มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 12 — เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของมหาเทพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,041 คำ

กลิ่นอายแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์โชยมาปะทะใบหน้าอย่างรุนแรงจนอัคคีแทบทรุดลง เขาจำได้ กลิ่นนี้… กลิ่นแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้มันไม่ได้มาในรูปของความอบอุ่นที่เคยสัมผัส หากแต่อัดแน่นไปด้วยอำนาจที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้

“เป็นไปได้อย่างไร?” อัคคีพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า ‌ดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองไปยังต้นกำเนิดของกลิ่นอายอันคุ้นเคยนั้น

เบื้องหน้าเขา ปรากฏภาพที่เหนือจินตนาการ แสงสว่างเจิดจ้าสีแดงเพลิงลุกโชนแผ่กระจายออกมาจากใจกลางของผืนป่าทึบที่เขาเคยคิดว่ารู้จักดี ป่าที่เต็มไปด้วยเงาและความมืดมิด บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน ราวกับว่าผืนป่ากำลังจะหลอมละลายไปกับเปลวเพลิง

“ท่าน… ท่านคือผู้ใด?” ​อัคคีเอ่ยถามออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ จิตใจยังคงสับสน ระหว่างความทรงจำอันเลือนรางของ ‘ศิวะ’ กับความเป็นจริงที่ปรากฏเบื้องหน้า

เสียงตอบกลับมาไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเสียงคำรามกึกก้อง ราวกับเสียงอัสนีบาตฟาดลงมาบนพื้นโลก ‍เปลวเพลิงตรงหน้าพลุ่งพล่านรุนแรงขึ้นอีก คลื่นความร้อนแผ่ซ่านมาถึงตัวเขา แม้จะอยู่ห่างไกลออกไปหลายสิบเมตร

“นี่ไม่ใช่… พลังของมนุษย์” อัคคีพึมพำอีกครั้ง สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่แทรกซึมอยู่ทุกอณูของพลังนั้น พลังที่เก่าแก่ ทรงพลัง ‌และน่าเกรงขามอย่างยิ่ง

ทันใดนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางเปลวเพลิง ร่างนั้นสูงตระหง่าน แข็งแกร่งราวกับภูผา ผิวสีเข้มทอประกายราวกับโลหะขัดเงา ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองที่สะท้อนประกายของไฟศักดิ์สิทธิ์ ร่างนั้นสวมอาภรณ์สีแดงเลือดหมู ประดับด้วยเครื่องประดับทองคำอันวิจิตรบรรจง ‍ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ล้อมรอบ เขาดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างที่สุด

“เจ้า… รู้จักข้า?” เสียงทุ้มต่ำ ดุดัน แต่ก็แฝงไปด้วยอำนาจดุจสายฟ้าฟาด ดังขึ้นในโสตประสาทของอัคคี

อัคคีเบิกตากว้างขึ้นอีก เขาจำได้… ​รูปลักษณ์นี้… เสียงนี้… แม้จะเป็นเพียงภาพเลือนรางในความทรงจำ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้

“ศิวะ…” อัคคีเรียกชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา

ร่างกลางเปลวเพลิงหัวเราะเสียงดัง ฟังดูคล้ายเสียงฟ้าร้องกึกก้อง “ศิวะ… นานเท่าใดแล้วนะ ​ที่ข้าไม่ได้ยินนามนั้นถูกเอ่ยขานจากสิ่งมีชีวิตที่ยังคงมีลมหายใจ”

“ท่าน… ท่านคือท่านจริงๆ รึ?” อัคคีถามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“แล้วเจ้าเล่า… ‘อัคคี’ เจ้าเป็นใครกันแน่? เหตุใดจิตวิญญาณของเจ้าจึงได้สัมผัสถึงเปลวเพลิงแห่งข้าได้?” มหาเทพศิวะเอ่ยถาม ​ดวงตาเปลวเพลิงจับจ้องมาที่อัคคี

อัคคีพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมถึงได้พบกับมหาเทพที่เขาเคยเป็น

“ข้า… ข้าไม่รู้” อัคคีตอบตามความจริง “ข้าเพียงแต่… รู้สึกได้ถึงพลังนี้… และจำได้… เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของข้า”

“ส่วนหนึ่งของเจ้า?” ศิวะเลิกคิ้วสูง เปลวเพลิงในดวงตาพลันสว่างวาบขึ้น “น่าสนใจ… เจ้าไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยคำสาป หรือถูกครอบงำด้วยมนต์มายาใดๆ แต่จิตวิญญาณของเจ้ากลับตอบสนองต่อพลังแห่งข้าโดยตรง”

ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา จู่ๆ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังของอัคคี

“ใครอยู่ที่นั่น!” เสียงตะโกนดังขึ้นมา

อัคคีและศิวะหันไปมองพร้อมกัน ปรากฏร่างของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้ามอมแมม แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย พวกเขาถืออาวุธที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆ มีดสั้น หอกไม้ และกระบอง

“พวกเราเห็นแสงไฟนั่น!” หัวหน้ากลุ่มพูดเสียงดัง “ต้องมีอะไรดีๆ อยู่ที่นี่แน่!”

“พวกเจ้า… ไม่ควรมาที่นี่” อัคคีเตือน สีหน้าเคร่งขรึม

“หุบปากไปเลยเจ้าเด็กเวร!” ชายอีกคนพูดขึ้น “นี่มันเขตของพวกเรา!”

กลุ่มโจรป่าแห่งสลัมได้เข้ามาถึงบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์ประหลาด พวกเขามองเห็นเพียงเปลวเพลิงที่ลุกโชน แต่ไม่เห็นร่างอันน่าเกรงขามของศิวะ เนื่องจากอัคคีเป็นผู้เดียวที่ถูกปลุกเร้าให้รับรู้ถึงพลังนั้น

“แสงนั่น…มาจากไหน?” โจรคนหนึ่งถาม พลางชี้ไปยังใจกลางของเปลวเพลิง

“ไม่รู้สิ แต่ข้าว่าต้องมีสมบัติแน่ๆ!” หัวหน้ากลุ่มพูดอย่างโลภ

“พวกเจ้า… กำลังทำผิดมหันต์” ศิวะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เสียงของเขาดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ แม้แต่พวกโจรเองก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง

“เสียงอะไรวะ?” โจรคนหนึ่งถาม พลางมองซ้ายมองขวา

“ใครพูด!” อีกคนตะโกนตอบ

“พวกเจ้า… ไม่ได้เห็นข้า?” ศิวะถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

พวกโจรยังคงมองหาต้นเสียง แต่ก็ไม่พบสิ่งใดนอกจากอัคคีที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“แก! แกเรียกพวกมาหรือไง!” หัวหน้ากลุ่มตะโกนใส่หน้าอัคคี

“ข้าไม่ได้เรียกใครมา” อัคคีตอบ “แต่พวกเจ้ากำลังจะพบกับหายนะ”

“พูดมาก! จับมันมา!” หัวหน้ากลุ่มออกคำสั่ง

พวกโจรพุ่งเข้าใส่อัคคีอย่างรวดเร็ว อัคคีไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขาเพียงแค่ถอยหลังไปเล็กน้อย พร้อมกับยกมือขึ้น

“พวกเจ้า… ควรจะหยุด” อัคคีกล่าว

ขณะที่พวกโจรยื่นมือจะคว้าตัวอัคคี พลังงานบางอย่างก็ระเบิดออกมาจากตัวอัคคีอย่างฉับพลัน

“ตูม!”

แรงระเบิดนั้นไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่มันทำให้พวกโจรทั้งหมดกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“นี่มัน… พลังอะไร!” หัวหน้ากลุ่มร้องอุทาน

“พลังที่เจ้าไม่มีวันเข้าใจ” อัคคีตอบ ดวงตาของเขาเริ่มมีประกายสีแดงเรื่อๆ

“แก… เก่งนี่!” หัวหน้ากลุ่มพูดพลางยิ้มร้าย “แต่แกคงจะรับมือพวกเราทั้งหมดไม่ไหวหรอก!”

พวกโจรพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง พวกเขาเห็นอัคคีที่ยืนนิ่ง แต่รอบตัวเขากลับมีเปลวไฟสีแดงสว่างขึ้นมาเล็กน้อย

“ข้า… ไม่ได้อยากทำร้ายพวกเจ้า” อัคคีพูด “แต่พวกเจ้า… ก็เลือกทางของพวกเจ้าเอง”

ทันใดนั้น อัคคีก็ปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิมมาก พลังแห่งเปลวไฟสีแดงเพลิงลุกโชนขึ้นรอบตัวเขา สว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อยๆ

“อ๊ากกกก!”

พวกโจรส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พวกเขาไม่เคยพบเจอความร้อนแรงขนาดนี้มาก่อน เปลวไฟที่ล้อมรอบอัคคีไม่ได้เผาไหม้เพียงร่างกาย แต่ยังแผดเผาจิตใจของพวกเขาด้วย

“นี่คือ… พลังของข้า!” อัคคีตะโกน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วผืนป่า “พลังที่… ศิวะ… เคยประทานให้ข้า!”

พวกโจรที่ยังพอมีสติ ต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศคนละทาง พวกเขารู้ดีว่าเจอของแข็งเข้าให้แล้ว

เมื่อพวกโจรหายไปหมดแล้ว อัคคีก็ค่อยๆ ปล่อยพลังที่แผ่ซ่านออกไป เปลวไฟรอบตัวเขาก็หรี่ลง จนเหลือเพียงแค่ประกายสีแดงจางๆ ในดวงตา

“เจ้า… ช่างน่าสนใจเสียจริง” ศิวะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ร่างของเขายังคงปรากฏอยู่กลางเปลวเพลิงอันศักดิ์สิทธิ์ “พลังแห่งเปลวไฟนั้น… แม้จะอ่อนแรงกว่าของข้า แต่ก็แฝงไว้ด้วยจิตวิญญาณแห่งการทำลายล้างและการสร้างสรรค์… จิตวิญญาณเดียวกับที่ข้าเคยครอบครอง”

“ท่าน… ท่านหมายความว่าอย่างไร?” อัคคีถาม

“หมายความว่า… เจ้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา” ศิวะกล่าว “บางที… การสูญเสียความทรงจำของเจ้า อาจจะเป็นเพียงหนทางหนึ่ง… ที่จะนำเจ้ากลับมาสู่ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า”

“ตัวตนที่แท้จริงของข้า?” อัคคีทวนคำ

“ใช่… ศิวะ” ศิวะตอบ “จิตวิญญาณของมหาเทพ… ผู้ทำลายล้างและผู้สร้างสรรค์… ผู้ที่เคยเป็นหนึ่งเดียวกับเปลวเพลิงอันบริสุทธิ์”

อัคคีรู้สึกราวกับถูกกระแทกอย่างแรงด้วยคำพูดของศิวะ ความทรงจำที่เลือนรางเริ่มกลับมาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภาพของเปลวเพลิงอันยิ่งใหญ่ ภาพของพลังอันไร้ขีดจำกัด ภาพของความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง

“ข้า… เป็น… ศิวะ?” อัคคีถามด้วยเสียงสั่นเครือ

“ใช่… เจ้าคือศิวะ” ศิวะยืนยัน “แต่ตอนนี้… เจ้าได้เลือกที่จะเดินบนเส้นทางของ ‘อัคคี’ มนุษย์ธรรมดา… ที่ต้องเผชิญหน้ากับโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก”

“แล้ว… ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่?” อัคคีถาม

“ข้า… ถูกดึงดูดมายังจิตวิญญาณของเจ้า” ศิวะตอบ “พลังที่กำลังตื่นขึ้นในตัวเจ้า… มันคือเปลวเพลิงแห่งมหาเทพ… และข้า… คือผู้ที่เคยครอบครองเปลวเพลิงนั้น”

“แล้ว… ข้าจะทำอย่างไรต่อไป?” อัคคีถาม

“นั่น… คือสิ่งเจ้าต้องค้นหาด้วยตัวของเจ้าเอง” ศิวะกล่าว “ข้าได้มอบเปลวเพลิงแห่งมหาเทพให้เจ้า… แต่เจ้าจะใช้มันอย่างไร… นั่นขึ้นอยู่กับเจ้า”

ทันใดนั้น เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่ล้อมรอบร่างของศิวะก็พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แสงเจิดจ้าจนอัคคีต้องยกมือขึ้นบังตา

“ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว” ศิวะกล่าว “จงค้นหาความหมายที่แท้จริงของ ‘อัคคี’ และ ‘ศิวะ’ ในตัวเจ้า… และจงเตรียมพร้อม… สำหรับสิ่งที่จะมาถึง”

เมื่อแสงสว่างจางลง ร่างของศิวะก็หายไปจากสายตาของอัคคี เหลือเพียงผืนป่าที่กลับคืนสู่สภาพปกติ แต่ในใจของอัคคี กลับเต็มไปด้วยความสับสนและความตื่นเต้น

เขาคือศิวะ… มหาเทพผู้สวมวิญญาณ… แต่เขาก็คืออัคคี… มนุษย์ธรรมดาที่กำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

อัคคีมองไปยังมือของตนเอง เขาเห็นเปลวไฟสีแดงจางๆ กำลังลุกโชนอยู่บนฝ่ามือ

“ข้า… จะทำอย่างไรต่อไป?” เขาถามตัวเองอีกครั้ง

คำตอบยังคงล่องลอยอยู่ในอากาศ แต่เขารู้ดีว่า การเดินทางของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง… การเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตราย พลังอำนาจ และความลับที่รอการเปิดเผย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!