สมรภูมิเงา

ตอนที่ 29 — สู่เบ้าเพลิงสุดท้าย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 942 คำ

ควันสีดำเข้มยังคงลอยอ้อยอิ่งปะปนกับละอองฝุ่นที่ฟุ้งตลบ บดบังแสงแดดยามบ่ายให้กลายเป็นสีหม่นหมอง นที หรือ "เงา" ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายปวดระบมไปทั่วทุกส่วน แม้จะผ่านการประทะอันดุเดือดมาแล้ว ‌แต่สัญชาตญาณนักสู้ยังคงกระตุ้นให้เขาตื่นตัวทุกวินาที เสียงกระสุนที่ก้องสะท้อนในโถงโกดังอันกว้างใหญ่ยังคงแว่วมาในโสตประสาท แม้ว่าคู่ต่อสู้ส่วนใหญ่จะล้มลงไปแล้วก็ตาม

“ยังไม่จบสินะ” นทีพึมพำกับตัวเอง ร่างกายที่บาดเจ็บเป็นอุปสรรค แต่จิตใจของเขาแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า เขากวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยกล่องไม้เก่าๆ ​และเครื่องจักรที่ถูกทิ้งร้าง ทุกมุมมืดสามารถเป็นที่ซ่อนของอันตรายได้เสมอ

“พวกมันคงไม่ปล่อยให้ฉันออกไปง่ายๆ หรอก” เขารู้ดี การเข้าถึงข้อมูลลับขององค์กร “พยัคฆ์สมุทร” ในครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิต และการถอนตัวโดยปราศจากผลลัพธ์ที่สมบูรณ์นั้น ‍ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะยอมรับได้

เสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากอีกฟากของโกดัง เป็นจังหวะที่มั่นคง หนักแน่น และแฝงไปด้วยความมุ่งร้าย นทีตั้งท่าเตรียมพร้อม มือขวาค่อยๆ เลื่อนไปจับด้ามปืนพกคู่ใจที่เหน็บอยู่ข้างเอว

“ออกมาสิ… หรือจะหลบอยู่ในเงามืดแบบไอ้ขี้ขลาด” ‌เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้น เป็นเสียงของผู้นำหน่วยสังหารที่นทีเพิ่งจะปะทะด้วยเมื่อครู่

เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากความมืด เป็นชายร่างใหญ่ หนวดเคราดำครึ้ม สวมเสื้อหนังสีดำเงา ที่แขนข้างซ้ายมีรอยแผลเป็นพาดยาว บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่ไม่เคยยี่หระ

“แกคงเป็น ‘เงา’ ‍สินะ” ชายผู้นั้นเอ่ย น้ำเสียงเย้ยหยัน “เสียดายที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่แกจะได้ยืนอยู่บนโลกใบนี้”

“คำพูดเดิมๆ” นทีตอบเรียบๆ “ฉันไม่เคยเชื่อคำขู่ของพวกอธรรม”

“ปากดี” ชายผู้นั้นยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันสีเหลือง ​“แต่ความปากดีของแก จะต้องแลกมาด้วยเลือด”

ทันใดนั้น ชายผู้นั้นก็พุ่งเข้าใส่ นทีไม่มีเวลาคิด เขาหลบหลีกการโจมตีด้วยหมัดตรงที่ทรงพลัง พร้อมกับสวนกลับด้วยการเตะตัดขา แต่ชายผู้นั้นก็ว่องไวกว่าที่คาด เขาใช้มือที่ว่างอยู่ปัดการโจมตีของนทีออกไปได้อย่างง่ายดาย

การต่อสู้ระยะประชิดเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ​เสียงปะทะของร่างกายและแรงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว นทีรู้ดีว่าร่างกายที่อ่อนล้ากำลังทำให้เขาเสียเปรียบ แต่เขาก็พยายามใช้ทุกกลยุทธ์เพื่อพลิกสถานการณ์ เขาหลอกล่อให้คู่ต่อสู้เสียจังหวะก่อนจะโจมตีซ้ำด้วยศอกเข้าที่ซี่โครง

“อั่ก!” ชายผู้นั้นร้องโหยหวน ถอยหลังไปเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอให้นทีใช้โอกาสนี้กระชากปืนพกออกมา

ปัง!

นัดแรกพุ่งตรงไปยังศีรษะของคู่ต่อสู้ แต่ชายผู้นั้นก็ยังคงหลบได้อย่างฉิวเฉียด

“แค่นี้เองเหรอ ​‘เงา’?” เขาหัวเราะเยาะ

นทีไม่ตอบ เขาเล็งปืนอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะเหนี่ยวไก ภาพของ “แอนนี่” ก็แวบเข้ามาในหัว รอยยิ้ม ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวัง… เขาต้องทำให้สำเร็จเพื่อเธอ

“แกคิดว่าแกจะไปไหนได้” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ชายอีกสองคนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปืนไรเฟิล พวกเขาคือหน่วยสังหารที่เหลืออยู่

นทีรู้ว่านี่คือกับดัก เขาถูกปิดล้อมอย่างสมบูรณ์

“ยอมแพ้เถอะ ‘เงา’” ชายร่างใหญ่เอ่ย “แกไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว”

นทีเงยหน้าขึ้นมองเพดานโกดังที่มีรอยรั่วเล็กๆ ส่องแสงลอดเข้ามา เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ “เวลาของพวกแกหมดลงแล้ว”

“พูดอะไรของแก” ชายร่างใหญ่ถามอย่างไม่เข้าใจ

“สัญญาณส่งออกไปแล้ว” นทีตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ “หน่วยสนับสนุนของฉันกำลังจะมา… พร้อมกับคำสั่งปลดชนวนระเบิดที่ซ่อนอยู่ทั่วกรุง… ถ้าพวกแกยังต้องการให้เมืองนี้อยู่รอด”

สีหน้าของชายร่างใหญ่เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เขากล่าวเสียงสั่น “แก… แกมันบ้า! แกไม่กล้าทำแบบนั้น!”

“ลองดูสิ” นทีเชิดหน้าขึ้น “ฉันจะทำให้พวกแกเห็นว่า ‘เงา’ จะทำอะไรได้บ้าง เพื่อปกป้องสิ่งที่ฉันหวงแหน”

ความเงียบเข้าปกคลุมโกดังชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบหนักของทุกคน

“พวกแกมีทางเลือก” นทีกล่าวต่อ “ปล่อยฉันไป… แล้วฉันจะทำให้แน่ใจว่าระเบิดทั้งหมดจะถูกปลดชนวนอย่างปลอดภัย… หรือไม่ก็… เราก็มาจบเรื่องกันที่นี่… โดยที่เมืองนี้อาจจะต้องเผชิญกับหายนะ”

ชายร่างใหญ่ก้มหน้าลงครุ่นคิด เขาหันไปมองลูกน้องทั้งสองที่ยืนนิ่งราวกับหุ่นยนต์

“แกคิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดของแกได้ยังไง” ชายร่างใหญ่ถาม

“นายก็ลองเสี่ยงดูสิ” นทีตอบ “แต่นายก็รู้ดีว่าฉันไม่เคยโกหกในเรื่องพวกนี้… และฉันก็ไม่เคยถอย”

ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด เสียงไซเรนของรถตำรวจที่ดังใกล้เข้ามาก็ดังขึ้นเรื่อยๆ

“พวกมันมาแล้ว!” หนึ่งในลูกน้องตะโกน

“แกหลอกเรา!” ชายร่างใหญ่ตะคอกใส่หน้าของนที

“ฉันไม่ได้หลอก… แต่ฉันก็ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด” นทีกล่าว “สัญญาณที่ฉันส่งออกไป… มันไม่ใช่แค่แจ้งเตือน… มันคือการเปิดทางให้ฉัน”

ก่อนที่ชายร่างใหญ่จะทันได้ตอบสนอง นทีก็ยกปืนพกขึ้น เล็งไปที่จุดที่เขาเล็งไว้เมื่อครู่… ไม่ใช่ที่ศีรษะของคู่ต่อสู้… แต่เป็นเสาเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่เหนือเพดาน

ปัง! ปัง! ปัง!

กระสุนหลายนัดพุ่งเข้าใส่เสาเหล็กอย่างแม่นยำ เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ ก่อนที่เสาเหล็กจะเอียงทรุดลงมาอย่างรวดเร็ว สร้างความโกลาหลและเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“หนี!” ชายร่างใหญ่ตะโกนสั่งลูกน้อง

นทีใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังตกใจ วิ่งฝ่ากลุ่มฝุ่นและเศษซากที่ร่วงลงมา เขาไม่มองย้อนกลับไป เขารู้ว่าเวลาของเขาเหลือน้อยเต็มที

เขาวิ่งออกมาจากโกดังร้าง สู่แสงแดดที่สาดส่องเข้ามา บดบังสายตาไปชั่วขณะ เสียงไซเรนดังใกล้เข้ามาอีก รถตำรวจหลายคันจอดอยู่ด้านนอก

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงตะโกนดังขึ้น

นทีไม่หยุด เขาวิ่งไปยังรถยนต์คันโปรดที่จอดรออยู่ เขาไขประตู คว้ากุญแจที่เสียบคาไว้ แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์

“ขอโทษนะ… แต่นี่ไม่ใช่เวลาของพวกแก” เขากล่าว

รถตำรวจพยายามจะปิดกั้นเส้นทาง แต่ด้วยทักษะการขับขี่ที่เหนือชั้น นทีก็สามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้สำเร็จ

“บ้านั่น! มันหลุดไปได้ยังไง!” เสียงนายตำรวจดังขึ้นอย่างหัวเสีย

ขณะที่นทีกำลังขับรถออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เขาก็เห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่ง แล่นตามมาจากด้านหลังอย่างกระชั้นชิด

“ยังไม่จบแค่นี้อีกเหรอ” นทีถอนหายใจ เขาเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้น

การไล่ล่าด้วยรถยนต์เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป รถยนต์คันที่ตามมานั้นมีสมรรถนะสูงกว่าที่เขาเคยเจอมามาก มันไล่ตามเขามาติดๆ ราวกับเงา

“พวกแกมาจากไหนกันแน่!” นทีตะโกนถามตัวเอง

เขาหักเลี้ยวหลบหลีกสิ่งกีดขวางอย่างชำนาญ รถยนต์ของเขาพุ่งทะยานไปตามถนนที่คดเคี้ยว เสียงยางบดกับพื้นถนนดังเสียดหู

รถยนต์คันสีดำคันนั้นตามมาไม่ลดละ มันพยายามจะแซงขึ้นมาหลายครั้ง แต่นทีก็ใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อรักษาตำแหน่งของเขาเอาไว้

“ถ้าพวกแกไม่หยุด ฉันก็ไม่หยุดเหมือนกัน!” นทีตัดสินใจ เขาหักเลี้ยวเข้าสู่ตรอกแคบๆ แห่งหนึ่ง

รถยนต์คันสีดำคันนั้นก็พยายามตามเข้ามา แต่มันก็ติดขัดกับความแคบของตรอก

นทีใช้โอกาสนี้ขับรถพุ่งทะยานออกไปอีกครั้ง เขาเล็งเป้าหมายไปยังสถานที่ที่เขาได้ข้อมูลมา… ฐานบัญชาการลับขององค์กร “พยัคฆ์สมุทร”

“ถึงเวลาเผชิญหน้ากันตรงๆ แล้วสินะ” นทีพึมพำ

เขาขับรถไปตามเส้นทางที่ซับซ้อน ข้อมูลที่เขาได้มานั้นแม่นยำ แต่เส้นทางไปยังฐานบัญชาการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเต็มไปด้วยกับดักและระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา

เมื่อใกล้ถึงเป้าหมาย ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลง แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเป็นสีทองอร่าม แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด

นทีจอดรถไว้ในพุ่มไม้ใกล้กับทางเข้าลับของฐานบัญชาการ เขาตรวจสอบอาวุธคู่กาย และรวบรวมกำลังใจทั้งหมดที่มี

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น… ฉันจะทำให้สำเร็จ” เขากล่าวกับตัวเอง

เขาเดินไปที่ทางเข้าลับนั้น ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้โขดหินและเถาวัลย์

คลิก

เสียงกลไกดังขึ้นเมื่อเขาปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัย

“นี่คือจุดจบ… หรือจุดเริ่มต้นกันแน่” นทีถามตัวเอง ขณะที่เขาก้าวเข้าสู่ความมืดมิดของฐานบัญชาการลับ… สถานที่ที่การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น… และอาจจะเป็นจุดจบของ “เงา” ตลอดกาล

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สมรภูมิเงา

สมรภูมิเงา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!