มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 20 — เปลวเพลิงแห่งสวรรค์ประทับตรา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,017 คำ

อัคคีลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาสะท้อนประกายสีทองอร่ามราวกับถูกหลอมรวมเข้ากับเปลวเพลิงแห่งการชำระล้างที่เคยลุกโชนภายใน เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง พลังที่บริสุทธิ์และเปี่ยมล้น จนแทบจะระเบิดออกมาจากกายเนื้ออันบอบบางนี้ ร่างกายของเขาที่เคยอ่อนแรงราวกับจะแตกสลาย บัดนี้แข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ กล้ามเนื้อทุกมัดกระชับแน่น ‌เส้นเลือดที่เคยเต้นตุบๆ อย่างอ่อนแรง บัดนี้กลับเต้นรัวด้วยจังหวะแห่งพละกำลังที่มิเคยมีมาก่อน

“นี่มัน… พลังแบบไหนกันแน่?” อัคคีพึมพำกับตนเอง เสียงของเขาดังก้องกังวานในความเงียบของห้องพักแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและฝุ่นละออง เขาเงยหน้ามองเพดานไม้ผุพังที่แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดเข้ามาอย่างริบหรี่ ​แต่สำหรับเขาแล้ว แสงนั้นมิอาจเทียบได้กับแสงสว่างอันเจิดจ้าที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในกาย

เขาค่อยๆ ยกแขนขึ้น มองดูฝ่ามือของตนเองที่เคยมีรอยแผลเป็นจากการต่อสู้และการทำงานหนัก บัดนี้กลับเรียบเนียนราวกับผิวทารก แต่กลับแผ่ไออุ่นแห่งพลังออกมาอย่างแผ่วเบา เขาสามารถสัมผัสได้ถึงอนุภาคพลังงานที่ล่องลอยอยู่ในอากาศรอบตัว ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายกำลังตอบสนองต่อการมีอยู่ของเขา

“พลังแห่งเทพ… ‍ใช่แล้ว นี่คือพลังของศิวะ เทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สถิตอยู่ในกายข้า” ความทรงจำอันเลือนรางของอดีตชาติอันรุ่งโรจน์เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิด ภาพวิหารอันโอ่อ่า เทพเจ้าผู้สง่างาม และเปลวเพลิงแห่งการทำลายล้างที่สามารถชำระล้างสิ่งชั่วร้ายให้มลายสิ้น ร่างกายนี้… ‌ร่างกายของเด็กหนุ่มชนสลัมนี้ กำลังกลายเป็นภาชนะสำหรับมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่

อัคคีตัดสินใจลุกขึ้นยืน ความรู้สึกเมื่อยล้าที่เคยเกาะกุมร่างกายหายไปสิ้น เขาก้าวเดินไปมาภายในห้องแคบๆ ด้วยความคล่องแคล่วราวกับนักกีฬาระดับโลก เขาลองขยับแขนขา ทดสอบพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเขายกมือขึ้น ‍ห่างจากผนังไม้เพียงคืบเดียว ผนังนั้นก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับจะปริแตก เขาชะงักด้วยความตกใจ นี่ไม่ใช่แค่พละกำลังธรรมดา แต่เป็นพลังที่สามารถทำลายทุกสรรพสิ่งได้

“ต้องควบคุมมัน… ต้องเรียนรู้วิธีใช้พลังนี้” อัคคีกล่าวอย่างมุ่งมั่น ​เขาตระหนักดีว่าพลังที่เขาได้รับมานั้นมิใช่ของเล่น แต่มันคือภาระอันใหญ่หลวงที่เขาต้องแบกรับ

เขาเดินออกจากห้องพักที่แสนจะคับแคบ สู่ทางเดินแคบๆ ของชุมชนสลัมที่เริ่มมีผู้คนตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวัน เสียงจอแจ เสียงทะเลาะวิวาท เสียงหัวเราะ และเสียงร้องไห้ ​ดังผสมปนเปกันไปหมด ภาพผู้คนในสภาพที่ยากลำบาก ยังคงเป็นภาพที่คุ้นตาของอัคคี แต่ในวันนี้ เขามองเห็นสิ่งเหล่านั้นด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป

เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยเศษเหล็ก เขาเดินโซซัดโซเซด้วยความเหนื่อยล้า อัคคีรู้สึกสงสารจับใจ แต่เขาก็รู้ว่า ​ณ ตอนนี้ ตนเองยังไม่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน

“อัคคี! ตื่นแล้วรึ?” เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้น เธอคือป้าแดง แม่ค้าขายผักที่มักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก

“ครับป้าแดง อัคคีตื่นแล้ว” อัคคีตอบพลางยิ้มให้

“ไปไหนแต่เช้าเชียว? หน้าตาผ่องใสเชียววันนี้” ป้าแดงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวอัคคี

“อัคคีกำลังจะไปหาอะไรทำครับ” เขาตอบเลี่ยงๆ

“ไปสู้ชีวิตนะไอ้หนุ่ม สู้ๆ ล่ะ!” ป้าแดงตะโกนให้กำลังใจ

อัคคีเดินออกจากชุมชนสลัม มุ่งหน้าสู่ป่าลึกที่อยู่ไม่ไกล เขาต้องการสถานที่ที่เงียบสงบ เพื่อฝึกฝนและทำความเข้าใจกับพลังที่เพิ่งได้รับมา เขาเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ แสงแดดเริ่มส่องผ่านกิ่งก้านใบไม้หนาทึบ เกิดเป็นเงาที่เต้นระบำบนพื้นดิน เสียงนกร้อง เสียงแมลงหริ่งหรีดหริ่งหรัด ดังก้องไปทั่วบริเวณ

เมื่อมาถึงใจกลางป่า ที่ซึ่งมีลานหินกว้างขวาง ปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว อัคคีก็หยุดยืน เขาหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของธรรมชาติที่บริสุทธิ์

“เอาล่ะ… เริ่มกันเลย” เขาหลับตาลง เพ่งสมาธิไปที่พลังภายใน

เขาพยายามนึกถึงเปลวเพลิงแห่งการชำระล้างที่เคยลุกโชนในตัว ภาพเปลวเพลิงสีทองอร่ามค่อยๆ ปรากฏขึ้นในมโนภาพของเขา เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากเปลวเพลิงนั้น แต่เป็นความร้อนที่ไม่ใช่การเผาผลาญ แต่เป็นการปลุกเร้า

อัคคีค่อยๆ ปลดปล่อยพลังงานบางส่วนออกมาจากฝ่ามือ เขาสัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงสีทองที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ลอยวนอยู่เหนือฝ่ามือของเขา เปลวเพลิงนั้นมิได้แผดเผาอากาศรอบข้าง แต่กลับส่องแสงเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ย่อส่วน

“น่าทึ่ง… นี่คือพลังของศิวะอย่างแท้จริง” เขาพึมพำด้วยความตื่นเต้น

เขาฝึกฝนการควบคุมเปลวเพลิงนั้นอยู่พักใหญ่ ปรับเปลี่ยนขนาดและความเข้มของมัน เขาลองปล่อยเปลวเพลิงให้ลอยสูงขึ้น ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ และแม้กระทั่งลองสร้างรูปร่างต่างๆ จากเปลวเพลิงนั้น

พลัน! เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากด้านหลัง อัคคีหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว

ร่างของชายร่างกำยำ ในชุดเกราะหนังสีเข้ม ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของต้นไม้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แววตาฉายแววอันตราย

“เด็กน้อย… เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?” ชายคนนั้นถาม เสียงของเขาแหบพร่า

อัคคีรู้สึกถึงอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากชายผู้นี้ แต่เขาก็ไม่หวาดกลัว พลังที่ไหลเวียนในกายทำให้เขารู้สึกมั่นใจ

“ข้ากำลังฝึกฝน” อัคคีตอบอย่างเยือกเย็น

“ฝึกฝน? การเล่นกับไฟเช่นนี้… ดูเหมือนเจ้าจะไม่รู้ว่ากำลังเล่นกับอะไร” ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้

“ข้ารู้ดี” อัคคีกล่าว เขาเพ่งสมาธิไปที่เปลวเพลิงในมือ

“พลังที่เจ้ามี… มันไม่ใช่ของเด็กอย่างเจ้า” ชายคนนั้นยิ้มเยาะ “ข้าจะช่วยปลดปล่อยมันจากตัวเจ้า”

ว่าแล้ว ชายคนนั้นก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง อัคคีไม่ทันตั้งตัว แต่เขาก็ยังสามารถยกแขนขึ้นปัดป้องได้

“เพลิงพิฆาต!” อัคคีตะโกน พร้อมกับปลดปล่อยเปลวเพลิงสีทองออกมาอย่างรุนแรง เปลวเพลิงนั้นพุ่งเข้าใส่ชายผู้นั้นด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ

ชายคนนั้นเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่ก็ยังถูกเปลวเพลิงนั้นปะทะเข้าที่แขนข้างหนึ่ง เกิดเสียงดังเปรี๊ยะ! ราวกับเนื้อกำลังถูกเผาไหม้

“อ๊ากกก! เจ้า… เจ้ามัน…!” ชายคนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

อัคคีตกใจไม่น้อย เขาไม่คิดว่าพลังของตนเองจะรุนแรงถึงเพียงนี้

“ข้าเตือนเจ้าแล้ว” อัคคีกล่าว

ชายคนนั้นสบถอย่างกราดเกรี้ยว ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีหายไปในพงหญ้า ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้เกรียมบนแขนของเขา

อัคคียืนนิ่ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาเข้าใจแล้วว่า พลังที่เขาได้รับมานั้นทรงอานุภาพเพียงใด มันสามารถทำลายล้างได้จริงๆ

“พลังนี้… มันคือเปลวเพลิงแห่งสวรรค์จริงๆ” เขาพึมพำ

ทันใดนั้นเอง แสงสีทองสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของอัคคี แสงนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปทรงอันสง่างาม

“ศิวะ… บุตรแห่งข้า” เสียงอันทรงพลังดังขึ้น ราวกับสายฟ้าฟาดลงมาจากเบื้องบน

อัคคีเบิกตากว้าง เขาไม่เคยได้ยินเสียงเช่นนี้มาก่อน

“ใคร… ใครคือท่าน?” เขาถาม

“เราคือผู้เฝ้ามอง… ผู้ที่คอยชี้ทางแก่ผู้ที่ได้รับพลังแห่งเทพ” เสียงนั้นตอบ

“ท่าน… รู้ได้อย่างไรว่าข้าคือศิวะ?”

“วิญญาณแห่งมหาเทพสถิตอยู่ในกายเจ้า… เราสัมผัสได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า”

“แล้ว… แล้วท่านต้องการอะไรจากข้า?” อัคคีถามด้วยความระแวง

“เรามิได้ต้องการสิ่งใดจากเจ้า… นอกเสียจากเจ้าจะใช้พลังที่ได้รับมานี้ เพื่อชำระล้างความชั่วร้าย และนำพาความสงบสุขมาสู่โลก”

“แต่… ข้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา…”

“เจ้ามิใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป… เจ้าคือภาชนะแห่งเทพ… คือผู้ที่จะนำพาเปลวเพลิงแห่งการชำระล้างไปสู่ทุกมุมโลก”

แสงสีทองสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม อัคคีรู้สึกราวกับมีบางสิ่งกำลังประทับตราลงบนตัวเขา

“จงจดจำ… เจ้าคืออัคคี ผู้ที่ถูกเลือก… จงใช้พลังของเจ้าอย่างมีสติ… และอย่าหลงลืมหน้าที่ของตน”

เมื่อเสียงนั้นเงียบลง แสงสีทองก็ค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า

อัคคียืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง เขายังคงรู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในกาย แต่บัดนี้ มันได้ถูกผูกพันเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

เขายกมือขึ้นมองอีกครั้ง ฝ่ามือของเขายังคงเปล่งประกายสีทองจางๆ ราวกับมีตราประทับของเทพเจ้าสถิตอยู่

“เปลวเพลิงแห่งสวรรค์… ประทับตราแล้ว” เขาพึมพำ

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ณ อีกมุมหนึ่งของป่าลึก สิ่งมีชีวิตอันชั่วร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด กำลังรู้สึกถึงการมาถึงของพลังอันยิ่งใหญ่นี้ มันคำรามด้วยความโกรธแค้น… การมาของอัคคี ได้ปลุกเหล่าอสูรกายที่หลับใหลมานานให้ตื่นขึ้น!

อัคคีจะรับมือกับภัยคุกคามใหม่นี้ได้อย่างไร? พลังที่เขาเพิ่งได้รับมาจะเพียงพอหรือไม่? และเส้นทางแห่งการเป็นมหาเทพผู้สวมวิญญาณของเขาจะพาเขาไปสู่จุดใด?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!