มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 5 — การก้าวข้ามขีดจำกัด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,002 คำ

อัคคีลืมตาขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดเมื่อยทั่วร่างกาย ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บ แต่เป็นความรู้สึกตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมานาน การได้ตื่นขึ้นมาบนแคร่ไม้เก่าๆ ท่ามกลางแสงอรุณที่สาดส่องผ่านม่านหมอกแห่งชุมชนสลัม ยังคงเป็นภาพที่เขาคุ้นเคย แต่ในคราวนี้ มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ‌กลิ่นอายของความชื้น กลิ่นคาวปลา และกลิ่นสาบสางอันเป็นเอกลักษณ์ที่เคยทำให้เขาขมวดคิ้ว บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่บอกเล่าเรื่องราวของการมีชีวิต ความเป็นจริงที่เขาต้องเผชิญ

"เช้านี้อากาศดีนะ" เสียงแหบพร่าของหญิงชราที่อาศัยอยู่ข้างๆ ดังขึ้น เธอกำลังนั่งยองๆ ​หวิดใบหน้าอันเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาอยู่หน้าเพิงพักของตนเอง "เห็นว่าวันนี้มีงานที่ท่าเรือนะ ไอ้หนุ่ม"

อัคคีพยักหน้าตอบรับอย่างง่วงงุน เขาจำได้ว่าเมื่อวานมีคนบอกเขาเรื่องนี้ งานขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือที่อาจพอให้ค่าจ้างพอเลี้ยงปากท้องได้บ้าง แม้จะไม่ใช่งานที่น่าอภิรมย์นัก แต่มันก็ดีกว่าการรอคอยความหวังลมๆ แล้งๆ

เขาค่อยๆ ‍ยันตัวลุกขึ้น แคร่ไม้เก่าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นสัญญาณเตือนถึงความทรุดโทรม แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีพอสมควร ร่างกายของเขายังคงอึดอัดราวกับชุดที่ไม่พอดีตัว อัคคีรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ร่างกายของเขา สัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน แต่ก็ยังไม่คุ้นเคยกับขีดจำกัดของมัน

"ขอบใจครับคุณป้า" ‌เขาตอบพลางเดินออกจากที่พักชั่วคราว ฝีเท้าของเขาก้าวไปบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยโคลนและเศษขยะ ภาพเบื้องหน้าคือชุมชนสลัมอันแออัด บ้านเรือนตั้งเรียงรายกันอย่างแออัด บางหลังดูเหมือนจะประคองตัวเองอยู่ด้วยไม้เก่าๆ และสังกะสีที่ผุพัง ผู้คนเริ่มออกมาทำกิจวัตรประจำวัน เสียงพูดคุย ‍เสียงเด็กๆ วิ่งเล่น เสียงสุนัขเห่าหอน ดังระงมไปทั่ว

อัคคีเดินไปตามทางที่คุ้นเคย โดยไม่รู้ตัวว่าสายตาของเขาได้แปรเปลี่ยนไป เขาไม่ได้มองเห็นเพียงแค่สลัมอีกต่อไป แต่กลับมองเห็นโครงสร้างพลังงานที่มองไม่เห็น โฟตอนแสงที่ลอยวน ​เวทมนตร์ที่ซ่อนเร้นอยู่ตามสรรพสิ่ง แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ น้อยๆ ของพลังมหาศาลที่เคยสถิตอยู่ในตัวเขา แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โลกที่เขาเคยรู้จักกลับกลายเป็นสิ่งใหม่

"ไง ไอ้หนุ่ม" เสียงห้าวๆ ดังมาจากด้านหลัง ​เขาหันไปมอง พบกับชายร่างใหญ่ ใบหน้ามีแผลเป็น ดวงตาคมกริบที่ส่อแววอันตราย "วันนี้จะไปรับจ้างที่ท่าเรือเหรอ?"

"ครับ" อัคคีตอบรับ ใบหน้าของอีกฝ่ายดูคุ้นตา เหมือนเคยเห็นผ่านๆ ​มาในสลัมแห่งนี้

"ดีเลย ได้ข่าวว่าวันนี้มีงานหนักหน่อย ระวังตัวด้วยนะ ที่นั่นพวกอันธพาลเยอะ" ชายคนนั้นพูดพลางยิ้มมุมปาก "ข้าชื่อ 'ก้อง' ถ้ามีปัญหาอะไร บอกข้าได้"

อัคคีพยักหน้าอย่างขอบคุณ การพบเจอผู้คนที่ดูเป็นมิตรในสถานที่เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน เขาเริ่มรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจของตนเอง ความหวาดระแวง ความโดดเดี่ยวที่เคยเกาะกินหัวใจ กำลังค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกที่อยากจะเชื่อมโยงกับโลกใบนี้

เมื่อเดินมาถึงท่าเรือ ภาพเบื้องหน้าก็ทำเอาเขาต้องผงะ แม้จะเตรียมใจมาแล้ว แต่ความแออัดและเสียงอึกทึกก็ยังคงเกินกว่าที่คาดคิด เรือสินค้าลำใหญ่จอดเทียบท่า สินค้ากองพะเนินอยู่เต็มพื้นที่ ผู้คนจำนวนมากกำลังขนถ่ายสิ่งของด้วยความเหน็ดเหนื่อย

"ไอ้หนุ่ม! มาแล้วเรอะ! มาทางนี้เร็ว!" เสียงตะโกนดังมาจากหัวหน้าคนงาน ชายร่างท้วม หน้าดำคร่ำเครียด

อัคคีรีบเดินเข้าไปหา เขาได้รับมอบหมายให้แบกกล่องสินค้าใบใหญ่ เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างไม่คิดอะไรมากนัก แต่เมื่อยกมันขึ้น เขาก็รู้สึกประหลาดใจกับน้ำหนักที่เบากว่าที่คาดไว้มาก

"ไม่หนักเท่าไหร่แฮะ" เขาพึมพำกับตัวเอง

"โว้ย! นึกว่ามีพละกำลังขนาดไหน ที่แท้มันก็แค่กล่องเปล่านี่หว่า!" เสียงเย้ยหยันดังมาจากอีกด้านหนึ่ง เป็นชายหนุ่มรูปร่างผอมสูง ใส่เสื้อยืดขาดวิ่น กลิ่นเหล้าโชยมาแต่ไกล

อัคคีหันไปมอง ชายหนุ่มคนนั้นกำลังหัวเราะชอบใจกับเพื่อนๆ ของเขา "ไง ไอ้หนุ่ม หน้าใหม่นี่หว่า ไม่คุ้นหน้าเลย"

"ผมชื่ออัคคีครับ" เขาตอบอย่างสุภาพ

"เหรอ? ฉัน 'เอก' ยินดีที่ได้รู้จัก" ชายหนุ่มชื่อเอกพูดพลางยื่นมือมาเหมือนจะจับมือ "แต่ดูจากท่าทางแล้ว สงสัยจะอยู่ได้ไม่นานนะที่นี่ สลัมแห่งนี้มันไม่ใช่ที่ของคนอ่อนแอ"

อัคคีจับมือของเอกไปเพียงแวบเดียว เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของมืออีกฝ่าย และพลังงานที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน "ผมจะพยายามครับ"

วันนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วภายใต้การทำงานที่หนักหน่วง แต่สำหรับอัคคี มันกลับเป็นวันที่เขาได้ทดสอบขีดจำกัดของร่างกายใหม่นี้อย่างแท้จริง เขาสามารถยกกล่องที่หนักอึ้งได้อย่างง่ายดาย วิ่งเร็วกว่าใครๆ และทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า

"ไม่น่าเชื่อเลย ไอ้หนุ่มนี่มันอะไรกันเนี่ย" หัวหน้าคนงานพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตา "พลังเหลือเฟือจริงๆ"

ในขณะที่คนอื่นๆ เริ่มหมดแรงและเริ่มบ่นอุบ อัคคีกลับยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม เขากวาดสายตาไปรอบๆ และสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาด

"นั่นมันอะไรกัน?" เขาพึมพำขณะที่สายตาจับจ้องไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่มุมหนึ่งของท่าเรือ พวกเขากำลังซุบซิบกันอย่างลับๆ และดูเหมือนจะถืออะไรบางอย่างที่ซ่อนไว้ในเสื้อคลุม

"ดูเหมือนจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากลนะ" อัคคีคิดในใจ พลังที่ไหลเวียนในตัวเขากำลังเตือนถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหว!

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ผู้คนกรีดร้อง วิ่งหนีเอาชีวิตรอด กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อัคคีสังเกตเห็นก่อนหน้านี้ ได้เปิดฉากโจมตีใส่กลุ่มคนงานอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังขนย้ายสินค้า

"ช่วยด้วย! พวกมันปล้น!" เสียงตะโกนดังขึ้น

อัคคีมองเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างชัดเจน เขาสัมผัสได้ถึงเจตนาอันโหดร้ายของกลุ่มผู้บุกรุก พลังงานแห่งความชั่วร้ายที่แผ่ออกมามันช่างคุ้นเคยเสียจนน่าขนลุก

"นี่มันไม่ใช่แค่การปล้นธรรมดา" เขาคิดอย่างรวดเร็ว "มีความมืดบางอย่างเข้ามาแทรกแซง"

ความรู้สึกอันคุ้นเคยของพลังที่เคยสถิตอยู่ในตัวเขาได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ใช่พลังที่แข็งแกร่งเท่าเดิม แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาไม่สามารถยืนดูเฉยๆ ได้

"อัคคี! หนีเร็ว!" ก้องที่ยืนอยู่ไม่ไกลตะโกนเตือน

แต่อัคคีกลับไม่ขยับ เขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ไปแล้ว พลังที่ซ่อนเร้นภายในกำลังเรียกร้องให้ถูกปลดปล่อย

เขาตั้งท่า สูดลมหายใจลึกๆ ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ แสงสว่างที่แผ่ออกมานั้นทำให้กลุ่มผู้บุกรุกชะงักงันไปชั่วขณะ

"อะไรกันนั่น!" หนึ่งในผู้บุกรุกอุทานด้วยความตกใจ

เอกที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ถึงกับอ้าปากค้าง เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

อัคคีปล่อยพลังที่ได้จากการหลอมรวมวิญญาณของมหาเทพออกมา เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อทำลายล้าง แต่เพื่อหยุดยั้งการกระทำอันโหดร้าย

"หยุดการกระทำของพวกเจ้าเดี๋ยวนี้!" เสียงของเขาดังกังวาน ราวกับเสียงของฟ้าผ่า

กลุ่มผู้บุกรุกดูเหมือนจะตกตะลึง แต่ก็ยังคงพยายามจะโจมตี อัคคีไม่รอช้า เขากระโดดเข้าใส่กลุ่มคนร้ายอย่างรวดเร็ว ด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์ เขาจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย ปัดป้องอาวุธ และทำให้พวกมันหมดสภาพไปทีละคน

การต่อสู้กินเวลาไม่นานนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องตกตะลึงในสิ่งที่ได้เห็น

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง อัคคีก็ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบ ผู้คนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความหวาดกลัว

"นี่มัน... เป็นไปได้อย่างไร?" หัวหน้าคนงานพึมพำ

เอกเดินเข้ามาหาอัคคีอย่างช้าๆ "นาย... นายเป็นใครกันแน่?"

อัคคีมองไปที่ใบหน้าของทุกคน เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งในตัวเขาเองและในสายตาของผู้คนรอบข้าง เขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว การใช้พลังของมหาเทพในโลกมนุษย์ จะนำพาเขาไปสู่วังวนใดบ้าง?

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีทองที่เคยเรืองรองบนร่างของอัคคีก็พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่แสงที่อ่อนโยนเหมือนตอนรุ่งอรุณ แต่มันคือแสงที่ทรงพลังราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะระเบิด

"เกิดอะไรขึ้น!" ก้องตะโกนถาม

อัคคีรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังพุ่งพล่านภายใน เขาไม่สามารถควบคุมมันได้อีกต่อไป ร่างกายของเขากำลังถูกฉีกกระชาก ราวกับจะถูกดูดเข้าไปในมิติที่มองไม่เห็น

"นี่มัน..." เขาพึมพำอย่างสิ้นหวัง

ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป อัคคีเห็นเงาร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กำลังลอยอยู่เหนือหัวของเขา มันเป็นร่างที่สูงใหญ่ สวมใส่ชุดเกราะสีทองอร่าม ใบหน้าของมันดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

"ศิวะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังมาจากที่ไหนสักแห่ง...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!