ตอนที่ 7 — โล่สวรรค์และมหาเวทแห่งศิวะ

ตอนที่ 7 — โล่สวรรค์และมหาเวทแห่งศิวะ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ · 30 ตอน

แสงอรุณที่เคยสาดส่องเข้ามาให้ความรู้สึกอบอุ่น บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นแสงที่เจิดจ้าจนแสบตา อัคคีสะดุ้งตื่นขึ้นมา ลมหายใจติดขัด กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวอย่างอัตโนมัติ กลิ่นอายที่คุ้นเคย… กลิ่นอายแห่งพลังที่เข้มข้นจนน่าอึดอัด มันไม่ใช่กลิ่นอายของโลกมนุษย์ที่เขาเพิ่งได้สัมผัส ‌แต่เป็นกลิ่นอายที่เขาเคยคุ้นเคยดี… กลิ่นอายแห่งสรวงสวรรค์

เขาผุดลุกขึ้นนั่ง สายตาพลันกวาดมองไปรอบกาย สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่แคร่ไม้เก่าๆ หรือกระท่อมผุพังในสลัม แต่เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา เบื้องบนคือท้องฟ้าสีครามที่ไม่มีเมฆหมอกสักก้อน บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านอยู่ทุกอณู ​ทุกใบหญ้า ทุกดอกไม้ ต่างเปล่งประกายเรืองรอง ราวกับว่ามันมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคยเป็นมา

“นี่มัน… ที่ไหนกันแน่?” อัคคีพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการไม่ได้ใช้งานมานาน ร่างกายของเขายังคงรู้สึกตึงเครียด ‍แต่คราวนี้ไม่ใช่จากความอ่อนล้าจากการปรับตัว หากแต่เป็นความตึงเครียดที่เกิดจากพลังงานอันมหาศาลที่กำลังคุกคาม

เขาจำได้ว่าเมื่อคืนนี้ เขากำลังพยายามทำความเข้าใจกับ “สมาธิ” ที่แม่เฒ่าสอน การได้กลับสู่สภาวะจิตที่สงบ ปล่อยวางความรู้สึกทั้งหมด แต่แล้ว… ‌จู่ๆ โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ราวกับมีพายุหมุนขนาดใหญ่ดูดกลืนเขาเข้าไป

“ข้า… ข้าหลับไปแล้วรึ?” เขาถามตัวเอง พลางลุกยืนขึ้นเต็มตัว แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอย่างแรง แต่กลับไม่รู้สึกร้อนระอุ ‍ราวกับว่าแสงนั้นถูกกรองด้วยอะไรบางอย่าง

ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า เสียงนั้นก้องกังวาน สะท้อนไปทั่วทุ่งหญ้า ทำเอาผืนดินสั่นสะเทือน อัคคีหันขวับไปมอง สิ่งที่เห็นทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง

เบื้องหน้าเขา ห่างออกไปไม่ไกลนัก ​ปรากฏร่างของสัตว์ร้ายขนาดมหึมา มันมีรูปร่างคล้ายหมาป่า แต่ใหญ่โตกว่าหมาป่าทั่วไปหลายเท่า ลำตัวปกคลุมด้วยขนสีดำสนิทราวกับรัตติกาล ดวงตาของมันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน ปลายหางเรียวยาวสะบัดไปมาอย่างเกรี้ยวกราด กรงเล็บแหลมคมฝังลึกเข้าไปในผืนดิน ทำให้เกิดรอยร้าวเป็นทางยาว

“มัน… ​มันไม่ใช่สัตว์ธรรมดาแน่ๆ” อัคคีประเมินด้วยสัญชาตญาณ สิ่งมีชีวิตตรงหน้าแผ่รัศมีแห่งความอันตรายออกมาอย่างชัดเจน พลังงานที่ปะทุออกมาจากร่างของมันนั้นเข้มข้นจนน่าขนลุก

สัตว์ร้ายตนนั้นคำรามอีกครั้ง คราวนี้มันกระโจนเข้าใส่อัคคีด้วยความเร็วสูง สายตาของมันจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา อัคคีพยายามที่จะถอย แต่ร่างของเขากลับแข็งทื่อไปชั่วขณะ ​เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่น่ากลัวถึงเพียงนี้มาก่อน

“ต้อง… ต้องทำอะไรสักอย่าง!” เขาคิดในใจ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาพยายามนึกถึงสิ่งที่แม่เฒ่าสอน การควบคุมจิต การใช้พลัง แต่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ มันช่างยากเย็นเหลือเกิน

ขณะที่กรงเล็บอันแหลมคมของสัตว์ร้ายกำลังจะตะปบลงมา อัคคีก็ยกแขนขึ้นป้องกันตัวโดยสัญชาตญาณ ภาพเบื้องหน้าพลันพร่ามัวไปชั่วขณะหนึ่ง ราวกับมีม่านพลังงานบางๆ ปรากฏขึ้นมาบัง

“พรึ่บ!” เสียงดังเช่นผ้าราคาแพงขาดสะบั้น กรงเล็บของสัตว์ร้ายปะทะเข้ากับม่านพลังงานนั้นอย่างจัง แต่กลับไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ มันเหมือนถูกต้านทานด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น

อัคคีรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านมายังแขนของเขา แต่มันก็ไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด ความเจ็บปวดจากการปะทะมีน้อยกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

“โล่… โล่สวรรค์?” เสียงของเขาสั่นเครือ เขาจำได้ว่าเคยมีตำนานเล่าขานถึง “โล่สวรรค์” ที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งที่สุดของเหล่าเทพ เทพที่ครอบครองโล่นี้จะปลอดภัยจากการโจมตีทุกชนิด

“เป็นไปได้อย่างไร? ข้า… ข้าไม่ได้ตั้งใจจะใช้พลังนี่นา!” อัคคีอุทานด้วยความตกตะลึง

สัตว์ร้ายตนนั้นคำรามอย่างผิดหวัง มันถอยกรูดกลับไปเล็กน้อย สายตาของมันยังคงจับจ้องมาที่อัคคีด้วยความโกรธแค้น มันไม่เคยพบเจอสิ่งมีชีวิตใดที่สามารถต้านทานการโจมตีของมันได้

อัคคีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมสติที่กำลังแตกตื่น เขาจำได้ว่ามีคำสอนเกี่ยวกับ “สมาธิ” ที่จะช่วยให้เขาเข้าถึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามที่จะระลึกถึงความรู้สึกของการได้ครอบครอง “โล่สวรรค์” เมื่อครู่

ภาพของสลัมแออัด ชุมชนที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ยายเฒ่าที่ใจดี แม่ผู้จากไป… ทุกอย่างพลันปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา เขาจำได้ถึงความเจ็บปวด ความสูญเสีย และความหวังที่ยังมีอยู่

“ข้า… ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายข้าอีก!” เสียงของเขาดังขึ้นในห้วงความคิด ความตั้งใจอันแน่วแน่ก่อตัวขึ้นในใจ

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง อัคคีรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขา มันไม่ใช่พลังงานที่ร้อนแรง หรือรุนแรงเหมือนกับที่เขารู้สึกเมื่อครู่ แต่มันเป็นพลังงานที่เยือกเย็น สงบนิ่ง แต่ทรงอานุภาพ

“ถ้าโล่สวรรค์คือการป้องกัน… แล้วอะไรเล่าที่จะเป็นการโจมตี?” เขาครุ่นคิด

ภาพของ “ศิวะ” มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ พลันปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา ศิวะไม่ได้มีเพียงอำนาจในการทำลายล้าง แต่ยังมีอำนาจในการสร้างสรรค์ด้วย

“มหาเวทแห่งศิวะ… การทำลายล้างและการสร้างสรรค์…” อัคคีพึมพำ

เขาเริ่มรวบรวมพลังงานภายใน ความรู้สึกของ “ศิวะ” ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขา ค่อยๆ กลับคืนมาอีกครั้ง เขาจำได้ถึงมหาเวทที่เคยใช้ โบกมือไปเบื้องหน้าเล็กน้อย

“อัคคี… จงพิโรธ!” เขาเปล่งเสียงออกมา

ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงฉานที่เจิดจ้าจนมองแทบไม่เห็นพลันพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา พุ่งตรงไปยังสัตว์ร้ายตนนั้นด้วยความเร็วที่เหนือกว่าแสง

“ฟ่ออออ!” เสียงดังเช่นลมที่ถูกบีบอัดอย่างรุนแรง แสงสีแดงนั้นปะทะเข้ากับร่างของสัตว์ร้ายอย่างจัง

“แคว้กกกกก!” เสียงร้องอันเจ็บปวดของสัตว์ร้ายดังสนั่นหวั่นไหว ร่างกายของมันถูกพลังงานอันมหาศาลกระแทกจนกระเด็นไปหลายเมตร กรงเล็บที่เคยดูแข็งแกร่ง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวผิดรูป

อัคคีรู้สึกได้ถึงพลังที่ปลดปล่อยออกไป มันทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่มันก็คุ้มค่า

“นี่มัน… พลังของข้าเองอย่างนั้นหรือ?” เขาเอ่ยถามตัวเองด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความตกใจและความภาคภูมิใจ

สัตว์ร้ายตนนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ร่างกายของมันเต็มไปด้วยรอยแผล แต่ดวงตาของมันยังคงลุกโชนด้วยความเกรี้ยวกราด มันไม่ยอมแพ้

“เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่? ทำไมเจ้าถึงมีพลังเช่นนี้!” เสียงของสัตว์ร้ายดังก้อง ราวกับว่ามันกำลังพูดเป็นภาษาที่อัคคีเข้าใจได้

“ข้า… ข้าคืออัคคี!” เขาตอบกลับไป แต่ในใจเขารู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์

“เจ้า… เจ้าคือลูกหลานของ ‘ผู้ปกครอง’!” สัตว์ร้ายอุทานด้วยความตกตะลึง ดวงตาของมันเบิกกว้าง

“ผู้ปกครอง? หมายถึงใคร?” อัคคีขมวดคิ้ว

“ถึงแม้เจ้าจะมีพลังอันมหาศาล แต่เจ้าก็ยังอ่อนแอเกินไป! เจ้ายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจ!” สัตว์ร้ายกล่าวเย้ยหยัน “รอให้เจ้าเติบโตขึ้น… รอให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น… แล้วข้าจะกลับมาเผาผลาญเจ้าให้เป็นเถ้าธุลี!”

พลันร่างของสัตว์ร้ายก็สลายกลายเป็นละอองสีดำที่ลอยไปตามสายลม มันหายไปจากสายตาของอัคคีอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

อัคคีมองตามละอองสีดำที่ลอยไปจนลับสายตา เขายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว

“นี่… นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกแห่งนี้อย่างนั้นหรือ?” เขาถามตัวเอง

ความทรงจำเกี่ยวกับ “ศิวะ” และ “โล่สวรรค์” ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในใจของเขา ช่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงกับภาพของสลัมอันแร้นแค้นที่เขาเพิ่งจากมา

“ข้า… ข้าคือใครกันแน่?” คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขา

เขาก้มลงมองฝ่ามือของตัวเอง มือที่เพิ่งปล่อย “มหาเวท” ออกไป มันยังคงรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายใน

“ข้าคืออัคคี… ผู้ที่เกิดใหม่ในโลกมนุษย์… แต่ในขณะเดียวกัน… ข้าก็คือ ‘มหาเทพ’ ผู้สวมวิญญาณ…” เขาพึมพำ

แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลงมา บรรยากาศรอบกายกลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่ในใจของอัคคี ยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น… การผจญภัยที่แท้จริงของมหาเทพผู้สวมวิญญาณเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น… และเขาจะต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเขาให้ได้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!