สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

ตอนที่ 17 — เงื่อนงำสีชาด ณ โบราณสถาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,375 คำ

ละอองหมอกบางเบาที่โรยปรายลงมายามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร มิได้ช่วยคลายความอึดอัดที่กัดกินหัวใจของชาติกล้าได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่สาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้นจากการโปรยปรายของสายฝนยามเย็น ยิ่งขับเน้นความรู้สึกอ้างว้างและสับสนให้ทวีคูณขึ้นไปอีก เขาหยุดยืนนิ่งอยู่ริมฟุตปาธ กลิ่นอายของความเก่าแก่และความทันสมัยปะปนกันอย่างประหลาด สองข้างทางคือตึกรามบ้านช่องสูงเสียดฟ้า แสงไฟจากหน้าต่างบานน้อยใหญ่ส่องสว่างราวกับดวงดาวนับพันดวงบนผืนฟ้า ‌แต่มันกลับไม่สามารถสาดส่องถึงความมืดที่ปกคลุมอยู่ในใจของเขาได้เลย

ความทรงจำเมื่อครู่นี้ยังคงตามหลอกหลอน ภาพใบหน้าที่ซีดเผือดของศิรา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และน้ำเสียงสั่นเครือที่เอ่ยคำขอโทษก่อนจะหายลับไปกับความมืด มันเหมือนมีมีดเล่มเล็กๆ ที่กรีดเฉือนลงบนบาดแผลเดิมที่ยังไม่ทันได้เยียวยา ชาติกล้าสูดลมหายใจลึก พยายามสลัดภาพเหล่านั้นทิ้งไป ​แต่มันก็เหมือนจะยิ่งฝังแน่นลงไปในความคิด

"ทำไมถึงเป็นแบบนี้..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะถูกกลืนหายไปกับเสียงอึกทึกของเมืองหลวง

เขาต้องหาคำตอบให้ได้ ความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิแห่งนี้ มันกำลังคุกคามทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารัก และศิรา... เธอเป็นส่วนหนึ่งของความลับนั้น หรือเป็นเหยื่อ? ‍ความสงสัยกัดกินเขาไม่ต่างจากความกังวล

ทันใดนั้นเอง เสียงเรียกชื่อของเขาดังขึ้นจากด้านหลัง ชาติกล้ารีบหันกลับไปมอง พบกับร่างสูงโปร่งของรณชัย หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เขาคุ้นเคย ดวงตาคมกริบของรณชัยฉายแววเคร่งขรึมผิดปกติ

"ชาติกล้า... เป็นอะไรไป?" รณชัยเดินเข้ามาใกล้ ‌ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่มักจะปรากฏอยู่เสมอ หายไปเสียแล้ว "สีหน้าไม่ค่อยดีเลย"

ชาติกล้าพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "เปล่าครับ... แค่คิดอะไรเพลินๆ"

รณชัยมองชาติกล้าด้วยสายตาประเมิน "แน่ใจนะ? เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณศิรา... ผมได้ยินข่าวมาบ้าง"

ชาติกล้าสะดุ้งเล็กน้อย ‍แต่ก็พยักหน้า "ครับ... ผมก็เป็นห่วงเธอเหมือนกัน"

"ผมเข้าใจ... แต่ตอนนี้ เรามีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องจัดการ" รณชัยลดเสียงลง พูดอย่างจริงจัง "ข้อมูลที่เราได้มาล่าสุด... ​มันน่าตกใจมาก"

ชาติกล้าเงยหน้าขึ้นมองอย่างตั้งใจ "เกี่ยวกับอะไรครับ?"

"เกี่ยวกับ... 'อักษรโบราณ' ที่ถูกกล่าวถึงในตำนานนั่นแหละ" รณชัยเหลือบมองซ้ายขวาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "เราพบร่องรอยของสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับอักษรโบราณนั้น... อยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ​นี่เอง"

ชาติกล้าเบิกตากว้าง "สถานที่ไหนครับ?"

"เป็นโบราณสถานเก่าแก่... ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา" รณชัยตอบ "แต่ที่น่าขนลุกคือ... ร่องรอยเหล่านั้นไม่ได้ปรากฏอยู่บนกำแพงหรือวัตถุโบราณตามปกติ... แต่มันปรากฏขึ้น... ในลักษณะที่ผิดธรรมชาติ"

"ผิดธรรมชาติ... ​หมายความว่ายังไงครับ?"

