนธรรมดาคงไม่มีผลอะไรกับสิ่งมีชีวิตในตำนานเช่นนี้
“คงอย่างนั้น” ชาติกล้าขมวดคิ้ว พญานาคตัวนี้ดูดุร้ายผิดกับภาพลักษณ์ในตำนานที่มักถูกกล่าวขานถึงคุณงามความดี “เป้าหมายของเราไม่ใช่เจ้านี่ มันอาจจะเป็นแค่ผู้เฝ้าประตู”
ทันใดนั้นเอง พญานาคก็พ่นลมหายใจออกมาเป็นลำแสงสีเขียวมรกตพุ่งตรงมาที่ทั้งสอง ชาติกล้าผลักเมษาหลบอย่างรวดเร็ว ลำแสงนั้นพุ่งทะลุผ่านต้นไม้ริมฝั่ง ทำให้ต้นไม้ล้มครืนลงมาอย่างน่ากลัว
“เราต้องผ่านมันไปให้ได้” ชาติกล้าพูดขณะที่เขาเริ่มเคลื่อนไหว เขาพุ่งเข้าใส่พญานาคด้วยความเร็วสูง ดาบในมือฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว เป็นการโจมตีที่แม่นยำและรุนแรง
“ฟ่อ!” พญานาคคำรามเสียงดัง มันสะบัดหางขนาดมหึมาเข้าใส่ ทำให้เกิดกระแสลมหมุนรุนแรง ชาติกล้าต้องอาศัยความคล่องแคล่วในการหลบหลีก เขาเห็นช่องว่างเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนลำตัวของพญานาค
“อย่านะคะ!” เมษาตะโกนด้วยความตกใจ
ชาติกล้าไถลตัวไปตามเกล็ดที่เย็นเฉียบของพญานาค เขาพยายามมองหาจุดอ่อน แต่เกล็ดเหล่านั้นแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า เขาได้ยินเสียง ‘ฟู่’ ดังขึ้น และสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากลำคอของพญานาค
“มันจะพ่นไฟ!” ชาติกล้าคิดในใจ เขาตัดสินใจใช้ดาบที่เปล่งแสงแทงเข้าไปที่จุดเชื่อมต่อระหว่างลำคอและลำตัวของพญานาค
“กรีดดดด!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากพญานาค มันสะบัดตัวอย่างรุนแรงจนชาติกล้าเสียหลัก ร่างของเขาถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป ตกลงสู่ผิวน้ำเย็นเฉียบ
“ชาติกล้า!” เมษารีบวิ่งเข้ามาที่ริมฝั่ง
ชาติกล้าโผล่ขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกแสบร้อนไปทั่วแขนข้างซ้าย ซึ่งสัมผัสโดนลำแสงสีเขียวของพญานาคเมื่อครู่ “ไม่เป็นไร” เขาตะโกนตอบพลางเช็ดน้ำที่เปื้อนใบหน้า
ขณะที่เขากำลังจะตั้งสติ พญานาคก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ลำตัวของมันเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เกล็ดที่เคยแข็งแกร่งเริ่มร่วงหล่นราวกับใบไม้ที่ถูกลมพัด
“ดูเหมือนว่าดาบจะไปโดนจุดสำคัญ” ชาติกล้าสังเกตเห็นว่าแสงที่เรืองรองจากดวงตาของพญานาคเริ่มหรี่ลง
ทันใดนั้นเอง ร่างของพญานาคก็เริ่มเลือนลางหายไป ราวกับถูกดูดกลืนเข้าไปในม่านหมอกหนาทึบ เสียงครืดคราดเงียบหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและเสียงน้ำที่กระทบฝั่ง
“มันหายไปไหนคะ?” เมษารีบเข้ามาถาม
“น่าจะกลับไปยังมิติของมัน” ชาติกล้าตอบพลางมองไปรอบๆ บริเวณที่พญานาคเคยปรากฏตัว “แต่ก่อนที่มันจะหายไป ฉันเห็นบางอย่าง…”
เขาก้มลงมองไปยังบริเวณที่พญานาคเคยอยู่ บนพื้นดินริมตลิ่ง มีวัตถุบางอย่างตกอยู่ วัตถุนั้นมีลักษณะเป็นก้อนผลึกสีเขียวเรืองแสง ขนาดเท่ากำปั้น
ชาติกล้าค่อยๆ เดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา เมื่อสัมผัสโดน เขาก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เป็นพลังงานที่คุ้นเคย แต่ก็แปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน
“นี่มัน… ‘แก้วมณี’!” ชาติกล้าอุทานชื่อนั้นออกมาอย่างไม่คาดคิด เขาเคยได้ยินชื่อนี้จากปู่ เป็นวัตถุโบราณในตำนานที่มีพลังอำนาจสูงส่ง
“แก้วมณี?” เมษาทวนคำ
“ใช่ มันเป็นสิ่งสำคัญในการไขปริศนาทั้งหมดนี้” ชาติกล้ากล่าวพลางกำแก้วมณีไว้ในมือแน่น “และดูเหมือนว่าเราเพิ่งจะเจอทางเข้าสู่เบาะแสต่อไป”
ทันใดนั้นเอง เสียงกริ่งโทรศัพท์ของเมษาก็ดังขึ้น เธอรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาดู “เป็นสายจากหน่วย…” เธอชะงักไปเล็กน้อย “เป็นสายจาก ‘นายกเทศมนตรี’ ค่ะ!”
ชาติกล้าหันไปมองเมษาด้วยความประหลาดใจ “นายกเทศมนตรี? ติดต่อมาทำไม?”
เมษาเปิดรับสาย “ค่ะ… ค่ะ… อะไรนะคะ! เป็นไปได้ยังไงคะ!” สีหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด “ดิฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ!”
เมื่อวางสาย เมษาหันมาหาชาติกล้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ชาติกล้า! นายกเทศมนตรีเพิ่งได้รับรายงานว่า… มีการสูญเสียพลังงานมหาศาลจาก ‘วัดพระแก้ว’!”
ชาติกล้าเบิกตากว้าง วัดพระแก้ว… สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใจกลางกรุง ที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และตำนานอันยาวนาน การสูญเสียพลังงานที่นั่น… อาจหมายถึงบางสิ่งที่เลวร้ายกว่าที่พวกเขาเคยคาดคิด
“เราต้องไปที่นั่นเดี๋ยวนี้!” ชาติกล้าตัดสินใจ เขารู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ดีนัก ความรู้สึกนี้มันรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ
ทั้งสองรีบวิ่งไปยังรถ จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความสงสัย การเผชิญหน้ากับพญานาคเพิ่งจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การต่อสู้ที่แท้จริงเพื่อสยบมังกรแห่งกรุง กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ วิถีแห่งวัดพระแก้วอันศักดิ์สิทธิ์.

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก