มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 13 — เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ปะทะ เงาทมิฬ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,108 คำ

กลิ่นอายแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่รุนแรงจนแทบจะเผาผลาญอากาศรอบกาย บีบคั้นให้อัคคีทรุดตัวลง เข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นดินป่าอย่างแรง เศษใบไม้แห้งปลิวกระจายไปรอบกาย แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแรง ทว่าจิตสำนึกอันเฉียบคมของเขา กลับตื่นตัวอย่างถึงขีดสุด กลิ่นนี้… ‌มันไม่ใช่เพียงกลิ่นอายแห่งพลังอันมหาศาลที่เคยสัมผัสเมื่อครั้งดำรงอยู่ในฐานะเทพ แต่เป็นกลิ่นที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน สิ้นหวัง และ… ความเจ็บปวด?

"เป็นไปไม่ได้…" เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากของอัคคี เขาพยายามข่มอาการปวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่าง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความสงบนิ่ง ​บัดนี้ฉายแววตื่นตระหนก เขาจำได้ดีถึงเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง มันคือพลังแห่งการสร้างสรรค์และทำลายล้างอันไร้ขีดจำกัด ทว่ากลิ่นอายที่ลอยมาในยามนี้ กลับแฝงไว้ด้วยความโกรธแค้นที่สั่นสะท้านถึงแก่นแท้ของสรรพสิ่ง

เงาทมิฬที่กำลังคืบคลานเข้ามาในป่าลึกแห่งนี้ ช่างเยียบเย็นและเต็มไปด้วยเจตนาร้าย กลิ่นอายของมันช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่พยายามสาดแสงเพื่อต่อต้าน แสงสว่างที่อ่อนแรงกำลังถูกกลืนกินไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็นเหยื่ออันโอชะ

"เจ้า… ‍เจ้ามันเป็นใครกันแน่?" อัคคีตะโกนถามออกไป เสียงสะท้อนก้องกังวานไปทั่วป่า แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ราวกับกำลังเยาะเย้ย

ทันใดนั้นเอง ร่างสูงโปร่งของชายปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา แสงสว่างจากเงาทมิฬที่ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ บดบังใบหน้าเอาไว้อย่างมิดชิด ‌ทว่าอัคคีกลับสัมผัสได้ถึงสายตาเย็นชาที่จ้องมองมาอย่างอาฆาตแค้น

"อัคคี… นามที่ถูกลืมเลือน" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากร่างนั้น น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม "เจ้าคิดว่าการลงมาจุติในร่างมนุษย์อันต่ำต้อย จะทำให้เจ้าหนีพ้นชะตากรรมไปได้งั้นรึ?"

อัคคีพยายามยันกายลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับไม่ยอมตอบสนอง ราวกับถูกตรึงด้วยพลังงานบางอย่าง ‍เขาเงยหน้ามองร่างปริศนาด้วยความไม่เข้าใจ "เจ้า… รู้จักข้า?"

"แน่นอน" เงาทมิฬหัวเราะเยาะ "ข้าเฝ้ามองเจ้ามาตลอด ตั้งแต่ครั้งที่เจ้ายังเป็นศิวะ จอมเทพผู้ยิ่งใหญ่ จนถึงวันที่เจ้าเลือกที่จะสลัดทิ้งทุกสิ่ง ​และมาเป็นอัคคี…"

"ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้?" อัคคีถามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ทำไมเจ้าถึงปลุกเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาในสภาพที่มันกำลังจะสูญสิ้น?"

"เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์…" เงาทมิฬเอ่ยซ้ำ "มันคืออำนาจที่แท้จริง เป็นพลังที่ถูกช่วงชิงไปจากข้า! และบัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่มันจะต้องกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง!"

"ช่วงชิงไปจากเจ้า?" ​อัคคีขมวดคิ้ว "เจ้ากำลังพูดถึงอะไร ข้าไม่เคยช่วงชิงสิ่งใดจากใคร"

"หลอกลวง!" เงาทมิฬตะโกนก้อง "เจ้ามันก็แค่เทพอีกตนหนึ่งที่เอาเปรียบผู้อื่น! เจ้าใช้พลังของเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่ตนเอง แต่หารู้ไม่ว่า พลังนั้น… ​คือส่วนหนึ่งของข้า!"

ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นในใจของอัคคี เขารู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์กับพลังงานอันดำมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายปริศนา ความเจ็บปวดที่รู้สึกได้จากเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นั้น… มันคือความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิตที่ถูกพรากเอาส่วนหนึ่งของตนเองไป

"เป็นไปไม่ได้…" อัคคีพึมพำ "เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์… มันคือพลังบริสุทธิ์แห่งการสร้างสรรค์…"

"บริสุทธิ์งั้นรึ?" เงาทมิฬเย้ยหยัน "เจ้าหลอกตัวเองได้ลงคอ! พลังทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ เจ้าเลือกที่จะใช้เพียงด้านเดียว ส่วนข้า… ข้าเลือกที่จะดำรงไว้ซึ่งทุกด้าน! และบัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะทวงคืนสิ่งที่ข้าสูญเสียไป!"

เมื่อสิ้นเสียง ร่างของเงาทมิฬก็พุ่งเข้าใส่อัคคีอย่างรวดเร็ว ปล่อยคลื่นพลังงานอันดำมืดออกมาปะทะเข้ากับร่างของเขา อัคคีพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเพื่อป้องกัน แต่ร่างกายที่อ่อนแอของมนุษย์นั้น ไม่อาจทานทนต่อพลังอันมหาศาลได้

"อัคคี… จงจำไว้!" เงาทมิฬตะโกนก้องขณะที่คลื่นพลังงานกำลังจะกลืนกินเขา "เปลวเพลิงแห่งศรัทธา… ไม่เคยดับสูญ! มันเพียงแค่รอคอยเวลาที่จะลุกโชนอีกครั้ง!"

ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกสิ่งจะมืดดับลง อัคคีกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกอบอุ่นที่แทรกซึมเข้ามาในจิตวิญญาณ ราวกับมีเปลวเพลิงเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน

"ศรัทธา…" อัคคีพึมพำกับตัวเอง "หากเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์คือพลัง… แล้วศรัทธาเล่า… คือสิ่งใด?"

ภาพสุดท้ายที่ปรากฏในห้วงคำนึงของเขาก่อนจะหมดสติไป คือภาพของเปลวเพลิงสีทองอร่ามที่ลุกโชนขึ้นอย่างอ่อนโยน ท่ามกลางความมืดมิดของป่าลึก


เมื่ออัคคีลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งแรกที่เขารับรู้คือกลิ่นอายของดินและใบไม้ที่ชื้นแฉะ ร่างกายของเขายังคงปวดเมื่อยไปทั่วทว่าความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยมีเมื่อครู่ ได้จางหายไปแล้ว เขาลุกขึ้นนั่งสำรวจรอบกาย พบว่าตนเองนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ผิวเปลือกไม้หยาบกร้านให้สัมผัสที่คุ้นเคย

"ข้า… รอดมาได้อย่างไร?" เขาถามตัวเอง พลางนึกถึงใบหน้าของเงาทมิฬและเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่เกือบจะกลืนกินเขา

ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่แทรกตัวอยู่ระหว่างกิ่งก้านของต้นไม้ มันคือวัตถุเรืองแสงสีทองอร่าม ขนาดเท่ากำปั้น มีลักษณะคล้ายเปลวเพลิงที่ถูกแช่แข็งเอาไว้

"นี่มัน…?" อัคคีเอื้อมมือเข้าไปหยิบจับอย่างระมัดระวัง เมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับวัตถุนั้น ความอบอุ่นอันแผ่วเบาแต่คุ้นเคยก็แล่นผ่านเข้ามาในร่าง มันคือความรู้สึกเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเทพ!

"เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์…" เขากระซิบเสียงเบา "แต่… ทำไมมันถึงมาอยู่ในร่างนี้ได้?"

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาก็ดังขึ้น อัคคีรีบเก็บวัตถุเรืองแสงนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์

ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา เธอมีใบหน้าสวยงามแต่ดูอ่อนล้า สวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างเรียบง่าย แต่ก็บ่งบอกถึงการเดินทางอันยาวนาน ดวงตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง ก่อนจะหยุดลงที่อัคคี

"ท่าน… เป็นใคร?" หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ

อัคคีมองสำรวจเธออย่างพิจารณา ก่อนจะตอบไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ข้าเป็นเพียงนักเดินทางที่หลงทาง แล้วท่านเล่า… มาทำอะไรในป่าแห่งนี้?"

"ข้า… ข้ากำลังตามหาสมุนไพรวิเศษ" หญิงสาวตอบ "แต่ดูเหมือนว่าข้าจะหลงทางเสียแล้ว"

"สมุนไพรวิเศษ?" อัคคีเลิกคิ้ว "ในป่าแห่งนี้หรือ?"

"ใช่" หญิงสาวพยักหน้า "มีข่าวลือว่ามีสมุนไพรที่สามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ แต่ก็มีอันตรายมากมายที่คอยขวางกั้น"

อัคคีครุ่นคิด เขาจำได้ว่าในตำนานโบราณเคยกล่าวถึงป่าแห่งนี้ว่ามีพืชพรรณวิเศษหายากอยู่มากมาย แต่ก็มีสัตว์ร้ายและสิ่งลี้ลับที่คอยปกปักรักษาอยู่เช่นกัน

"ข้าเองก็กำลังจะเดินทางออกจากป่านี้พอดี" อัคคีเสนอ "หากท่านไม่รังเกียจ เราอาจจะเดินทางไปด้วยกันได้"

หญิงสาวมองอัคคีด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงใจของเขา เธอก็ตัดสินใจตอบรับ "ขอบคุณท่านมาก… ข้าชื่อ 'เมขลา'"

"ส่วนข้า… เรียกว่า 'อัคคี'"

ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนา อัคคีพลันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่คุ้นเคยอีกครั้ง มันไม่ใช่กลิ่นอายของเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นพลังงานที่เยียบเย็นและดำมืด ราวกับเงาทมิฬที่เขาได้เผชิญหน้าเมื่อครู่!

"แย่แล้ว!" อัคคีอุทานในใจ "มันตามมาถึงที่นี่แล้ว!"

คลื่นพลังงานนั้นกำลังแผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว ทำเอาเหล่าสัตว์ป่าทั้งหลายตื่นตระหนกและแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง

"เกิดอะไรขึ้น?" เมขลาถามด้วยความตกใจ

"ไม่ทราบขอรับ" อัคคีตอบ "แต่ดูเหมือนว่าจะมีอันตรายกำลังใกล้เข้ามา"

เขาหันไปมองทิศทางที่คลื่นพลังงานแผ่ออกมา ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังเงาตะคุ่มๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางหมู่ไม้

"ข้าว่า… เราควรจะรีบไปจากที่นี่" อัคคีพูดเสียงเครียด

แต่แล้ว… ก็สายเกินไป

จากเงามืดนั้น ร่างของเงาทมิฬก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีร่างของอสูรกายขนาดมหึมา ปรากฏกายขึ้นเคียงข้าง! ร่างกายของมันเต็มไปด้วยเกล็ดสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉานส่องประกายราวกับถ่านเพลิง ปากของมันอ้ากว้าง เผยให้เห็นฟันแหลมคมที่น่าสะพรึงกลัว

"ดูเหมือนว่า… ข้าจะเจอเพื่อนใหม่เสียแล้ว" เงาทมิฬกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "และเจ้า… ก็เป็นเป้าหมายของข้าเช่นกัน!"

อัคคีรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากอสูรกายตนนั้น นี่คือพลังที่แข็งแกร่งกว่าที่เขาเคยเผชิญหน้ามาทั้งหมด!

"ศิวะ… จงรับรู้เอาไว้!" เงาทมิฬตะโกนก้อง "ว่าเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้าง… ได้กลับมาแล้ว!"

ใบหน้าของอัคคีซีดเผือด เขาจำได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของอสูรกายตนนี้ มันคือ "อัคคีวร" อสูรโบราณที่เคยถูกผนึกเอาไว้ด้วยพลังของเหล่าทวยเทพ!

"เป็นไปได้อย่างไร…" อัคคีพึมพำ "พลังของอัคคีวร… เหตุใดมันถึงกลับมาปรากฏได้อีกครั้ง?"

ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา การปรากฏตัวของเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังสั่นคลอนนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัย! และบัดนี้… หายนะที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว!


(จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? อัคคีจะสามารถเอาชนะอัคคีวรและเงาทมิฬได้หรือไม่? พลังของเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่เขาได้รับมานั้น จะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องเขาและเมขลาได้หรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อไป!)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!