"เหมือน... ถูกเขียนขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ด้วยเลือด" รณชัยกล่าว เสียงของเขาเย็นเยียบ "และ... เราพบหลักฐานบางอย่างที่ชี้ว่า... พลังงานบางอย่างกำลังถูกปลุกขึ้นมา"

หัวใจของชาติกล้าเต้นระรัว ข้อมูลของรณชัยสอดคล้องกับสิ่งที่เขาสัมผัสได้ ความรู้สึกไม่สบายใจ ความมืดมนที่แผ่ซ่าน... ทั้งหมดนี้กำลังจะกลายเป็นจริง

"เราต้องไปดูที่นั่น... เดี๋ยวนี้" ชาติกล้าตัดสินใจทันที

รณชัยพยักหน้าเห็นด้วย "ผมเตรียมทีมไว้แล้ว... แต่ผมอยากให้คุณไปด้วย... ชาติกล้า"

"ทำไมครับ?"

"เพราะผมเชื่อว่า... คุณคือคนที่จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุด... และอาจจะเป็นคนเดียวที่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้" รณชัยมองชาติกล้าด้วยความหวัง

รถยนต์ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษเคลื่อนตัวไปตามถนนที่เงียบสงัดลงกว่าเดิม เมื่อเข้าสู่ย่านเมืองเก่า บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตึกรามบ้านช่องโบราณตั้งเรียงราย สองข้างทางมีร้านรวงเล็กๆ ที่ขายของที่ระลึกและอาหารพื้นเมือง แสงไฟสลัวๆ ส่องให้เห็นลวดลายแกะสลักที่ซับซ้อนบนอาคารเก่าแก่ ยิ่งขับเน้นความขลังและความลึกลับของสถานที่แห่งนี้

พวกเขามาถึงปากทางเข้าโบราณสถานแห่งหนึ่งที่ถูกซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ หน้าอาคารมีป้ายไม้เก่าๆ สลักอักษรไทยโบราณที่แทบจะเลือนหายไปตามกาลเวลา ชาติกล้าก้าวลงจากรถ สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากภายใน ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้กำลังสูบเอาความอบอุ่นจากโลกภายนอกเข้าไป

"ที่นี่คือ... วัดร้าง... ที่ไม่เคยมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ใดกล่าวถึงมาก่อน" รณชัยกระซิบ "มันถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา... เมื่อมีการขุดเจาะเพื่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน"

ชาติกล้ากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณที่ดูรกเรื้อด้วยต้นไม้ใหญ่และเถาวัลย์ที่เลื้อยพันไปทั่ว กำแพงอิฐสีแดงก่ำที่ผุพังเกือบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ประตูไม้บานใหญ่ที่บิดเบี้ยวราวกับถูกกาลเวลาบีบคั้น

"แล้ว... รอยเลือดอยู่ตรงไหนครับ?" ชาติกล้าถาม

"ตามมาทางนี้" รณชัยผายมือไปยังทางเดินเล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าไปในความมืด

พวกเขาก้าวเข้าไปในเขตของโบราณสถานอย่างระมัดระวัง ไฟฉายจากเจ้าหน้าที่ส่องสว่างเป็นทางยาว ทำให้เห็นโครงสร้างของอาคารที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เป็นอุโบสถหลังเล็กที่หลังคาพังทลายลงไปบางส่วน เผยให้เห็นท้องฟ้าสีดำทะมึนที่ประดับด้วยดวงดาวเพียงไม่กี่ดวง

บรรยากาศภายในยิ่งหนาวเย็นกว่าข้างนอกอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอับชื้นของความเก่าแก่ปะปนกับกลิ่นคาวจางๆ ที่ทำให้ชาติกล้าขนลุกซู่

"ตรงนี้แหละ" รณชัยชี้ไปยังพื้นหินอ่อนสีดำที่ดูเหมือนจะถูกขัดจนเงา แม้จะเต็มไปด้วยคราบฝุ่นและใบไม้แห้ง แต่เมื่อแสงไฟฉายสาดลงไป ก็เห็นเป็นรอยเปื้อนสีแดงเข้มที่กระจายอยู่เป็นวงกว้าง

ชาติกล้าเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงสำรวจอย่างพิจารณา รอยเปื้อนเหล่านั้น... มันไม่ใช่แค่รอยเลอะธรรมดา แต่มันมีลักษณะเป็นเส้น เป็นหยด เป็นรอยลากยาว ราวกับว่ามีใครบางคน... หรือบางสิ่งบางอย่าง... ได้ถูกลากไปบนพื้นหินนี้

"นี่มัน... เลือดจริงๆ" ชาติกล้าเอ่ยเสียงเครือ

"ไม่ใช่แค่เลือด... แต่เป็นเลือดที่ยังคงมีความร้อนอยู่" เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์คนหนึ่งกล่าวพลางสวมถุงมือและใช้เครื่องมือบางอย่างวัดอุณหภูมิ "แปลกมาก... เลือดสดๆ ควรจะแห้งไปแล้ว... แต่นี่... มันยังมีความอุ่นอยู่เลย"

ความอุ่นของเลือด... ชาติกล้าคิดถึงคำอธิบายของอักษรโบราณที่เล่าขานกันว่ามันสลักลงไปในจิตวิญญาณของผู้ที่ได้พบเห็น หรือแม้กระทั่ง... สลักลงไปบนเนื้อหนัง

"แล้ว... รอยอักษรโบราณล่ะครับ?" ชาติกล้าถาม

รณชัยเดินนำเขาไปยังผนังด้านในของอุโบสถ ผนังอิฐสีแดงก่ำที่เต็มไปด้วยรอยตะไคร่น้ำและวัชพืช แต่ตรงกลางผนัง... มีบางสิ่งปรากฏขึ้น

เป็นสัญลักษณ์... สีแดงฉาน ราวกับว่ามันถูกวาดขึ้นด้วยน้ำหมึกสีชาด หรือ... น้ำเลือดสดๆ ตัวอักษรเหล่านั้นมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่ดูแปลกตา ไม่เหมือนภาษาใดๆ ที่ชาติกล้าเคยเห็นมาก่อน มันมีความแข็งแกร่ง ทว่าแฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึงกลัว

"นี่คือ... อักษรโบราณที่ถูกค้นพบ" รณชัยกล่าว "นักโบราณคดีของเราพยายามถอดรหัสมาหลายวันแล้ว... แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า"

ชาติกล้าเดินเข้าไปใกล้ผนัง จ้องมองไปยังสัญลักษณ์เหล่านั้นด้วยสายตาที่แน่วแน่ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอักษรเหล่านี้ มันไม่ใช่พลังงานแห่งความดี... แต่มันคือพลังงานดิบ ความโกรธแค้น หรืออาจจะเป็น... ความกระหาย

เขายื่นมือออกไปสัมผัสผนังใกล้ๆ กับสัญลักษณ์เหล่านั้น พลัน! ภาพบางอย่างก็ฉายวาบเข้ามาในความคิดของเขา

ภาพของชายร่างกำยำ สวมชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าของเขาปกปิดด้วยหน้ากากที่ทำจากโลหะสีชาด ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความแค้น เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางกองเลือด และในมือของเขา... ถือดาบเล่มหนึ่งที่มีอักษรโบราณสลักอยู่

เสียงก้องสะท้อนดังขึ้นในหัวของชาติกล้า... เสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและอำนาจ

"พวกเจ้า... จะต้องชดใช้..."

ชาติกล้าสะดุ้งเฮือก ดึงมือกลับทันที ใบหน้าของเขาซีดเผือด

"เป็นอะไรไป?" รณชัยรีบถาม

"ผม... ผมเห็นบางอย่าง" ชาติกล้าพูดเสียงสั่น "เหมือน... ภาพในอดีต..."

"ภาพในอดีต?" รณชัยเลิกคิ้ว

"ใช่ครับ... เห็นชายคนหนึ่ง... สวมชุดเกราะ... แล้ว... แล้วเขาก็พูด..." ชาติกล้าพยายามเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้น

"พูดว่าอะไร?"

ชาติกล้าส่ายหน้า "จำไม่ได้ชัดเจน... แต่มันเป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยความโกรธ... และ... คำขู่"

"นี่อาจจะเป็น... การปลุกพลังงานบางอย่างขึ้นมาจริงๆ" รณชัยมองชาติกล้าอย่างจริงจัง "หรือ... ตัวอักษรพวกนี้... มันกำลังจะส่งสารอะไรบางอย่างถึงคุณ"

ชาติกล้ากวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง แสงไฟฉายส่องกระทบกับมุมต่างๆ ของโบราณสถาน เผยให้เห็นความวิจิตรของสถาปัตยกรรมที่ถูกทอดทิ้ง แต่กลับแฝงไว้ด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น

"แล้ว... คุณศิรา... เธอเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไงครับ?" ชาติกล้าถามขึ้นมาอีกครั้ง คำถามที่อยู่ในใจเขามาตลอด

รณชัยถอนหายใจ "นั่นคือสิ่งที่พวกเรากำลังหาคำตอบอยู่... ข้อมูลที่เราได้มา... มันชี้ว่า... มีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ 'ผู้พิทักษ์' ในอดีต... และ... คุณศิรา... มีความเชื่อมโยงบางอย่างกับสถานที่แห่งนี้... และ... อักษรโบราณนี้"

"เชื่อมโยงยังไง?"

"เราไม่รู้... แต่... ตอนที่เธอหายตัวไป... เธอได้ทิ้งบางอย่างไว้... ที่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญ" รณชัยกล่าว "มันเป็น... ชิ้นส่วนของวัตถุโบราณ... ที่มีสัญลักษณ์เดียวกันกับที่อยู่บนผนังนี่"

ชาติกล้าใจหายวูบ ชิ้นส่วนวัตถุโบราณ... สัญลักษณ์เดียวกัน... ทั้งหมดมันเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างน่าสะพรึงกลัว

"แล้ว... ชิ้นส่วนนั้นอยู่ที่ไหนครับ?"

"อยู่ที่... ห้องนิรภัยของสถาบัน... แต่... ตอนนี้... มันไม่อยู่แล้ว" รณชัยตอบ "เราพบว่า... มันถูกขโมยไป... เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา"

ชาติกล้าอึ้ง เขาแทบจะยืนไม่อยู่ ความรู้สึกเสียใจต่อศิรา ความกังวลต่อสถานการณ์ปัจจุบัน และความลึกลับที่กำลังถาโถมเข้ามา มันหนักอึ้งจนแทบจะทนไม่ไหว

"ใคร... ใครเป็นคนขโมยไป?" ชาติกล้าถามเสียงแหบพร่า

"นั่นแหละ... คือสิ่งที่เรากำลังตามหา" รณชัยมองไปที่ผนังที่มีอักษรโบราณ "และผมเชื่อว่า... คนที่ขโมยชิ้นส่วนนั้นไป... คือคนที่กำลังจะปลุก 'มังกร' ให้ตื่นขึ้น... ที่นี่"

คำว่า 'มังกร' ดังขึ้นในโสตประสาทของชาติกล้า สมกับชื่อเรื่องที่เขาตั้งไว้ในใจ 'สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ' นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่จริงๆ

ชาติกล้าจ้องมองไปยังสัญลักษณ์สีชาดบนผนังอีกครั้ง เขาจำได้ว่าเมื่อครู่ ภาพที่เห็นในความคิดของเขา มีดาบเล่มหนึ่งที่มีอักษรโบราณสลักอยู่

"ดาบเล่มนั้น... มันมีอักษรโบราณสลักอยู่" ชาติกล้าพูดขึ้นมา "ผมเห็นมัน... ในภาพนิมิต"

รณชัยหันมามองชาติกล้าด้วยความสนใจ "ดาบ? คุณแน่ใจนะ?"

"แน่ใจครับ" ชาติกล้าพยักหน้า "และ... ผมรู้สึกว่า... ดาบเล่มนั้น... อาจจะเป็นกุญแจสำคัญ... ในการไขความลับของอักษรโบราณนี้... หรือ... แม้กระทั่ง... การหยุดยั้งพลังงานบางอย่าง"

"น่าสนใจ... แต่... เราจะหาดาบเล่มนั้นได้อย่างไร?" รณชัยถาม

ชาติกล้าเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่พังทลาย เผยให้เห็นท้องฟ้าอันมืดมิด มีเพียงแสงดาวริบหรี่ เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะ ภาพของชายสวมชุดเกราะสีดำก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นในหัว

"เมื่อแสง... ส่องไปยัง...'ที่ซ่อน'..."

"ที่ซ่อน..." ชาติกล้าพึมพำ "ผมคิดว่า... ผมรู้แล้วว่า... เราควรจะไปที่ไหนต่อ"

รณชัยมองชาติกล้าอย่างคาดหวัง "คุณแน่ใจนะ?"

"ผมแน่ใจครับ... แต่... มันอาจจะเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุด... ในกรุงเทพฯ แห่งนี้" ชาติกล้ากล่าว สายตาจับจ้องไปยังความมืดที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า

ความลับอันดำมืด ณ หัวใจเมืองหลวง กำลังจะเปิดเผย... และการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตราย กำลังจะเริ่มต้นขึ้น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!