มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 10 — เปลวเพลิงแห่งความทรงจำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 995 คำ

กลิ่นอายแห่งพลังที่โชยมาปะทะใบหน้าอย่างรุนแรงจนอัคคีแทบทรุดลง เขาจำได้ กลิ่นนี้… กลิ่นแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้มันไม่ได้มาในรูปของความอบอุ่นที่เคยสัมผัสหากแต่อัดแน่นไปด้วยอำนาจที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุณ ภาพเลือนรางของการสลายตัวปรากฏขึ้นในห้วงความคิด สมรภูมิที่เต็มไปด้วยประกายเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าอสูรที่ถูกกลืนกิน ‌ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่างกาย ราวกับอวัยวะภายในกำลังถูกฉีกขาด

“นั่นมัน… นั่นมันคืออะไรกันแน่?” เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก อัคคีพยายามสูดอากาศเข้าปอด แต่กลับรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ร่างกายของเขาเริ่มมีประกายสีทองเรืองรองออกมาทีละน้อย ​คล้ายกับจะถูกจุดไฟจากภายใน

“ข้า… จำได้…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในหัวของอัคคี ไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย เสียงที่เคยได้ยินมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและความยิ่งใหญ่ “นี่คือเปลวเพลิงแห่งการชำระล้าง… ‍พลังที่หลับใหลอยู่ภายในเจ้า”

เปลวเพลิงแห่งการชำระล้าง? อัคคีทวนคำในใจ พลังที่หลับใหล? เป็นไปได้อย่างไร? เขาจำได้ว่าตัวเองคือนักรบรับจ้างธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้ แต่แล้วความทรงจำอันเลือนรางก็ค่อยๆ ฉายชัดขึ้น ‌ภาพของวิหารโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ ภาพของเหล่าเทวะที่สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ภาพของเขา… ศิวะ… เทพผู้พิทักษ์แห่งอัคคี…

“ใช่… ศิวะ…” เสียงทุ้มต่ำในหัวเฉลย “เจ้าคือศิวะ ‍เทพผู้พิทักษ์แห่งอัคคี… ผู้เป็นดั่งดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างชำระล้างสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง… แต่แล้ว… ความผิดพลาดครั้งใหญ่… การลงทัณฑ์… การถูกส่งมายังโลกมนุษย์… และการถูกผนึกพลัง…”

อัคคีทรุดตัวลงกับพื้น สัมผัสของดินเย็นๆ ​ที่ปะทะกับผิวหนังทำให้เขารู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง แต่จิตใจของเขาได้ล่องลอยไปไกลแสนไกล เขาเห็นภาพตัวเองในอดีต ร่างกายสูงใหญ่สง่างาม อาวุธคู่กายที่เปล่งประกาย โล่ห์ที่สลักลวดลายแห่งไฟ และสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ เขาคือศิวะ ​ผู้ที่เหล่าทวยเทพและมนุษย์ต่างเกรงขาม

“แต่เหตุใด… เหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่?” อัคคีถามออกไป เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด “เหตุใดพลังนี้ถึงตื่นขึ้นมาในสถานที่แห่งนี้… ในร่างนี้…?”

“โชคชะตา… หรืออาจจะเป็นความประสงค์ของสวรรค์…” เสียงนั้นตอบกลับอย่างเยือกเย็น ​“เจ้าถูกส่งมายังโลกมนุษย์เพื่อชดใช้ความผิด… และหากเจ้าสามารถผ่านบททดสอบแห่งโลกมนุษย์นี้ไปได้… พลังของเจ้าจะกลับคืนมา… แต่หากล้มเหลว… เจ้าจะถูกลบเลือนไปตลอดกาล…”

ความผิด? บททดสอบ? อัคคีเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น เขาจำได้ถึงความพยายามในการเอาชีวิตรอด ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ ความสิ้นหวังจากการต่อสู้ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าทั้งหมดนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของบททดสอบอันยิ่งใหญ่

“เจ้ากำลังเผชิญหน้ากับอันตรายที่มองไม่เห็น…” เสียงนั้นกล่าวต่อ “เหล่าอสูรร้ายที่คอยจ้องทำลายดวงวิญญาณ… และเหล่าปีศาจร้ายที่แฝงกายอยู่ในโลกมนุษย์… เจ้าต้องใช้พลังที่แท้จริงของเจ้า… เปลวเพลิงแห่งการชำระล้าง… เพื่อขับไล่พวกมันให้พ้นไป…”

อัคคีพยายามลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขายังคงอ่อนแรง แต่ความรู้สึกอึดอัดภายในได้ค่อยๆ คลี่คลายลงแทนที่ด้วยความร้อนแรงที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู กลิ่นอายแห่งพลังที่เคยทำให้เขากลัว บัดนี้กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยและทรงพลัง

“ข้า… ข้าจะไม่ยอมแพ้!” อัคคีประกาศกร้าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ไม่ว่าบททดสอบนี้จะยากเพียงใด… ข้าจะพิสูจน์ตัวเอง… ข้าจะนำเปลวเพลิงแห่งการชำระล้างนี้กลับคืนมา!”

ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบกายอัคคี เปลวเพลิงสีทองบริสุทธิ์เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่กลับแผ่พลังอำนาจที่น่าเกรงขามออกมา ลมหายใจของอัคคีเริ่มสงบลง ความเจ็บปวดทั่วร่างก็จางหายไป กล้ามเนื้อที่เคยเกร็งตึงกลับแข็งแกร่งขึ้น ราวกับได้รับการฟื้นฟู

“ดีมาก… ศิวะ…” เสียงนั้นกล่าวอย่างพึงพอใจ “จงจำไว้… พลังที่แท้จริงมิได้อยู่ที่อำนาจเพียงอย่างเดียว… แต่อยู่ที่จิตใจที่แข็งแกร่ง… และเจตจำนงที่แน่วแน่… จงใช้พลังนี้เพื่อปกป้อง… เพื่อชำระล้าง… และเพื่อนำความยุติธรรมกลับคืนมา…”

ขณะที่อัคคีกำลังดื่มด่ำกับพลังที่เพิ่งค้นพบใหม่ เสียงร้องโหยหวนอันน่าขนลุกก็ดังขึ้นมาจากภายนอกกระท่อม ภาพของอสูรกายรูปร่างบิดเบี้ยว ดวงตาแดงฉาน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาเห็นพวกมันจำนวนหลายสิบตัวกำลังบุกเข้ามา

“อึก… พวกมันมาแล้ว!” เสียงของจิณ เสียงของเพื่อนบ้านที่เคยช่วยเขาไว้ ดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก

อัคคีรีบหันไปมอง ภาพของจิณและชาวบ้านคนอื่นๆ ที่กำลังพยายามต่อสู้กับอสูรกายอย่างสิ้นหวัง ทำให้ความรู้สึกผิดและความรับผิดชอบแล่นปราดเข้ามาในใจ

“ข้าต้องปกป้องพวกเขา!” อัคคีคิดในใจ

เขาตั้งสมาธิ เพ่งจิตไปที่เปลวเพลิงสีทองที่กำลังลุกโชนอยู่รอบกาย มือข้างหนึ่งยกขึ้นชี้ไปยังฝูงอสูรกาย เปลวเพลิงพลันพุ่งทะยานออกไปราวกับสายน้ำเชี่ยว กวาดล้างอสูรกายที่อยู่เบื้องหน้าจนแหลกสลายเป็นจุล

“นี่มัน… นี่มันพลังอะไรกันเนี่ย!” จิณตะโกนด้วยความตกตะลึง

“ข้า… ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน…” อัคคีตอบ พลางมองดูเปลวเพลิงที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่บนฝ่ามือของเขา

แต่ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขาก็รู้ว่านี่คือพลังที่เขาต้องใช้เพื่อปกป้องผู้คนเหล่านั้น อัคคีพุ่งตัวออกไปนอกกระท่อม ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับลม มีเปลวเพลิงสีทองเป็นอาภรณ์

“พวกแก… ไม่มีวันที่จะทำร้ายใครได้อีก!” อัคคีประกาศก้อง เสียงของเขาทรงพลังกว่าที่เคย

เปลวเพลิงสีทองสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันมิได้เป็นเพียงแค่เปลวเพลิง แต่คือดาบแห่งแสงที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งให้เป็นผุยผง อัคคีเหวี่ยงแขนออกไป ดาบแห่งแสงก็พุ่งออกไปตัดผ่านฝูงอสูรกายอย่างรวดเร็ว พวกมันกรีดร้องโหยหวนก่อนจะสลายไปทีละตัว

เหล่าชาวบ้านที่กำลังหวาดกลัว ต่างมองดูอัคคีด้วยความตื่นตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าชายหนุ่มที่เคยอ่อนแออย่างอัคคี จะมีพลังอำนาจมากถึงเพียงนี้

“นั่นมัน… เทพบุตรหรือปีศาจกันแน่?” ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่น

“เขา… เขาคือผู้ช่วยชีวิตของเรา!” จิณตอบเสียงดังฟังชัด

อัคคีต่อสู้กับเหล่าอสูรกายอย่างไม่ลดละ เปลวเพลิงสีทองของเขาแผดเผาไปทั่วบริเวณ ขับไล่ความมืดมิดและความชั่วร้ายออกไป เขาต่อสู้โดยปราศจากความลังเลใดๆ ราวกับว่านี่คือสิ่งที่เขาเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่เมื่อฝูงอสูรกายกลุ่มแรกถูกกำจัดไปหมดสิ้น สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงร้องโหยหวนของอสูรกาย แต่เป็นเสียงคำรามอันทรงพลังที่สั่นสะเทือนไปทั่วป่า

“ระวัง! มันมาแล้ว!” จิณตะโกน

อัคคีเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของเสียง ท่ามกลางหมู่ต้นไม้อันหนาทึบ ปรากฏร่างมหึมาของอสูรกายตัวหนึ่ง มันมีขนาดใหญ่กว่าอสูรกายตัวอื่นๆ หลายเท่า ดวงตาของมันแดงฉานราวกับจะลุกเป็นไฟ ปากของมันเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม และอาวุธที่มันถืออยู่คือกระบองขนาดมหึมาที่สลักลวดลายแห่งความมืด

“นี่มัน… อสูรร้ายระดับ… ข้า…” เสียงทุ้มต่ำในหัวของอัคคีดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก “นี่คืออสูรกายระดับอสุรา… ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย…”

อสูรกายระดับอสุรานั้นปล่อยเสียงคำรามอันทรงพลังออกมาอีกครั้ง มันกวัดแกว่งกระบองคู่กาย ป่าทั้งป่าพลันสั่นสะเทือน ต้นไม้ล้มระเนระนาดราวกับใบไม้

อัคคีรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา ร่างกายของเขาเริ่มสั่นสะท้าน พลังที่เพิ่งได้รับมาใหม่เริ่มดูริบหรี่ลงเมื่อเทียบกับพลังอำนาจของอสูรกายตนนี้

“เจ้า… เจ้าจะสามารถเอาชนะมันได้หรือไม่… ศิวะ?” เสียงทุ้มต่ำในหัวเอ่ยถาม

อัคคีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาจับมือของตัวเองแน่น เปลวเพลิงสีทองรอบกายเริ่มสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง แม้จะรู้สึกหวาดกลัว แต่เขาก็ไม่ยอมถอย

“ข้า… จะลองดู!” อัคคีตอบด้วยเสียงที่หนักแน่น

เขาจ้องมองไปยังอสูรกายระดับอสุราตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นแรง แต่ในขณะเดียวกัน ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผู้บริสุทธิ์ก็หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา

“ถึงแม้ว่าพลังของข้าจะยังไม่สมบูรณ์… แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำร้ายใครได้อีก!” อัคคีตะโกนท้าทาย

ร่างของอัคคีพลันพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เปลวเพลิงสีทองสว่างไสวกว่าที่เคย เขากำลังจะเผชิญหน้ากับบททดสอบที่แท้จริง… บททดสอบที่อาจตัดสินชะตากรรมของเขา… และชะตากรรมของเหล่าผู้คนในชุมชนสลัมแห่งนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!