สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

ตอนที่ 12 — ม่านหมอกแห่งความจริงที่เปิดเผย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 921 คำ

ละอองหมอกบางเบาที่โรยปรายลงมายามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร มิได้ช่วยคลายความอึดอัดที่กัดกินหัวใจของชาติกล้าได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่สาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้นจากการโปรยปรายของสายฝนยามเย็น กลับยิ่งขับเน้นให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดระแวงของเขาทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

หลังจากการเผชิญหน้าที่เต็มไปด้วยอันตราย ณ ตรอกซอยแคบๆ แห่งหนึ่งในย่านเก่า ที่ซึ่งเขาได้พบกับร่องรอยอันน่าขนลุกของสิ่งที่เขาเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ ‌“มังกร” อันเป็นตำนานที่กำลังคุกคามกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เขาไม่ได้พบเพียงแค่กับกลุ่มนักเลงที่ถูกส่งมาขัดขวางเท่านั้น แต่เขายังได้เผชิญหน้ากับบางสิ่งที่เหนือธรรมชาติ สิ่งที่เขาไม่อาจอธิบายด้วยเหตุผลปกติ

“พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา” ชาติกล้าพึมพำกับตัวเองขณะที่ก้าวเดินอย่างรวดเร็วไปตามทางเท้าที่ค่อนข้างเปลี่ยว เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ยังคงมีเมฆครึ้มปกคลุม ​ราวกับจะพยายามอ่านความหมายจากผืนฟ้ามืดมิดนั้น

ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตาเขาอยู่ ร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนไหวราวกับเงา ที่ปลายนิ้วของมันมีประกายสีเขียวเรืองรองที่แผ่ไอเย็นยะเยือกออกมา และลำแสงสีเขียวที่พุ่งออกมาจากฝ่ามือของมัน สามารถทำให้คอนกรีตแข็งแกร่งแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้อย่างง่ายดาย สิ่งนั้นไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ใช่มนุษย์ปรุงแต่ง ‍และแน่นอน ไม่ใช่สัตว์ทั่วไป

“แล้วอะไรล่ะ…?” เขาถามตัวเองอีกครั้ง ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวพร้อมๆ กับความกลัวที่เริ่มจะเข้ามามีอิทธิพล

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอแสดงเวลา 23:47 น. ‌ยังอีกนานกว่าที่รุ่งอรุณจะมาเยือน เขามีเวลาเพียงน้อยนิดที่จะประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุด คือ เขาต้องหาคำตอบให้ได้ว่า “มังกร” ที่ว่านั้น แท้จริงแล้วคืออะไร

ความคิดของเขาย้อนกลับไปที่คำพูดของอาจารย์ปรีชา ‍ชายชราผู้เป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์และตำนานโบราณของเขา “ชาติกล้า… ตำนานที่ถูกเล่าขานกันมา มิใช่เรื่องที่แต่งขึ้นลอยๆ หรอกนะ มันคือเศษเสี้ยวของความจริงที่ถูกบิดเบือนตามกาลเวลา… และบางครั้ง ความจริงนั้น ​ก็ถูกซ่อนเร้นไว้ในสิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจรับรู้ได้”

เขาหยุดเดินเมื่อมาถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนบนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ แต่บรรยากาศอันงดงามของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนนี้ กลับไม่อาจปลอบประโลมจิตใจที่ร้อนรุ่มของเขาได้เลย

“อาจารย์ปรีชา… ท่านรู้เรื่องนี้มากแค่ไหนกันแน่?”

ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นก็ทำให้เขาผวา เขารีบกดรับสาย

“ฮัลโหล… ​ชาติกล้า…” ปลายสายเป็นเสียงของ “ลดา” หญิงสาวผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและเป็นผู้ที่เขามั่นใจว่ามีความรู้เกี่ยวกับตำนานโบราณมากที่สุดคนหนึ่ง

“ลดา… ฉัน… ฉันเจอบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อ… ที่ตรอก… แถว… ​แถวตลาดเก่า” ชาติกล้าพูดตะกุกตะกัก พยายามเรียบเรียงความคิด

“ใจเย็นๆ ชาติกล้า เกิดอะไรขึ้น? ฉันพยายามติดต่อเธอตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว… แต่เหมือนสัญญาณจะถูกรบกวน” เสียงของลดาฟังดูเป็นห่วง

“มีคน… หรืออะไรบางอย่าง… ที่ฉันไม่สามารถอธิบายได้… มันมีพลัง… พลังที่… เหมือนในตำนาน” เขาเอ่ยปากถึงสิ่งที่เขาประสบมาอย่างยากลำบาก

“ตำนาน? หมายถึง… มังกร?” เสียงของลดาเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที

“ฉัน… ฉันไม่แน่ใจ… แต่มัน… มันเหมือนมาก” ชาติกล้าตอบ

“ชาติกล้า… อยู่ตรงนั้นก่อนนะ ฉันจะไปหา… ระวังตัวด้วย… ฉันจะเปิดระบบติดตามของเธอ… เผื่อเกิดอะไรขึ้น” ลดาพูดอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องห่วง… ฉันจะพยายาม… ฉันแค่… ฉันต้องการคำอธิบาย”

หลังจากวางสายจากลดา ชาติกล้าก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม มองไปยังกระแสน้ำที่ไหลเอื่อย เขาตัดสินใจบางอย่าง เขาต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้ง ที่ตรอกแคบๆ ที่เขาเพิ่งจากมา

หากสิ่งที่เขาเผชิญหน้าไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มคนธรรมดา แต่เป็น “สิ่งมีชีวิต” ที่มีความสามารถเหนือธรรมชาติ การกลับไปเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

ด้วยความมุ่งมั่นที่กลับมา ชาติกล้าหันหลังให้กับแม่น้ำเจ้าพระยา และเริ่มเดินกลับไปยังทิศทางเดิม ความมืดมิดของค่ำคืนนี้ มิใช่สิ่งที่จะหยุดยั้งเขาได้อีกต่อไป

เขาค่อยๆ เดินเข้าไปในซอยแคบๆ อีกครั้ง บรรยากาศเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความคึกคักของเมืองใหญ่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงัดที่น่าขนลุก แสงไฟนีออนจากร้านค้าที่ปิดทำการ ส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้น สร้างเงาประหลาดๆ ที่เต้นระบำไปมา

กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบของเมืองเก่าลอยมาแตะจมูก ชาติกล้าก้าวเดินอย่างระมัดระวัง เขาหยิบไฟฉายขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า และส่องนำทางไปข้างหน้า แสงไฟสีขาวที่ส่องไปกระทบกับผนังอิฐเก่าๆ ทำให้เห็นร่องรอยของสนิมและคราบตะไคร่น้ำที่เกาะกินอยู่

เมื่อมาถึงจุดที่เขาเผชิญหน้ากับ “สิ่งนั้น” เขาก็หยุดชะงัก

พื้นคอนกรีตที่เคยเห็นรอยแตก บัดนี้กลับดูเหมือนถูกกัดกร่อนด้วยสารเคมีบางชนิด ร่องรอยสีเขียวอ่อนๆ จางๆ ยังคงปรากฏอยู่ตามรอยแตกเหล่านั้น

“นี่มัน… พลังงานอะไรกันแน่…” เขาก้มลงมองใกล้ๆ เขาเห็นเศษเล็กๆ สีเขียวอมดำที่กระจายอยู่ตามพื้น เขาหยิบถุงมือมาสวม และค่อยๆ เก็บเศษเหล่านั้นใส่ลงในซองพลาสติกที่เตรียมไว้

ในขณะที่เขากำลังง่วนอยู่กับการเก็บตัวอย่าง จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง

เสียงเหมือนฝีเท้าที่กำลังย่ำไปบนพื้นหิน ท่ามกลางความเงียบสงัดนี้ เสียงนั้นดังชัดเจนมาก

ชาติกล้าสะดุ้ง เขาปิดไฟฉายทันที และพยายามมองเข้าไปในความมืด

เงาตะคุ่มๆ กำลังเคลื่อนไหวอยู่ปลายซอย…

มันไม่ใช่เงาของมนุษย์… มันยาวกว่า… และเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ผิดธรรมชาติ

หัวใจของชาติกล้าเต้นระรัว เขาถอยหลังไปอย่างช้าๆ พยายามหาที่กำบัง

“ใครน่ะ?” เขาตะโกนถามออกไป แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ

เงาตะคุ่มๆ นั้นเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ… และแล้ว เขาก็ได้เห็นมัน…

มันคือ… สิ่งมีชีวิต… ที่มีลักษณะคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน… แต่ใหญ่โตมหึมา… ผิวหนังของมันดูเหมือนจะเรืองแสงได้เล็กน้อยในความมืด… และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือ ดวงตาของมัน… ดวงตาสีเขียวอมดำที่สุกสว่างราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย

“มังกร…” ชาติกล้าพึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

มันไม่ใช่แค่ตำนานอีกต่อไป… มันคือความจริง… ที่กำลังเผชิญหน้ากับเขาอยู่ตรงนี้…

ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตนั้นก็ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมา เสียงนั้นดังสะท้านไปทั่วทั้งซอย ราวกับจะประกาศชัยชนะ

ชาติกล้าตระหนักได้ทันทีว่าเขาอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขาไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งนี้ได้ด้วยกำลังของมนุษย์ธรรมดา

“วิ่ง!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

ชาติกล้าหันไปมอง… เป็นลดา! เธอมาถึงแล้ว!

ลดาอยู่ในชุดสีเข้มที่ดูทะมัดทะแมง มือข้างหนึ่งถือไฟฉายแรงสูงที่ส่องไปที่ “มังกร” เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนอีกข้างหนึ่งกำลังชี้ไปยังทางออกของซอย

“ทางนี้ ชาติกล้า!” ลดาตะโกน

ชาติกล้าไม่ลังเลอีกต่อไป เขากระโจนออกจากที่กำบัง และวิ่งตามลดาไปอย่างสุดชีวิต

“มังกร” ส่งเสียงคำรามอีกครั้ง และพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง!

แสงไฟฉายของลดาพุ่งเข้าใส่ดวงตาของมังกร มันชะงักไปเล็กน้อย ทำให้ชาติกล้าและลดาได้เปรียบ

“มัน… มันคืออะไรกันแน่ลดา?” ชาติกล้าถามขณะที่วิ่งห้อไป

“ฉันจะอธิบายให้ฟัง… แต่ตอนนี้… เราต้องรอดไปให้ได้ก่อน!” ลดาตอบ

พวกเขาวิ่งออกมาจากซอยแคบๆ เข้าสู่ถนนที่ใหญ่ขึ้น แต่ความมืดมิดของค่ำคืนนี้ ก็ยังคงปกคลุมทุกอย่างไว้ ราวกับจะซ่อนเร้นความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้เอาไว้

แต่สำหรับชาติกล้า… ม่านหมอกแห่งความไม่รู้ได้ถูกเปิดออกแล้ว… และความจริงอันโหดร้าย กำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า

“มังกร” ยังคงไล่ตามพวกเขามา เสียงกรงเล็บของมันขูดกับพื้นถนน สร้างเสียงเสียดสีอันน่าหวาดผวา

พวกเขากำลังจะไปที่ไหน? และพวกเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดจาก “มังกร” ตัวนี้ได้หรือไม่?

คำตอบ… ยังคงล่องลอยอยู่ในม่านหมอกยามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!