โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,147 คำ
เสียงหวีดหวิวของลมที่ลอดผ่านช่องกระจกรถที่เปิดแง้มออกไป ผสมผสานกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่กำลังถูกเค้นจนสุดเสียง มันคือบทเพลงแห่งการเอาชีวิตรอดที่นที หรือ "เงา" ขับขานมาตลอดคืน ถนนสายรองที่ทอดยาวออกไปเบื้องหน้า กลายเป็นเส้นชัยที่เขาต้องไปให้ถึง แสงไฟหน้ารถของคันที่ไล่ตามมายังคงสาดจ้าไม่ลดละ เงาตะคุ่มของมันทาบทับและกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ ราวกับอสรพิษร้ายที่พร้อมจะฉกกัด
นทีเหลือบมองกระจกมองหลังอย่างรวดเร็ว รถยนต์สีดำคันนั้นยังคงไล่ติดหนึบ ไม่ยอมปล่อย เขาต้องหาทางตัดกำลังพวกมัน ไม่เช่นนั้นเขาจะตกเป็นเหยื่อที่พวกเขาต้องการได้ง่ายๆ เขามั่นใจว่าพวกมันไม่ใช่ตำรวจธรรมดา ท่าทีที่เด็ดขาดและการไล่ล่าที่ไร้ความปรานีบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่อันตรายยิ่งกว่า
“ยังไม่ยอมแพ้กันอีกหรือไง” นทีพึมพำกับตัวเอง เสียงหอบหายใจดังลอดออกมาจากลำคอ เขากดคันเร่งหนักขึ้นอีกนิด รถสปอร์ตสีดำเงาของเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากคัน
เขาเหลือบมองแผนที่ดิจิทัลบนหน้าจอรถอย่างรวดเร็ว มีทางแยกเล็กๆ ที่จะพาเขาเข้าสู่เขตอุตสาหกรรมเก่า สภาพถนนอาจจะแย่กว่านี้ แต่ก็อาจเป็นโอกาสให้เขาพลิกสถานการณ์ได้
“ไปทางนี้แหละ” เขาตัดสินใจหักพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว รถพุ่งเข้าสู่ทางแคบที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและฝุ่นละออง เสียงกระแทกดังโครมคราม แต่เขาก็ยังรักษาการควบคุมรถไว้ได้
รถคันไล่ตามชะลอความเร็วลงเล็กน้อยเมื่อเจอกับสภาพถนนที่ย่ำแย่กว่าเดิม แต่มันก็ยังคงตามมาติดๆ เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามหนักขึ้นแสดงถึงความพยายามของคนขับที่ไม่อยากเสียเปรียบ
นทีขับลึกเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมร้าง แสงไฟจากถนนใหญ่เลือนหายไป เหลือเพียงความมืดที่โอบล้อมเขาเอาไว้ มีเพียงแสงไฟหน้ารถของเขาและคันที่ไล่ตามเท่านั้นที่ส่องประกายตัดผ่านความมืด
เขาเห็นตึกอาคารเก่าแก่ที่ทรุดโทรมตั้งเรียงราย สภาพเหมือนถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี บางหลังมีโรงงานขนาดใหญ่ที่ประตูเหล็กถูกสนิมกัดกินจนเกือบจะผุพัง
“ได้เวลาเล่นซ่อนหาแล้วล่ะ” นทีเหยียบคันเร่งอีกครั้ง รถพุ่งเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆ ระหว่างอาคารโรงงานสองหลัง เขากะระยะและเลี้ยวหักศอกอย่างรวดเร็ว
รถคันสีดำพยายามเลี้ยวตาม แต่ด้วยความเร็วนั้น มันไม่สามารถหักเลี้ยวได้ทัน ซุ่มเสียงดังโครมสนั่น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงยางรถที่เสียดสีกับพื้นถนนอย่างรุนแรง
นทีเหลือบมองกระจกหลังอีกครั้ง เห็นรถคันนั้นเสียหลักหมุนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังประคองรถกลับมาได้ เขาใช้โอกาสนี้เร่งเครื่องยนต์ให้เร็วขึ้นอีก
เขาขับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นโกดังขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ประตูเหล็กบานใหญ่เปิดอ้าออกเล็กน้อยราวกับเชื้อเชิญ
“ที่นี่สินะ” นทีตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปในโกดัง
ภายในโกดังมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องลมที่ชำรุด เขามองเห็นชั้นวางสินค้าเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่น และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าใบ
เขาดับเครื่องยนต์ ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำ โล่งใจเล็กน้อยที่อย่างน้อยก็ตัดเสียงเครื่องยนต์ที่ดังโหวกเหวกออกไปได้
ทันใดนั้นเอง เสียงยางรถยนต์บดกับพื้นกรวดดังมาจากด้านนอก รถคันนั้นเข้ามาแล้ว
นทีรีบคว้าปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้เบาะออกมา เขาตรวจสอบแม็กกาซีนอย่างรวดเร็ว
“มาแล้วสินะ”
แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาในโกดัง ทำให้มองเห็นเงาตะคุ่มของรถคันสีดำที่ค่อยๆ ขับเข้ามาจอดอยู่ไม่ไกลจากรถของเขา
