โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 992 คำ
ละอองหมอกบางเบาที่โรยปรายลงมายามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร มิได้ช่วยคลายความอึดอัดที่กัดกินหัวใจของชาติกล้าได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่สาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้นจากการโปรยปรายของสายฝนยามเย็น ดูราวกับจะเย้ยหยันความมืดมนที่ปกคลุมอนาคตของเขา เขาจ้องมองไปยังร่างของ “สุบรรณ” ชายลึกลับผู้ครอบครองพลังวิเศษอันน่าสะพรึงกลัว ที่บัดนี้กำลังยืนนิ่งสงบดุจรูปสลัก ทว่าแววตาคมกล้าที่ทอประกายในความมืดนั้น บ่งบอกถึงพายุที่กำลังก่อตัวภายใน
“เจ้าคิดว่าเพียงเท่านี้จะหยุดข้าได้หรือ?” เสียงของสุบรรณดังขึ้น เย็นเยียบจนขนลุก เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นมา นิ้วเรียวยาวทั้งห้าชี้ตรงไปยังเบื้องบน ท้องฟ้าที่เคยมีเพียงหมู่เมฆหมอกบัดนี้เริ่มมีประกายสายฟ้าสีครามแลบแปลบปลาบอย่างบ้าคลั่ง
ชาติกล้ากัดฟันแน่น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่กำลังประทุขึ้นจากร่างของสุบรรณ มันไม่ใช่พลังธรรมดา มันคือพลังที่บิดเบือนกฎแห่งธรรมชาติ ผสานเข้ากับศาสตร์โบราณที่เขาเคยได้ยินเพียงในตำนาน “แกนพลังใจ” ของสุบรรณกำลังปลดปล่อยอานุภาพออกมาอย่างเต็มที่
“ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่าพลังของเจ้ายังอ่อนหัดนัก” สุบรรณหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นกึกก้องไปทั่วลานวัดร้าง สลับกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่น “การต่อสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปะทะกำลัง แต่มันคือการปะทะกันแห่งเจตจำนง!”
ทันใดนั้น ลมพายุอันรุนแรงก็ปะทุขึ้นจากร่างของสุบรรณ มันไม่ใช่ลมธรรมดา แต่เป็นกระแสลมที่หมุนวนราวกับกำลังจะสูบเอาทุกสรรพสิ่งเข้าไป ดวงตาของชาติกล้าเบิกกว้าง เขาแทบจะยืนไม่อยู่ แรงลมนั้นรุนแรงจนต้นไม้รอบกายสั่นสะเทือน กิ่งก้านใบไม้ปลิวว่อนราวกับจะฉีกขาด
“นี่คือ… ‘วายุพิโรธ’!” สุบรรณตะโกนเสียงดัง พลังแห่งสายลมนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นพัดเข้าใส่ชาติกล้าอย่างไม่ปรานี
ชาติกล้าตั้งสติ พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขาหลับตาลง สัมผัสถึง “แกนพลังใจ” ของตนเองที่กำลังเต้นแรง ความคิดถึงใบหน้าของ “อรุณรัศมี” และ “ท่านอาจารย์” แวบเข้ามาในห้วงคำนึง มันเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงเขามาตลอด
“ข้าไม่ยอมแพ้!” เขาตะโกนกลับไปพลางยื่นมือออกไปเบื้องหน้า กรงเล็บเหล็กที่ติดอยู่ที่แขนขวาเปล่งประกายสีเงินแวววาว
“งั้นก็จงรับไป!” สุบรรณตะโกนก้อง พายุลมที่รุนแรงยิ่งทวีความโหดร้ายขึ้น มันไม่ได้พัดมาเป็นทิศทางเดียวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นม่านลมหมุนวนที่พยายามฉีกกระชากเขาออกจากพื้นดิน
ชาติกล้ากางแขนออกอย่างสุดกำลัง พยายามต้านทานแรงลมที่ถาโถมเข้ามา เขาใช้ “อาคมศิลาจารึก” ที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ พยายามสร้างเกราะป้องกันกายจากพลังลมอันบ้าคลั่ง
“ฟึ่บ! ฟึ่บ!” เสียงลมหวีดหวิวประทะเข้ากับเกราะป้องกันของชาติกล้าอย่างไม่หยุดหย่อน เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียด
“เจ้ายังเด็กนัก! พลังของเจ้ายังไม่ถึงขั้นที่จะต้านทาน ‘มหาเวทย์วายุพิโรธ’ ได้!” สุบรรณเย้ยหยัน
ชาติกล้ากัดฟัน เขาเห็นว่าการยืนหยัดต้านทานตรงๆ นั้นไม่เป็นผล เขาต้องหาทางโต้กลับ
“ข้าไม่จำเป็นต้องต้านทาน! ข้าจะใช้มัน!” ชาติกล้าคิดในใจ
พลันนั้นเอง ดวงตาของชาติกล้าก็พลันเบิกกว้างขึ้น เขาพบช่องโหว่! พายุลมของสุบรรณนั้นรุนแรงจริง แต่ก็มีจุดศูนย์กลางที่ชัดเจน หากเขาสามารถเจาะทะลวงจุดศูนย์กลางนั้นได้…
“อ๊ากกก!” ชาติกล้ารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย เขาพุ่งตัวเข้าหาจุดศูนย์กลางของพายุลมอย่างไม่คิดชีวิต
“โง่เขลา! เจ้าคิดจะเข้าไปในปากพยัคฆ์หรือไง!” สุบรรณหัวเราะเยาะ
แต่ชาติกล้าไม่ได้ตอบ เขาใช้กรงเล็บเหล็กแทงตรงไปยังจุดศูนย์กลางนั้น พลังที่สะสมมาทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมา
“ครืนนนนน!” เสียงสายฟ้าฟาดลงมาที่เบื้องบนอย่างจัง ราวกับจะตอบรับการกระทำของชาติกล้า
“ตูมมมม!” พายุลมที่รุนแรงพลันสั่นคลอน มันไม่สามารถคงรูปอยู่ได้อีกต่อไป
สุบรรณเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยคาดคิดว่าชาติกล้าจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ “เป็นไปไม่ได้!”
ชาติกล้าใช้จังหวะนั้น พุ่งตัวเข้าไปใกล้สุบรรณมากขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วของเขาเหนือกว่าสายลมที่กำลังสลายตัว
“นี่ไง! จังหวะของข้า!” ชาติกล้าตะโกนเสียงดัง
“ฉึก!” กรงเล็บเหล็กของเขาฟาดเข้าใส่ร่างของสุบรรณอย่างจัง!
“อ้ากกก!” สุบรรณร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่แผ่นอก
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีใครทำร้ายข้าได้!” สุบรรณตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าใจเจ้ายังแข็งแกร่งพอ!” ชาติกล้าตอบกลับอย่างไม่ลดละ
สุบรรณสะบัดมืออย่างแรง พลังงานดำมืดปะทุขึ้นจากร่างของเขา มันไม่ใช่พลังที่เกิดจากธรรมชาติอีกต่อไป แต่มันคือพลังที่เกิดจากความเกลียดชังและความสิ้นหวัง
“เจ้าจะเสียใจที่ทำกับข้าแบบนี้!” สุบรรณตะโกนเสียงดัง
ชาติกล้ารู้สึกถึงความผิดปกติ เขาสัมผัสได้ว่าพลังของสุบรรณกำลังเปลี่ยนไป มันกำลังกลายเป็นสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
“นี่คือ… ‘เงามายาสังหาร’!” สุบรรณประกาศก้อง
ทันใดนั้น ร่างของสุบรรณก็พลันเลือนราง หายไปในความมืด เหลือเพียงเงาที่กำลังบิดเบี้ยวราวกับถูกยืดออกไป
“เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก!” ชาติกล้าประกาศก้อง เขาใช้ “ดวงตาแห่งพญาอินทรี” พยายามจับภาพเคลื่อนไหวของสุบรรณ
“ฮ่าๆๆ! เจ้าจะหาข้าเจอได้อย่างไร! ข้าคือทุกที่! ข้าคือความมืด!” เสียงของสุบรรณดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง
ชาติกล้าหันซ้ายหันขวา พยายามจับทิศทาง เขาเห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปมา ราวกับเป็นลมหายใจของความตาย
“ระวังตัวให้ดี!” เสียงของอรุณรัศมีดังขึ้นจากเบื้องบน
ชาติกล้าเงยหน้าขึ้นไปมอง เขาสะดุ้งเฮือก! อรุณรัศมีกำลังยืนอยู่บนยอดปรางค์ทองของวัดโบราณแห่งนี้! ใบหน้าของเธอซีดเผือด ทว่าดวงตาฉายแววแน่วแน่
“เจ้านั่นแหละที่ต้องระวัง!” ชาติกล้าตะโกนตอบ
“ข้าจะจัดการมันเอง!” อรุณรัศมียื่นมือออกไปเบื้องบน และทันใดนั้น…
“วูบบบบ!” แสงสีทองสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากมือของเธอ!
“นี่คือ… ‘แสงสุรีย์อรุณ’!”
ชาติกล้ารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามา มันไม่ใช่ความอบอุ่นธรรมดา แต่เป็นพลังที่ขับไล่ความมืดมิดทั้งปวง
“ใช่แล้ว! นี่คือสิ่งที่เจ้ากลัว!” อรุณรัศมีตะโกนเสียงดัง
แสงสีทองนั้นสาดส่องลงมายังพื้นดิน ทำให้เงาของสุบรรณที่เคยเคลื่อนไหวอย่างอิสระ บัดนี้เริ่มหดเล็กลงราวกับโดนเผาไหม้
“อ๊ากกก! แสงบ้าอะไรนี่!” สุบรรณร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามหลบหนีแสงนั้น แต่ไม่ว่าจะไปที่ใด แสงนั้นก็ตามไปติดๆ
ชาติกล้ามองดูภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่เคยเห็นพลังของอรุณรัศมีชัดเจนเช่นนี้มาก่อน แสงแห่งอรุณนั้นช่างเจิดจรัส และทรงพลังยิ่งนัก
“รีบจัดการมันเสียก่อนที่มันจะรวมตัวใหม่ได้!” อรุณรัศมีตะโกนสั่ง
ชาติกล้าไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าหาเงาของสุบรรณที่กำลังอ่อนแรงลงไปทุกขณะ
“ครั้งนี้… เจ้าจะหนีไม่พ้น!” ชาติกล้าคำราม
เขากระโดดขึ้นไปบนยอดปรางค์ทอง ยืนเคียงข้างอรุณรัศมี
“เรามาจบเรื่องนี้กัน!” ชาติกล้ากล่าว
“ได้เลย!” อรุณรัศมีตอบรับ
ทั้งสองประสานพลังกัน แสงสีทองจากอรุณรัศมี และพลังแห่งกรงเล็บเหล็กจากชาติกล้า รุมโจมตีไปยังเงาของสุบรรณที่กำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ
“ตูมมมม!” เสียงระเบิดอันดังสนั่นก้องไปทั่วกรุงเทพมหานคร แสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ
เมื่อแสงสว่างค่อยๆ จางหายไป ชาติกล้าและอรุณรัศมีก็มองลงไปเบื้องล่าง
เงาของสุบรรณได้หายไปแล้ว… เหลือเพียงเศษฝุ่นละอองที่ค่อยๆ ล่องลอยไปตามลม
“สำเร็จแล้ว…หรือ?” ชาติกล้าถามอย่างไม่แน่ใจ
“ยัง… ข้ายังรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ยังหลงเหลืออยู่” อรุณรัศมีตอบ ใบหน้าของเธอยังคงเคร่งเครียด
“นั่นหมายความว่า…?” ชาติกล้าเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
ทันใดนั้นเอง สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น!
จากใจกลางของเศษฝุ่นละอองเหล่านั้น… พลังงานสีดำทะมึนก็พลันปะทุขึ้นอีกครั้ง! แต่มันไม่ใช่พลังของสุบรรณอีกต่อไป… มันคือพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า น่ากลัวกว่า และโบราณยิ่งกว่า!
“ครืนนนนน!” เสียงคำรามอันดุดันดังมาจากเบื้องบน!
ชาติกล้าและอรุณรัศมีเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความตกตะลึง…
บนยอดปรางค์ทองที่สูงที่สุดของวัดโบราณแห่งนี้… บัดนี้ได้ปรากฏ…
“มังกร…” อรุณรัศมีเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“มันไม่ใช่แค่… มังกร…” ชาติกล้ากล่าวด้วยเสียงอันแผ่วเบา…
เบื้องหน้าของพวกเขา… คืออสุรกายในตำนาน… ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด…
“สยบ… มังกร…”
ชาติกล้าเพิ่งจะตระหนักว่า… การต่อสู้ที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น…

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก