ละอองหมอกบางเบาที่โรยปรายลงมายามราตรีแห่งกรุงเทพมหานคร มิได้ช่วยคลายความอึดอัดที่กัดกินหัวใจของชาติกล้าได้เลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนหลากสีสันที่สาดส่องสะท้อนบนพื้นถนนที่ยังคงเปียกชื้นจากการโปรยปรายของสายฝนเมื่อช่วงหัวค่ำ ยิ่งขับเน้นบรรยากาศของเมืองที่หลับใหลแต่ไม่เคยหยุดนิ่ง ชาติกล้าก้าวเดินไปตามทางเท้าอันคุ้นเคย สองเท้าหนักอึ้งราวกับถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนแห่งความกังวล เขาเพิ่งกลับมาจากย่านเมืองเก่า หลังจากเผชิญหน้ากับเบาะแสที่นำพาเขาไปสู่กลุ่มผู้ลอบค้าโบราณวัตถุที่เชื่อมโยงกับอดีตอันดำมืดของตระกูล ‘มังกรดำ’
ใบหน้าคมคายภายใต้แสงไฟสลัวฉายแววครุ่นคิด รอยแผลเป็นที่ยังคงทิ้งร่องรอยจางๆ บนขมับซ้ายเต้นตุบตามจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นทุกขณะ ข้อมูลที่ได้มานั้นเปราะบาง แต่ก็เพียงพอที่จะจุดประกายความหวังอันริบหรี่ว่าเขาอาจกำลังเข้าใกล้ความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปอย่างลึกลับของบิดาและมารดามากขึ้นทุกที
“พวกมันยังคงเคลื่อนไหวอยู่… แม้จะซ่อนตัวได้แนบเนียนกว่าเดิม” ชาติกล้าพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบแห้งลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มแน่น
เขาหยุดยืนอยู่หน้าแผงขายผลไม้ที่ยังคงเปิดให้บริการยามดึก ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสเข็มกลัดรูปพญานาคที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ต เป็นเครื่องรางที่เขาได้รับจากหลวงตาบุญ มาเพื่อปกป้องคุ้มครอง แต่ในค่ำคืนนี้ เขากลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่คุกคาม ยิ่งกว่าสิ่งใด
“นายครับ… เอาผลไม้สักอย่างไหมครับ ดึกแล้วนะครับ” เสียงทักทายของชายวัยกลางคนเจ้าของแผงดึงสติของชาติกล้าให้กลับมา
“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่เดินผ่าน” ชาติกล้าตอบพลางฝืนยิ้มเล็กน้อย เขาไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติของตนเอง
ขณะที่กำลังจะก้าวต่อไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากด้านหลังก็ดังขึ้น ชาติกล้าชะงักเท้า ร่างกายเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทันที เขาหันขวับกลับไปมอง
เงาทมิฬสองร่างปรากฏขึ้นจากความมืด พวกมันเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังล่าเหยื่อ ชุดสีดำสนิทกลืนไปกับความมืดของค่ำคืน ทำให้ยากที่จะมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน แต่สังเกตได้ถึงแววตาที่เย็นชาและมุ่งร้าย
“นั่นมัน… พวกมัน!” ชาติกล้าอุทานในใจ เขาจำได้ถึงลักษณะของกลุ่มนักฆ่าที่เคยปรากฏตัวในตอนที่เขาไปสืบสวนที่โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา
“ดูเหมือน ‘ไอ้หนุ่มลูกมังกร’ จะกำลังมีปัญหา” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นจากเงาร่างหนึ่ง พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูเย็นยะเยือก
ชาติกล้ารู้ดีว่านี่ไม่ใช่การเผชิญหน้าแบบ ‘พูดคุย’ เขาไม่รอช้าที่จะตอบโต้
“ถ้าอยากได้อะไร บอกมาตรงๆ จะง่ายกว่า” ชาติกล้าว่าพลางตั้งท่าเตรียมพร้อม
“เราไม่ได้มาเพื่อ ‘พูดคุย’ เจ้าหนู” เงาร่างอีกตนเอ่ยเสริม ก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งเข้าใส่ชาติกล้าพร้อมกัน
การโจมตีของพวกมันรวดเร็วและแม่นยำ มีทั้งการฟันด้วยมีดสั้นที่วาววับใต้แสงไฟ และการเตะต่อยที่ทรงพลัง ชาติกล้าต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีในการหลบหลีกและปัดป้อง เขาใช้เสาไฟฟ้าข้างทางเป็นที่กำบังชั่วคราว พลางกวาดตามองหาช่องทางที่จะพลิกสถานการณ์
“พวกแกเป็นใคร? ใครส่งมา?” ชาติกล้าตะโกนถามขณะปัดป้องหมัดหนักๆ ของคู่ต่อสู้
“คำถามพวกนี้… ไม่จำเป็นต้องรู้”
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กลางทางเท้าที่เคยพลุกพล่านไปด้วยผู้คนยามกลางวัน บัดนี้กลายเป็นเวทีแห่งการต่อสู้ที่น่าหวาดผวา ชาติกล้าใช้ความคล่องแคล่วและความแข็งแกร่งเข้าต่อสู้ เขาเตะกวาดขาคู่ต่อสู้คนหนึ่งจนเสียหลัก ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ปลายคางของอีกคน แต่มันก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
“แข็งแรงดีนี่… แต่ยังไม่พอ”
เงาร่างทั้งสองกลับมาโจมตีอย่างไม่ลดละ พวกมันดูเหมือนจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี การเคลื่อนไหวเป็นไปในทิศทางที่ประสานกันอย่างลงตัว ชาติกล้ารู้สึกได้ว่าเขาเริ่มเสียเปรียบ เขาต้องคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว
ขณะนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรถจักรยานยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกล ชาติกล้าตัดสินใจใช้มันเป็นอุปกรณ์ในการหลบหนี
“ขอโทษด้วยนะครับท่านเจ้าของรถ!”
ชาติกล้าพุ่งตัวไปที่รถจักรยานยนต์ เขากระโดดขึ้นคร่อม และออกสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว
“จะหนีไปไหน!”
พวกมันตะโกนไล่หลัง และพยายามจะเข้ามาคว้าตัว แต่ชาติกล้าบิดคันเร่งสุดแรงเกิด เครื่องยนต์คำรามสนั่น และรถก็พุ่งทะยานออกไปทิ้งให้เงาทมิฬสองร่างยืนมองอย่างหัวเสีย
ชาติกล้าซิ่งรถไปตามถนนที่มืดมิด เขาเหลือบมองกระจกหลังเป็นระยะๆ เพื่อดูว่ามีใครตามมาหรือไม่ ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าสู่ย่านที่เต็มไปด้วยตึกแถวสูงและตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่คุ้นเคย
“เกือบไปแล้ว… พวกมันไม่ใช่กระจอกแน่ๆ”
ชาติกล้าลดความเร็วลงเล็กน้อยขณะเลี้ยวเข้าสู่ตรอกแคบๆ ที่ทอดตัวลัดเลาะไปตามอาคารเก่าแก่ เขาต้องการที่จะสลัดผู้ติดตามออกไปให้ได้เสียก่อน
“แต่ว่า… พวกมันรู้ได้อย่างไรว่าฉันอยู่ที่นี่?”
คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาตั้งแต่เผชิญหน้ากับพวกมัน เขาไม่เคยเปิดเผยแผนการหรือสถานที่ที่จะไปให้ใครรู้ นอกจากคนที่ไว้ใจได้จริงๆ
“หรือว่า… มีหนอนบ่อนไส้?”
ความคิดนี้ทำให้ชาติกล้าใจหายวาบ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่ใกล้ชิดอาจหักหลังเขา
เขาจอดรถจักรยานยนต์ไว้ในที่ที่ลับตาคน ก่อนจะเดินเท้าต่อไป เขาเปลี่ยนเส้นทางไปสู่ย่านสะพานเหล็ก ที่ซึ่งแสงไฟจากร้านรวงต่างๆ ส่องสว่างไสว แต่ก็ยังคงมีมุมมืดที่ซ่อนเร้นผู้คนมากมาย
ชาติกล้าเดินเข้าไปในตลาดค้าของเก่าและของมือสองที่คึกคักด้วยผู้คนยามค่ำคืน แม้จะอยู่ในช่วงเวลาดึก แต่ที่นี่ก็ยังมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ผู้คนจับจ่ายซื้อของ พูดคุยเสียงดัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความหลากหลาย
เขาเดินลัดเลาะไปตามแผงขายของต่างๆ พลางกวาดตามองหาใบหน้าที่คุ้นเคย เขาต้องการหาใครสักคนที่จะช่วยไขข้อข้องใจของเขา
“ทำไมพวกมันถึงตามเจอ?”
เขาหยุดยืนอยู่หน้าแผงขายพระเครื่องเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัตถุมงคลนานาชนิด กลิ่นกำยานจางๆ ลอยมาแตะจมูก ชาติกล้าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอ
“ยังไม่มีสายเข้า… งั้นก็ยังไม่ถึงเวลา”
เขาสูดหายใจลึกๆ พยายามตั้งสติ เขาต้องไม่ตื่นตระหนก การสูญเสียการควบคุมในสถานการณ์แบบนี้ มีแต่จะนำพาความหายนะมาให้
ทันใดนั้นเอง สายตาของชาติกล้าก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตา ร่างนั้นกำลังยืนคุยอยู่กับชายอีกคนหนึ่งที่ดูท่าทางมีพิรุธ พวกเขากำลังแลกเปลี่ยนซองเอกสารกันอย่างลับๆ
“นั่นมัน…”
ชาติกล้าจำได้ว่าชายคนนั้นคือ ‘เสี่ยสมชาย’ เจ้าของร้านรับซื้อของเก่ารายใหญ่ที่เขาเคยไปติดต่อสอบถามข้อมูลมาก่อน ชายอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาดูแปลกตา เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ชาติกล้าตัดสินใจเข้าไปใกล้เพื่อที่จะได้ยินบทสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจน เขาเดินไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างแผงขายของอย่างเงียบเชียบ
“…ของที่แกต้องการ… ข้าจัดหาให้แล้ว” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น เสียงเบาแต่ชัดเจน
“ดีมาก… แต่รอบนี้… ต้องแน่ใจว่าไม่มีใครมาขัดขวาง” เสี่ยสมชายตอบพลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง
“ไม่ต้องห่วง… พวกมัน… กำจัดไปแล้ว”
คำพูดนี้ทำเอาชาติกล้ารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เขาหยุดชะงักเท้า เกือบจะหลุดร้องเสียงดังออกมา
“พวกมัน… กำจัดไปแล้ว?”
เขาไม่สามารถเชื่อหูตัวเองได้ นี่หมายความว่าอย่างไร? พวกมันหมายถึงใคร?
ชาติกล้าพยายามรวบรวมสติ เขาแอบฟังบทสนทนาต่อไปอย่างตั้งใจ
“แล้ว… ข้าจะได้อะไรตอบแทน?” เสี่ยสมชายถาม
“ตามที่ตกลง… เงินจำนวนนั้น… และ… ‘ของ’ ที่แกอยากได้”
“ยอดเยี่ยม! งั้น… เราก็จะได้ ‘มังกร’ มาครอบครองเสียที”
‘มังกร’? คำนี้ดังก้องอยู่ในหัวของชาติกล้า ‘มังกร’ ที่พวกเขาพูดถึง… หมายถึงอะไร? หรือว่าจะเป็น… ‘มังกรดำ’?
ชาติกล้าสังหรณ์ใจไม่ดี เขาแน่ใจว่านี่คือเบาะแสสำคัญที่เขาตามหามาตลอด ยิ่งกว่านั้น เขาเริ่มรู้สึกว่าตนเองตกอยู่ในอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าที่เคยคาดคิด
ขณะที่เขากำลังพยายามประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ท่าน… ชาติกล้า… ไม่คิดว่าจะเจอท่านที่นี่”
ชาติกล้าหันกลับไปมองด้วยความตกใจ คนที่เรียกเขาคือ ‘สารวัตรทศพล’ นายตำรวจที่เขาเคยขอความช่วยเหลือมาก่อน
“สารวัตร… ทศพล?” ชาติกล้าเอ่ยชื่อด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ครับ… และ… เห็นทีท่านคงมีเรื่องที่ต้องอธิบาย…” สารวัตรทศพลพูดพลางชี้ไปที่มือของเขา ซึ่งกำลังจะคว้าปืนที่เหน็บอยู่ที่เอว
ชาติกล้าสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังจะประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ถึงสายตาของเสี่ยสมชายและชายอีกคนหนึ่งที่หันมามองเขาด้วยความตกใจระคนไม่พอใจ
“แย่แล้ว…” ชาติกล้าพึมพำกับตัวเอง
เขาไม่รู้ว่าสารวัตรทศพลมาที่นี่ได้อย่างไร และเหตุใดจึงมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับเขาเช่นนี้
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว จากการตามหาเบาะแส กลับกลายเป็นการเผชิญหน้ากับศัตรูรอบด้าน
ชาติกล้าจะต้องทำอย่างไรต่อไป? เขาจะหลบหนีจากสถานการณ์อันตรายนี้ได้อย่างไร? และใครคือ ‘มังกร’ ที่พวกเขากำลังพูดถึง?
ความมืดมิดของย่านสะพานเหล็ก กำลังจะกลืนกินเขาเข้าไป…

สยบมังกร ณ สุวรรณภูมิ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก