มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 3 — บททดสอบแรกแห่งโลกมนุษย์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,102 คำ

สายลมยามเช้าพัดพาเอากลิ่นอายของความชื้น กลิ่นคาวปลา และกลิ่นสาบสางอันเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนสลัมลอยมาแตะจมูก ทำให้อัคคีขยับตัวน้อยๆ บนแคร่ไม้เก่าๆ ที่เขาใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว ดวงตาของเขายังคงหลับพริ้ม แต่สมองกลับประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว ‌ภาพความทรงจำอันเลือนรางของชีวิตในอดีตยังคงตามหลอกหลอนเขาเป็นระยะๆ จิตวิญญาณอันสูงส่งที่เคยสถิตอยู่ในร่างอันเป็นอมตะ บัดนี้กลับถูกจำกัดอยู่เพียงร่างของชายหนุ่มผู้อ่อนแอในโลกใบใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยความยากจน ความสิ้นหวัง และกฎเกณฑ์ที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่ปรากฏคือเพดานสังกะสีผุพัง ​ที่มีรูโหว่ให้แสงแดดรอดผ่านลงมาเป็นลำ ลำแสงเหล่านั้นทาบทับเป็นเงาตะคุ่มบนพื้นดินเปียกชื้น ล้อมรอบตัวเขาคือความมืดสลัวและเสียงอึกทึกครึกโครมของชุมชนที่เริ่มตื่นนอน เสียงเด็กๆ ร้องไห้ เสียงผู้ใหญ่ตะโกนต่อว่า เสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงเรือลากอวน ‍เป็นดนตรีประกอบชีวิตอันแสนธรรมดาที่แตกต่างจากเสียงสวรรค์อันสงบเงียบที่เขาเคยรู้จักโดยสิ้นเชิง

"ตื่นแล้วรึไอ้หนุ่ม" เสียงแหบพร่าดังขึ้นข้างหู ชายชราผมขาวโพลน ใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับแผ่นดินแห้งผากในฤดูร้อน นั่งยองๆ อยู่ข้างแคร่ของเขา ดวงตาที่เคยคมกริบในยามหนุ่ม บัดนี้เต็มไปด้วยแววเหนื่อยล้าและยอมจำนนต่อโชคชะตา ‌"เห็นนอนละเมอไปตลอดทั้งคืน นึกว่าจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว"

อัคคีพยักหน้ารับเบาๆ พยายามรวบรวมสติที่ยังคงล่องลอย เขาจำชายชราผู้นี้ได้ เขาคือลุงบุญ ชายแก่ที่มอบที่พักพิงให้เขาเมื่อคืนนี้เพียงเพราะเห็นว่าเขาดูเหมือนคนไร้บ้านที่หลงทางมา

"ขอบคุณครับลุง" อัคคีเอ่ยเสียงแหบพร่า เขายังไม่คุ้นเคยกับการใช้เสียงของตนเองในโลกมนุษย์ ‍"เมื่อคืนผม… นอนไม่ค่อยหลับ"

"เรื่องปกติแหละ" ลุงบุญว่าพลางยื่นถ้วยน้ำเต้าปูปลาที่เจือด้วยน้ำเปล่าให้ "กินเข้าไปก่อน จะได้มีแรง วันนี้ต้องออกไปหาอะไรทำประทังชีวิตแล้วนะไอ้หนุ่ม แถวนี้ข้าวปลาหาได้ไม่ง่ายเลย"

อัคคีรับถ้วยมาดื่ม น้ำเปล่าเย็นๆ ​ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย เขาสำรวจร่างกายของตนเอง ร่างกายนี้ยังคงอ่อนแอ บอบบาง และเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ไม่ใช่พลังอันยิ่งใหญ่ดุจครั้งก่อน แต่เป็นพลังที่ซ่อนเร้น ​รอคอยการปลุกเร้า

"ผม… ไม่รู้จะไปทำอะไรดีครับ" อัคคีบอกความจริงออกไป เขายังคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย

ลุงบุญหัวเราะแห้งๆ "ก็อย่างที่เห็นแหละไอ้หนุ่ม ทำงานหนัก เอาตัวรอดไปวันๆ ส่วนมากก็ออกเรือไปจับปลา ​หาขยะทะเลมาขาย หรือไม่ก็รับจ้างแบกของตามท่าเรือ ถ้ามีแรงมีกำลังก็ดีหน่อย ถ้าไม่มีก็ต้องอดทน"

อัคคีพยักหน้า เขาเข้าใจแล้วว่าชีวิตในโลกมนุษย์นั้นโหดร้ายเพียงใด เขาเคยเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ปกครองจักรวาลด้วยพลังอันไร้ขีดจำกัด แต่บัดนี้กลับต้องดิ้นรนเพื่ออาหารประทังชีวิต

"ผม… อยากลองไปจับปลาดูครับ" อัคคีตัดสินใจ เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งในอดีต เขาเคยสัมผัสกับพลังแห่งน้ำ และการจับปลาอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ลุงบุญมองอัคคีด้วยความประหลาดใจ "จับปลา? เจ้าเคยจับปลามารึ"

"ไม่เคยครับ แต่ผมคิดว่าผมทำได้" อัคคีตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงมั่นใจนัก แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกได้ถึงสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกให้เขาทำเช่นนั้น

"ก็ได้ๆ ถ้าอยากลองก็ลองดู" ลุงบุญถอนหายใจ "แต่เรือน่ะไม่มีให้หรอกนะ ต้องไปขอเขาเช่าเอา หรือไม่ก็ไปร่วมกับคนอื่นเขา"

อัคคีลุกขึ้นยืน เขาไปหยิบเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ลุงบุญให้มา เสื้อยืดขาดๆ กับกางเกงขาสั้นที่เปียกชื้น เขาออกเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่คดเคี้ยวระหว่างบ้านไม้เก่าๆ กลิ่นอายของชุมชนสลัมยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าไปข้างใน ผู้คนในชุดมอซอซอ มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยปนสมเพช เด็กๆ วิ่งเล่นกันส่งเสียงดัง บางคนก็กำลังตักน้ำจากบ่อสาธารณะ บางคนก็กำลังนั่งซักผ้าอยู่ริมคลอง

เขาเดินมาถึงบริเวณท่าเรือ กลิ่นเค็มของทะเลและกลิ่นคาวปลามีมากยิ่งขึ้น เรือประมงลำเล็กใหญ่จอดเรียงรายอยู่เต็มท่า ชาวประมงกำลังเตรียมเรือของตนเอง บ้างก็กำลังซ่อมแซมเครื่องยนต์ บ้างก็กำลังเตรียมอวน ชายหนุ่มหลายคนที่มีร่างกายกำยำกำลังแบกถังปลาขึ้นจากเรือ

"หาอะไรอยู่ไอ้หนุ่ม" เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง อัคคีหันไปมอง เป็นชายร่างใหญ่ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ใบหน้าคมเข้ม แววตาดูดุดัน เขาสวมเสื้อแขนกุด เผยให้เห็นรอยสักรูปพญานาคที่พันรอบแขน

"ผม… อยากไปจับปลาครับ" อัคคีตอบอย่างสุภาพ

ชายร่างใหญ่เลิกคิ้ว "เจ้าเนี่ยนะ หน้ายังกับลูกคุณหนู จะจับปลาได้รึ"

"ผมคิดว่าผมทำได้ครับ" อัคคีตอบ ยืนยันในสิ่งที่ตนเองเชื่อ "ผมไม่มีเรือ แต่ถ้าท่านมีเรือที่ต้องการคนเพิ่ม หรือมีอวนที่อยากให้ช่วย ผมยินดีรับจ้างครับ"

ชายร่างใหญ่หัวเราะดังลั่น "ฮ่าๆๆ อยากลองของรึไง ไอ้หนุ่ม หน้าตาดูไม่ได้เรื่อง แต่ใจกล้านี่หว่า ข้าชื่อ สันต์ เป็นเจ้าของเรือลำนั้น" เขาผายมือไปยังเรือประมงขนาดกลางลำหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกล "ปกติข้าไม่รับคนมั่วซั่ว แต่เห็นหน้าเจ้าแล้วมันน่าสนุกดี เอาเป็นว่า ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง ถ้าเจ้าทำได้ดี ข้าก็จะให้ค่าแรง ถ้าเจ้าทำไม่ได้… ก็ไปหาอย่างอื่นทำไป"

อัคคีโค้งคำนับ "ขอบคุณมากครับท่านสันต์"

"ไม่ต้องมากพิธี" สันต์โบกมือ "ไปเตรียมตัวให้พร้อม เดี๋ยวอีกสักพักเราจะออกทะเลกัน"

อัคคีกลับไปหาลุงบุญเพื่อบอกข่าว และขอให้ลุงบุญช่วยหาเสื้อผ้าที่เหมาะกับการทำงานหนักให้ เขาได้เสื้อเชิ้ตเก่าๆ ตัวหนึ่งที่ดูแข็งแรงกว่าเดิม กับกางเกงขายาวที่พอจะใช้งานได้ เขาหยิบเอาเหรียญเล็กๆ น้อยๆ ที่ลุงบุญให้มาใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง

เมื่อถึงเวลา สันต์ก็เรียกอัคคีให้ขึ้นเรือ อัคคีเห็นอวนจำนวนมากที่ถูกม้วนเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ เขาไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อน แต่วิญญาณแห่งเทพของเขาสามารถรับรู้ถึงพลังงานของมันได้

"เจ้าหน้าที่หน้าที่" สันต์สั่ง "ไปช่วยพวกข้าขนอวนลงเรือ"

อัคคีพยักหน้า เขาเข้าไปช่วยยกอวนหนักๆ ขึ้นเรืออย่างไม่กลัวเหนื่อย แม้ร่างกายจะยังไม่ชินนัก แต่จิตใจของเขากลับกระตือรือร้นอย่างประหลาด

เรือประมงค่อยๆ แล่นออกจากท่า ท่ามกลางเสียงคลื่นและเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่น ชุมชนสลัมค่อยๆ เล็กลงจนกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ปลายขอบฟ้า

"ที่นี่คือทะเล" สันต์บอกพลางชี้ไปที่ผืนน้ำสีครามกว้างใหญ่ "เราจะออกไปจับปลาที่นี่ ถ้าโชคดีก็ได้เยอะ ถ้าโชคร้ายก็ได้น้อย หรือบางทีก็ไม่ได้อะไรเลย"

อัคคีมองผืนน้ำด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก เขาเคยสัมผัสกับผืนน้ำในฐานะมหาเทพผู้ควบคุมกระแสน้ำ เคยเห็นความลึกอันไร้ที่สิ้นสุดของมหาสมุทร แต่บัดนี้เขากลับมองมันด้วยสายตาของมนุษย์ผู้หนึ่ง

"เจ้าเคยสัมผัสพลังแห่งน้ำมาก่อนรึ" สันต์ถามพลางสังเกตสีหน้าของอัคคี

อัคคีสะดุ้งเล็กน้อย "ผม… ไม่ทราบครับ"

"หน้าน้ำมันเหมือนรู้ดี" สันต์พึมพำกับตัวเอง "เอาเถอะ ถ้าเจ้าทำงานของเจ้าได้ก็พอ"

เมื่อเรือแล่นมาถึงจุดที่สันต์กำหนด เขาก็สั่งให้ทุกคนเตรียมอวน

"เอาล่ะไอ้หนุ่ม ถึงเวลาแสดงฝีมือ" สันต์พูดกับอัคคี "หน้าที่ของเจ้าคือช่วยดึงอวนขึ้นมา เมื่อมันเต็มไปด้วยปลา"

อัคคีพยักหน้า เขายืนประจำตำแหน่งที่สันต์บอก เขาจับเชือกอวนไว้แน่น รอคอยสัญญาณ

"ปล่อย!" สันต์ตะโกน

อัคคีและลูกเรือคนอื่นๆ ช่วยกันสาวอวนขึ้นมาอย่างเต็มกำลัง อัคคีรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอวน เขาพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มี แต่ก็ยังรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอกว่าลูกเรือคนอื่นๆ

ทันใดนั้นเอง ขณะที่อวนกำลังจะลอยพ้นผิวน้ำ อัคคีก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานอันคุ้นเคยที่ไหลเวียนอยู่ในผืนน้ำ เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ และค่อยๆ รวบรวมพลังงานที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเขา

"ขอแรงหน่อย!" อัคคีตะโกน พลางออกแรงดึงอวนอย่างสุดกำลัง

ทันใดนั้นเอง อวนที่หนักอึ้งกลับเบาหวิวราวกับไม่มีอะไรอยู่ในนั้น ลูกเรือคนอื่นๆ พากันตกตะลึง มองอัคคีด้วยความไม่เชื่อสายตา

"อะไรกัน!" สันต์อุทาน "อวนมัน… เบาไป!"

เมื่ออวนถูกดึงขึ้นมาจนหมด พวกเขาก็เห็นว่า… ข้างในนั้นมีปลาตัวเล็กๆ เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น!

"เป็นไปได้อย่างไร!" ลูกเรือคนหนึ่งตะโกน "เมื่อกี้นี้มันหนักจนแทบจะยกไม่ขึ้น!"

สันต์มองอัคคีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากที่เคยประมาท ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดระแวง

"เจ้าทำอะไร?" สันต์ถามเสียงเข้ม

อัคคีรู้สึกได้ถึงความผิดพลาดของตนเอง เขาแค่พยายามจะช่วยดึงอวนให้เบาลง แต่กลับทำให้ปลาหายไป!

"ผม… ผมขอโทษครับ" อัคคีกล่าว "ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

"ไม่รู้รึ!" สันต์ตวาด "เจ้าทำให้เราเสียปลาไปหมด!"

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม เมฆฝนก่อตัวอย่างรวดเร็ว ลมทะเลเริ่มพัดแรงขึ้น คลื่นเริ่มซัดเข้าหาเรืออย่างบ้าคลั่ง

"แย่แล้ว!" สันต์ตะโกน "พายุเข้า!"

เรือเริ่มโคลงเคลงอย่างรุนแรง ลูกเรือคนอื่นๆ พากันวิ่งวุ่นเพื่อควบคุมเรือ อัคคีก็ถูกแรงเหวี่ยงทำให้เสียหลัก

"ไอ้หนุ่ม! ระวัง!" สันต์ตะโกน แต่ก็สายเกินไป

อัคคีถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดจนกระเด็นออกจากเรือ ร่างของเขาตกลงไปในทะเลที่บ้าคลั่ง

"ไม่!" อัคคีร้อง เขาพยายามตะเกียกตะกายหาที่ยึด แต่คลื่นลมก็ถาโถมเข้าใส่เขาอย่างไม่ปรานี

ในชั่วขณะนั้นเอง จิตวิญญาณแห่งมหาเทพของเขาก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในสายน้ำ

นี่คือบททดสอบแรกของเขาในโลกมนุษย์… และมันก็ดูเหมือนจะโหดร้ายยิ่งกว่าที่เขาเคยคาดคิดไว้เสียอีก…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!