ประตูรถคันสีดำเปิดออก ชายร่างสูงสองคนก้าวลงมา พวกเขาสวมชุดสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากและหมวกกันน็อค อาวุธปืนในมือสะท้อนแสงไฟอย่างน่าขนลุก
“ลงจากรถซะ เงา” เสียงที่แหบพร่าดังมาจากหนึ่งในนั้น
นทีไม่ตอบ เขารู้ว่าการเจรจาไม่มีความหมาย การปรากฏตัวของพวกนี้หมายถึงการปิดบัญชี
เขาเปิดประตูรถอย่างช้าๆ ก้าวลงมายืนเผชิญหน้ากับพวกมัน
“พวกแกเป็นใคร” นทีถามเสียงเรียบ แต่ในดวงตาฉายแววกร้าว
“คนที่มาเก็บหนี้” ชายอีกคนตอบ เสียงเย็นชา
“ฉันไม่เคยมีหนี้สินกับพวกแก”
“หนี้ชีวิต”
สิ้นเสียง ชายคนนั้นก็ยกปืนขึ้นเล็งมาที่นที
นทีหลบเข้าที่กำบังหลังประตูรถอย่างรวดเร็ว เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนเฉี่ยวผ่านไปกระทบกับตัวรถ
“บ้าชิบ” นทีสบถ เขายิงตอบโต้กลับไป
การต่อสู้ระยะประชิดในโกดังร้างเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องโหว่ของหลังคา เสียงปืนดังเป็นระยะๆ เศษปูนและชิ้นส่วนของเครื่องจักรเก่าๆ แตกกระจาย
นทีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเงา เขาใช้ทุกสิ่งรอบตัวเป็นที่กำบังและเป็นอาวุธ เขาหลบหลีกการยิงได้อย่างคล่องแคล่ว และสวนกลับด้วยการยิงที่แม่นยำ
ชายสองคนนั้นก็ไม่ธรรมดา พวกเขามีการฝึกฝนมาอย่างดี และทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวเข้าที่แขนของนที ทำให้เขารู้สึกแสบร้อน แต่เขาก็ยังกัดฟันสู้ต่อ
“แค่นี้เองเหรอ” นทีตะโกนท้าทาย พยายามดึงความสนใจของพวกมัน
ชายทั้งสองคนพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว นทีเห็นโอกาส เขาโยนกระป๋องน้ำมันเก่าๆ ที่วางอยู่ใกล้ๆ ใส่พวกมัน
“ระวัง!”
กระป๋องน้ำมันแตกกระจาย ทำให้พื้นบางส่วนลื่น นทีใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าประชิดตัวชายคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว เขาใช้ลำปืนตีเข้าที่ขมับของอีกฝ่ายอย่างจัง ทำให้คู่ต่อสู้เซถอยหลัง
แต่ขณะที่เขากำลังจะได้เปรียบ ชายอีกคนก็เข้ามาขวางไว้ นทีต้องปะทะเข้ากับการต่อสู้ระยะประชิดที่รุนแรง
เสียงหมัดกระทบเนื้อดังสนั่น เขาปัดป้องการโจมตี และสวนกลับด้วยศอกที่แข็งแรง
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด นทีรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกทุกครั้งที่ปะทะ เขาเริ่มเหนื่อยล้า แต่สัญชาตญาณแห่งการเอาชีวิตรอดผลักดันให้เขาสู้ต่อไป
เขาเห็นโอกาสอีกครั้ง เมื่อชายคนหนึ่งเสียหลักจากการลื่นน้ำมัน เขาพุ่งเข้าล็อคคอจากด้านหลัง และใช้ท่อนแขนบีบจนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก
“บอกมา พวกแกเป็นใคร!” นทีถามเสียงลอดไรฟัน
ชายคนนั้นดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปได้
ทันใดนั้นเอง เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากด้านหลังของนที
นทีชะงักงัน ร่างของชายที่เขาจับไว้นิ่งไป เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาที่สีข้าง
“แก…ทำบ้าอะไร” นทีพูดเสียงแผ่ว เขาปล่อยร่างนั้นให้ร่วงลงไปกองกับพื้น
ชายอีกคนที่เหลือยืนอยู่ตรงนั้น มือถือปืนที่เพิ่งยิงออกไป ดวงตาภายใต้หน้ากากของเขาน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
“เสียใจด้วยนะ เงา…คำสั่งคือต้องจบเรื่องนี้ให้เด็ดขาด”
นทีรู้สึกได้ถึงเลือดที่ไหลซึมออกมาจากแผล เขาพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย
“แก…จะไม่มีวัน…ได้สิ่งที่ต้องการ”
เขาปัดป้องการโจมตีครั้งต่อไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
“เราไม่ต้องการอะไร…เราแค่ทำตามหน้าที่” ชายคนนั้นพูด
นทีทรุดตัวลงกับพื้น เขาเหนื่อยล้าเกินกว่าจะสู้ต่อได้แล้ว
“หน้าที่…ของพวกแก…คือการเป็น…หมาล่าเนื้อ”
เขาเงยหน้ามองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ถึงฉันจะตาย…แต่พวกแก…ก็จะไม่ได้…จบเรื่องนี้…ง่ายๆ”
ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้นทีอย่างช้าๆ
“ความคิดของแก…มันจะไม่มีความหมายอีกต่อไป”
เขาเล็งปืนมาที่นที
ขณะที่เขากำลังจะเหนี่ยวไก เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นมาจากด้านนอกโกดัง
“อะไรน่ะ?” ชายคนนั้นหันไปมอง
เสียงรถยนต์หลายคันดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนที่ฟังไม่ชัด
“สัญญาณเตือน? ใครมา?”
นทีพยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย เขารู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของเขา
“เวลาของแก…หมดแล้ว!”
นทีตะโกนสุดเสียง พลางใช้มือที่ยังพอมีแรงปัดขาของชายคนนั้นอย่างแรง
ชายคนนั้นเสียหลักอีกครั้ง ปืนหลุดมือกลิ้งไปกับพื้น
นทีใช้โอกาสนั้นพุ่งเข้าคว้าปืนของมันมาได้
“แก…ยังไม่จบกับฉัน!”
เขากระโดดถอยหลังกลับไปที่รถของตัวเอง พลางมองออกไปนอกโกดัง เห็นแสงไฟจากรถยนต์หลายคันกำลังเคลื่อนเข้ามา
เขาเห็นรถตำรวจหลายคันกำลังบุกเข้ามา พร้อมกับเสียงไซเรนที่ดังสนั่น
“ตำรวจ?” ชายคนนั้นอุทานอย่างไม่เชื่อสายตา
นทีรีบสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างรวดเร็ว
“ใช่…ตำรวจ” เขาพูดเสียงแหบพร่า “แต่ไม่ใช่ตำรวจที่แกจะหลอกได้”
เขาเหยียบคันเร่ง รถพุ่งออกจากโกดังอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชายคนนั้นยืนงุนงงอยู่กับเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังบุกเข้ามา
นทีขับรถไปตามถนนที่มืดมิด เขาเห็นรถตำรวจคันอื่นกำลังไล่ตามรถคันสีดำคันที่ไล่เขามา
“ดูเหมือน…จะมีคนมาช่วย…แล้วสินะ” เขาพึมพำ
แต่เขาก็ยังไม่สบายใจ รอยแผลที่สีข้างยังคงปวดร้าว และเขารู้ว่าการหลบหนีของเขาอาจจะยังไม่จบแค่นี้
เขาขับรถต่อไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เขาวางแผนไว้
เขาต้องไปให้ถึงฐานบัญชาการลับขององค์กรนั้นให้ได้
ที่นั่นคือที่ที่เขาจะสามารถค้นหาคำตอบทั้งหมด และจัดการกับพวกมันให้เด็ดขาด
แต่ก่อนที่จะถึงที่นั่น เขาต้องผ่านด่านต่อไปก่อน
ขณะที่เขาขับรถไป เขาเห็นป้ายบอกทางไปยังท่าเรือร้างแห่งหนึ่ง
“ท่าเรือร้าง…” เขาพึมพำ “น่าจะเป็นเส้นทางที่พวกมันไม่คาดคิด”
เขาตัดสินใจหักเลี้ยวรถไปยังท่าเรือร้างแห่งนั้น
เมื่อไปถึงท่าเรือร้าง นทีพบว่ามันถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ บรรยากาศดูเงียบเหงาและวังเวง
เขามองเห็นเรือประมงเก่าๆ จอดเรียงรายอยู่ริมฝั่ง
“ที่นี่…แหละ”
เขาจอดรถไว้ที่มุมหนึ่งของท่าเรือ แล้วค่อยๆ เดินลงจากรถ
เขายังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่สีข้าง แต่เขาก็ยังคงก้าวเดินต่อไป
เขามาถึงริมสุดของท่าเรือ มองออกไปยังทะเลที่มืดมิด
ทันใดนั้นเอง เขาเห็นเงาดำๆ กำลังลอยเข้ามาจากทะเล
มันคือเรือลำเล็กๆ ลำหนึ่ง
เรือลำนั้นกำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาเขา
นทีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาคนที่เขาไว้ใจ
“ฉันมาถึงแล้ว” เขาพูด “อยู่ที่ท่าเรือร้าง”
“ดีมาก เงา” เสียงที่ปลายสายตอบกลับมา “มีอะไรรึเปล่า?”
“มี…แขกไม่ได้รับเชิญ” นทีตอบ
เขาหันกลับไปมองเงาที่กำลังลอยเข้ามาใกล้
“ดูเหมือน…การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย…จะมาถึงเร็วกว่าที่คิด”
เขาเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น…

สมรภูมิเงา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก