ลมหายใจของอัคคีติดขัด ลำคอแห้งผากราวกับถูกเผาไหม้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ แต่ประกายตาของเขากลับลุกโชนขึ้นด้วยความมุ่งมั่น จิตสำนึกที่เคยเลือนรางพลันกลับมาคมชัดอีกครั้ง เขาตระหนักดีว่ากลิ่นอายแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่สัมผัสได้นั้น ไม่ใช่การมาเยือนอย่างเป็นมิตร แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้น
“นี่มัน… พลังแห่งการทำลายล้าง” อัคคีพึมพำ เสียงแหบพร่า เขาจำได้ถึงความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี ในอดีตชาติอันยาวนานเมื่อครั้งที่เขายังคงเป็น ‘ศิวะ’ มหาเทพแห่งการทำลายล้างและสรรค์สร้าง เปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างนี้เป็นเสมือนอวตารส่วนหนึ่งของเขา เป็นพลังที่สามารถชำระล้างสิ่งไม่ดีให้สิ้นซาก แต่ในขณะเดียวกันก็พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
“ใครกัน… ที่กล้าปลุกพลังนี้ขึ้นมาอีกครั้ง?” คำถามผุดขึ้นในใจของอัคคี หากเป็นเพียงพลังธรรมดาทั่วไป เขาคงไม่รู้สึกถึงความกดดันเช่นนี้ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานี้มันเข้มข้น รุนแรง และแฝงไปด้วยเจตนาที่ยากจะหยั่งถึง
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าแยกออกเป็นสองส่วน ดังสะท้อนมาจากใจกลางป่าลึก แสงสีแดงเพลิงอันเจิดจ้า พวยพุ่งทะลุยอดไม้สูงตระหง่านขึ้นสู่ท้องฟ้า ท่ามกลางแสงนั้น ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตโบราณตนหนึ่ง มันคือ ‘อัครา’ สัตว์อสูรแห่งเปลวเพลิงผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกผนึกมานานนับพันปี บัดนี้โซ่ตรวนแห่งการผนึกได้สลายไป เหลือเพียงอัคคีแห่งความแค้นที่พร้อมจะปลดปล่อยออกมา
“เจ้า… เจ้ากล้าปลุกข้าขึ้นมา!” เสียงอันทรงพลังของอัคราดังก้องไปทั่วป่า มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความกระหายในการทำลายล้าง ร่างกายของอัคราถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ลุกไหม้อย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของมันส่องประกายดั่งถ่านไฟที่กำลังคุโชน
อัคคีพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนแอ แต่จิตใจกลับเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม เขาต้องหยุดอัคราให้ได้ หากปล่อยให้มันอาละวาดต่อไป โลกใบนี้คงไม่เหลืออะไร
“อัครา! เจ้าหลงลืมไปแล้วหรือว่าที่นี่คือดินแดนแห่งมนุษย์ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเจ้า!” อัคคีตะโกนกลับไป เสียงของเขายังคงแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ
อัคราหัวเราะเสียงดัง ร่างกายของมันสั่นสะเทือน เปลวเพลิงที่ลุกโชนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น “ฮ่าๆๆ มนุษย์! เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า! ข้าคืออัครา ผู้เป็นอมตะ! ผู้ที่เคยเผาผลาญอาณาจักรของเจ้าให้เป็นเถ้าถ่าน!”
“นั่นมันอดีต!” อัคคีกล่าว “บัดนี้โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว เจ้าไม่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งได้ตามใจชอบอีกต่อไป!”
“หึ! น่าขัน!” อัคราเยาะเย้ย “ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าพลังแห่งเปลวเพลิงของข้านั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด!”
ทันใดนั้น อัคราก็เงื้อกรงเล็บอันแหลมคมขึ้น เตรียมจะพ่นเปลวเพลิงอันร้อนแรงออกมา อัคคีรู้ดีว่าหากโดนเปลวเพลิงนั้นเข้า จะต้องถึงแก่ความตายอย่างแน่นอน เขาตัดสินใจรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขาหลับตาลง จินตนาการถึงเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่เคยอยู่คู่กับเขามานาน
“เปลวเพลิงแห่งมหาเทพ… จงสถิตอยู่!”
เสียงของอัคคีดังขึ้นพร้อมกับเปลวเพลิงสีทองอร่ามที่ลุกไหม้ขึ้นรอบตัวเขา เปลวเพลิงนี้แตกต่างจากเปลวเพลิงของอัครา มันไม่ได้มีเจตนาที่จะเผาผลาญ แต่แฝงไปด้วยพลังแห่งการชำระล้างและทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย
อัคราตกตะลึงกับเปลวเพลิงสีทองที่ปรากฏขึ้น “นี่มัน… เป็นไปไม่ได้! เปลวเพลิงแห่งมหาเทพ! เจ้า… เจ้าเป็นใครกันแน่?”
“ข้าคืออัคคี! ผู้ที่ถูกเลือกให้มาปกป้องโลกใบนี้!” อัคคีตะโกนกลับ พลางพุ่งเข้าใส่ร่างของอัครา
การปะทะกันของสองเปลวเพลิงเป็นไปอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีแดงฉานของอัคราปะทะกับเปลวเพลิงสีทองอร่ามของอัคคี สร้างคลื่นพลังงานมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปทั่วป่า ต้นไม้ใหญ่รอบข้างหักโค่นลง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
อัคคีใช้ทักษะและความรู้ที่สั่งสมมาจากการเป็นมหาเทพมาต่อกรกับอัครา เขารู้จุดอ่อน จุดแข็งของสัตว์อสูรแห่งเปลวเพลิงเป็นอย่างดี การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด อัคราพยายามใช้เปลวเพลิงของมันเผาผลาญอัคคี แต่เปลวเพลิงสีทองของอัคคีกลับสามารถต้านทานและชำระล้างเปลวเพลิงนั้นได้
“อย่าดูถูกข้า! ข้าคืออัครา! ผู้ที่จะพิชิตทุกสิ่ง!” อัคราคำราม พลางพ่นเปลวเพลิงที่เข้มข้นกว่าเดิมออกมา
อัคคีสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่กำลังคืบคลานเข้ามา พลังของเขาเริ่มจะหมดลง เขาต้องหาทางยุติการต่อสู้ครั้งนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด
“เปลวเพลิงอัสนีแห่งมหาเทพ… จงเปิดออก!”
ทันใดนั้น ร่างของอัคคีก็สว่างวาบขึ้น เปลวเพลิงสีทองรอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ราวกับสายฟ้าที่กำลังจะฟาดลงมา พลังงานมหาศาลพุ่งทะลุออกจากร่างของเขา สร้างแรงดันอากาศที่ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวหยุดนิ่ง
อัคราเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “นี่มัน… พลังที่เหนือกว่าเปลวเพลิง… พลังแห่งอัสนี!”
“ใช่แล้ว! นี่คือพลังสูงสุดของมหาเทพ! พลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งชั่วร้ายให้สิ้นซาก!” อัคคีตะโกนก้อง
พลันนั้น อัคคีก็ปล่อยเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ออกมา พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของอัครา เปลวเพลิงนั้นไม่ได้มีรูปทรงที่แน่นอน แต่เหมือนกับสายฟ้าที่กำลังฟาดลงมา มันพุ่งทะลวงผ่านร่างของอัคราอย่างรวดเร็ว
อัครากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มสลายไปเป็นผงคลีสีดำที่ลอยละล่องไปตามแรงลม
“ไม่… เป็นไปไม่ได้… ข้า… ข้าจะกลับมา…!” เสียงของอัคราค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับร่างที่สลายสลายไปจนหมดสิ้น
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ก็ค่อยๆ จางหายไปจากร่างของอัคคี เขทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย
“ข้า… ทำสำเร็จแล้ว” อัคคีพึมพำ เขามองไปรอบๆ ป่าที่เคยเต็มไปด้วยความงดงาม บัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ ต้นไม้ใหญ่หักโค่น ก้อนหินแตกกระจาย
แต่ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
“การปลุกอัคราขึ้นมา… ใครกันที่อยู่เบื้องหลัง?” อัคคีครุ่นคิด ความคิดของเขากลับไปที่ต้นเหตุของการปลุกอัครา เขาเชื่อว่าต้องมีใครบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้
เขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ยังคงแฝงตัวอยู่ในป่าแห่งนี้ ไม่ใช่พลังของอัครา แต่เป็นพลังที่ซับซ้อนและยากจะหยั่งถึง
“บางที… การเผชิญหน้ากับอัครา… อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น” อัคคีมองเข้าไปในป่าลึกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาจะตามหาตัวการที่อยู่เบื้องหลัง และเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้ได้
แม้จะอ่อนแรง แต่จิตใจของอัคคีก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกใบนี้ เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อเผชิญหน้ากับอันตรายที่รออยู่ข้างหน้า
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกลจากตัวเขา มันไม่ใช่พลังแห่งเปลวเพลิง แต่เป็นพลังงานที่เย็นเยียบและน่าขนลุก
“มีใครอีก…?” อัคคีขมวดคิ้ว
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล สายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่เขารู้สึกถึงพลังงานนั้น
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร… ข้าจะเผชิญหน้ากับเจ้า!” อัคคีประกาศกร้าว
แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวไป เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในอากาศราวกับมาจากทุกทิศทาง
“เจ้า… ยังอ่อนแอเกินไป… ศิวะ…”
คำพูดนั้นทำให้ร่างของอัคคีแข็งทื่อ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ใคร… ใครกันที่เรียกชื่อข้า…?”
ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในป่า ปกคลุมทุกสิ่งราวกับจะกลืนกินแสงสว่างที่ยังคงเหลืออยู่
อัคคีรู้สึกถึงอันตรายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมกำลังคืบคลานเข้ามา การต่อสู้ครั้งนี้… อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด…
(สิ้นสุดตอนที่ 14)

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก