สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

ตอนที่ 23 — สวนลับใต้อุโมงค์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 966 คำ

ละอองหมอกบางเบาที่โรยปรายลงมายามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร มิได้ช่วยคลายความอึดอัดที่กัดกินหัวใจของชาติกล้าได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่สาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้นจากการโปรยปรายของสายฝนยามพลบค่ำ ยิ่งขับเน้นความรู้สึกโดดเดี่ยวให้รุนแรงขึ้นไปอีก ทุกย่างก้าวของเขาที่ย่ำไปบนทางเท้าที่ว่างเปล่า ราวกับจะก้องสะท้อนความหนักอึ้งในอก เขาได้แต่พร่ำเพ้อถึงภาพของ “มังกรเพลิง” ‌ที่กำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของ “อัคคี” ภาพที่ติดตาตรึงใจจนยากจะลบล้าง

“อัคคี…แกอยู่ที่ไหน” เสียงแหบพร่าหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของชาติกล้า เขาหยุดยืนนิ่งอยู่ใต้เสาไฟฟ้าสูง สูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ภายใน “บอกข้าสิว่านี่ไม่ใช่ความจริง”

ความเงียบเข้าปกคลุม ​มีเพียงเสียงของรถยนต์ที่แล่นผ่านไปมาเป็นระยะๆ บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะโหดร้ายและเยียบเย็นขึ้นทุกขณะ ยิ่งกว่าความหนาวเย็นของลมยามดึก ชาติกล้ากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขายังคงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง ว่าอัคคียังมีชีวิตอยู่ ต้องมีสักหนทางที่เขาจะสามารถตามหาเพื่อนรักที่หายไปได้

“ต้องมีทาง…ต้องมีทางสิ” เขาพึมพำกับตัวเอง ‍ก่อนจะหันหลังกลับและเดินต่อไปอย่างมุ่งมั่น แต่ทิศทางที่เขาเลือกเดินนั้น มิได้นำพาเขาไปยังที่คุ้นเคย หากแต่เป็นตรอกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างตึกสูงสองหลัง เป็นตรอกที่ปกติแล้วแทบจะไม่มีใครย่างกรายเข้าไป

เมื่อก้าวเข้าสู่ตรอก บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แสงไฟนีออนจากถนนหลักไม่สามารถสาดส่องเข้ามาถึง ‌ความมืดมิดปกคลุมทุกอณู มีเพียงแสงสลัวๆ จากหลอดไฟที่ผุพังตามฝาผนังเท่านั้นที่พอจะให้เห็นรางๆ ชาติกล้าเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยที่คดเคี้ยว กลิ่นอับชื้นและกลิ่นของสิ่งปฏิกูลลอยคละคลุ้ง แต่เขาก็หาได้ใส่ใจไม่ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ พยายามจับสัญญาณบางอย่าง

ทันใดนั้นเอง ‍สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับรอยขีดข่วนบางอย่างบนผนังอิฐเก่า รอยเหล่านี้ดูแปลกตา ไม่เหมือนรอยขีดข่วนทั่วไป มันมีลักษณะคล้ายกับ…เกล็ด? ชาติกล้าขยับเข้าไปใกล้ รอยขีดข่วนนั้นมีขนาดไล่เลี่ยกันหลายรอย เรียงเป็นแถวแนวนอน บ่งบอกถึงร่องรอยการเสียดสีที่เกิดขึ้นซ้ำๆ

“นี่มัน…” ​เขาเอ่ยพึมพำ พลางลูบปลายนิ้วไปตามรอยเหล่านั้น “เหมือนเกล็ดของอะไรบางอย่าง…ที่ใหญ่มาก”

ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ชาติกล้าเดินสำรวจผนังต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาพบกับช่องลมเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา ปกติแล้วช่องลมเหล่านี้มักจะถูกปิดทึบด้วยตะแกรงเหล็ก แต่ช่องลมนี้กลับมีตะแกรงที่บิดเบี้ยวจนเปิดออก ​เผยให้เห็นความมืดมิดที่อยู่ภายใน

“นี่ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่” ชาติกล้าตัดสินใจ เขาย่อตัวลงและสอดสายตาเข้าไปในช่องลมนั้น จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงแผ่วเบา…เสียงเหมือนน้ำไหล?

เขารู้สึกถึงกระแสลมเย็นที่พัดออกมาจากภายในช่องลมนั้น บ่งบอกว่าภายในต้องมีความโปร่งโล่งอยู่ เขาจึงไม่ลังเลที่จะใช้กำลังทั้งหมดที่มี พุ่งเข้ากระแทกตะแกรงเหล็กอย่างแรง เสียงดังโครม! ​ตะแกรงเหล็กที่ผุพังก็หลุดออกมาทันที

เมื่อตะแกรงหลุดออก ชาติกล้าก็รีบมุดเข้าไปในช่องลมนั้นทันที เขาคลานไปตามทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและความอับชื้น ผนังด้านข้างเป็นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหน แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า เขามาถูกทางแล้ว

หลังจากคลานไปได้ไม่นาน ทางเดินก็เริ่มกว้างขึ้น และเขาก็ได้ยินเสียงน้ำไหลที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟสีสลัวๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นจากเบื้องหน้า บ่งบอกว่าเขาใกล้จะถึงปลายทางแล้ว

เมื่อชาติกล้าคลานออกมาจากอุโมงค์แคบๆ สู่พื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น เขาก็ต้องตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า

เบื้องหน้าของเขาคือสวนลับใต้ดิน!

แสงไฟสีขาวนวลส่องสว่างทั่วบริเวณ ทำให้มองเห็นพรรณไม้นานาชนิดที่เติบโตขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ แมกไม้สีเขียวสด ใบไม้ที่พลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดเข้ามาจากช่องลมขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านบน ท่ามกลางความเขียวขจีนั้น มีสายน้ำตกที่ไหลรินลงมาจากโขดหินจำลอง สร้างเสียงอันไพเราะราวกับเสียงดนตรีธรรมชาติ

และที่สำคัญที่สุด…กลางสวนแห่งนี้ มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่สระหนึ่ง ผิวน้ำใสสะอาดสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ แต่สิ่งที่ทำให้ชาติกล้าใจหายวาบ ไม่ใช่ความงามของสระน้ำ หากแต่เป็นสิ่งที่เขาเห็นอยู่ใต้น้ำนั้น

“อัคคี!”

ร่างของอัคคีที่ลอยคว้างอยู่ใต้น้ำ ผิวซีดเผือด ดวงตาที่เคยเปล่งประกาย บัดนี้กลับปิดสนิทราวกับไร้ชีวิต ชาติกล้าแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง หัวใจของเขาราวกับจะหยุดเต้น เขาพุ่งเข้าไปที่ริมสระน้ำทันที

“อัคคี!” เขาตะโกนเสียงดัง พลางเอื้อมมือจะคว้าตัวเพื่อนรัก แต่แล้ว…

“อย่าเพิ่ง!” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลังของชาติกล้า

ชาติกล้าหันกลับไปมองอย่างตกใจ พบชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่ เขาแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีเข้ม ดวงตาของเขาฉายแววสงบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความรู้ที่ยากจะหยั่งถึง

“ท่านเป็นใคร?” ชาติกล้าถามด้วยความระแวง

“ข้าคือผู้ดูแลสวนแห่งนี้” ชายชราตอบ “และข้าคือคนที่นำพาอัคคีมาที่นี่”

ชาติกล้าอึ้งไปเล็กน้อย “ท่าน…ท่านช่วยอัคคีไว้? แล้วทำไมเขาถึง…?”

“ใจเย็นก่อน บุตรแห่งวายุ” ชายชรากล่าว “อัคคีมิได้เป็นอันตรายถึงชีวิต เขาเพียงแต่กำลังพักผ่อน…และฟื้นฟูพลัง”

“ฟื้นฟูพลัง?” ชาติกล้ายังคงไม่เข้าใจ “แต่ข้าเห็นเขา…เขาดูเหมือน…”

“เขาเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา” ชายชราอธิบาย “พลังของเขาถูกใช้ไปจนหมดสิ้น และร่างของเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส หากมิใช่ข้าที่มาพบเขาเสียก่อน บางที…เขาอาจจะมิอาจฟื้นคืนกลับมาได้อีก”

ชาติกล้าค่อยๆ เข้าใจ ชายชราคนนี้คือผู้ที่ช่วยเหลืออัคคี! เขาค่อยๆ ลดความระแวงลง แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ “แล้วทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่? ทำไมไม่พาเขาไปโรงพยาบาล?”

“ที่นี่คือที่เดียวที่จะช่วยรักษาเขาได้อย่างแท้จริง” ชายชรากล่าว “ที่นี่คือ ‘สวนพฤกษามรณะ’ อันเป็นที่ซ่อนเร้นแห่งพลังโบราณ ที่สามารถเยียวยาทุกสรรพสิ่ง แม้กระทั่งบาดแผลที่เกิดจาก ‘มังกรเพลิง’”

ชาติกล้าอึ้งไปอีกครั้ง “สวนพฤกษามรณะ? พลังโบราณ? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”

“เมื่อถึงเวลาอันควร เจ้าจะได้รับคำตอบทั้งหมด” ชายชรากล่าว “แต่ตอนนี้ สิ่งที่เจ้าควรทำคือ เชื่อใจข้า และเชื่อมั่นว่าอัคคีจะฟื้นคืนกลับมาแข็งแรงกว่าเดิม”

ชายชราเดินเข้าไปใกล้สระน้ำ มองลงไปยังร่างของอัคคีด้วยความเมตตา “การต่อสู้ครั้งนี้ มิใช่เพียงการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เป็นการเปิดประตูสู่การเดินทางครั้งใหม่ การเดินทางที่จะนำพาทั้งเจ้าและอัคคีไปสู่จุดสูงสุดของพลังที่พวกเจ้ามี”

ชาติกล้ายังคงยืนนิ่งอยู่ริมสระน้ำ จ้องมองร่างของเพื่อนรักที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้น้ำ แต่ความรู้สึกกังวลก็เริ่มคลายลง แทนที่ด้วยความหวังระคนความสงสัย ชายชราผู้นี้ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวบางอย่างที่เขาไม่รู้

“แต่ก่อนที่ข้าจะรักษาเขาเสร็จ” ชายชราหันมามองชาติกล้า “ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า…บุตรแห่งวายุ”

“ความช่วยเหลืออะไร?” ชาติกล้าถาม

“เจ้าต้องไปนำ ‘แก่นแท้แห่งวารี’ มาให้ข้า” ชายชรากล่าว “มันคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาอัคคี และมันก็ถูกซ่อนอยู่ที่ ‘อาณาจักรบาดาล’ อันเป็นดินแดนที่อยู่เบื้องล่างของมหานครแห่งนี้”

ชาติกล้าเบิกตากว้าง “อาณาจักรบาดาล? ข้าจะไปที่นั่นได้อย่างไร?”

“เส้นทางนั้น…ถูกซ่อนเร้นอยู่เช่นกัน” ชายชราตอบ “แต่ข้าจะบอกเจ้าถึงวิธี…เจ้าจะต้องค้นหามันให้พบ”

ชาติกล้าพยักหน้าอย่างหนักแน่น แม้จะยังรู้สึกสับสน แต่เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยอัคคี

“บอกข้ามาเถิด ท่านผู้ดูแล” ชาติกล้าเอ่ย “ข้าพร้อมแล้ว”

ชายชราแย้มยิ้มเล็กน้อย “ดีมาก…การเดินทางของเจ้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง…และการเดินทางครั้งนี้…จะพาเจ้าดำดิ่งสู่ความลับที่ซ่อนเร้นของกรุงเทพมหานคร…สู่ดินแดนที่แม้แต่แสงตะวันก็ไม่อาจส่องไปถึง”

ชาติกล้ามองไปยังสระน้ำที่ร่างของอัคคีกำลังลอยอยู่ รู้สึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่กำลังตกอยู่บนบ่าของเขาอีกครั้ง เขาจะต้องลงไปใต้มหานคร เพื่อตามหา “แก่นแท้แห่งวารี” อันเป็นความหวังสุดท้ายในการช่วยชีวิตเพื่อนรัก…

แต่การเดินทางสู่ “อาณาจักรบาดาล” นั้น จะเต็มไปด้วยอันตรายและความท้าทายอะไรบ้าง? และ “มังกรเพลิง” ตัวจริงนั้น แท้จริงแล้วคือใคร? ชาติกล้าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรอีกบ้างในดินแดนที่ซ่อนเร้นแห่งนี้?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!