มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 21 — ภูตพรายแห่งป่าต้องห้าม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,222 คำ

แสงอรุณสีทองอ่อนโยนค่อยๆ ทาบทาทั่วผืนป่า เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วปลุกชีวิตชีวาให้กลับมาอีกครั้งภายใต้เงาไม้ครึ้มทึบ ทว่าสำหรับอัคคี การตื่นขึ้นในเช้านี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง พลังที่เคยระเบิดพลุ่งพล่านเมื่อวาน บัดนี้ได้รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นแกนพลังที่มั่นคงและบริสุทธิ์ภายในกาย ‌เขารู้สึกถึงความสมดุลอันน่าอัศจรรย์ ระหว่างกายเนื้ออันเปราะบางของมนุษย์ กับพลังอันไร้ขอบเขตของมหาเทพที่สถิตอยู่

“นี่สินะ… ความเป็นหนึ่งเดียว” อัคคีพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความสงบนิ่ง เขายืดแขนขาอย่างช้าๆ สัมผัสถึงกล้ามเนื้อทุกมัดที่ตื่นตัว ​ประสานกับกระแสพลังที่ไหลเวียนอย่างราบรื่น ดวงตาสีทองทอประกายแห่งความเข้าใจที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่พลัง แต่คือการควบคุมอย่างสมบูรณ์

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นดินเย็นชื้นในกระท่อมหลังเล็กที่ยังคงกลิ่นอับชื้น เขามองไปรอบๆ ภาพที่คุ้นเคยแต่กลับรู้สึกแปลกตา ราวกับว่าโลกทั้งใบถูกเคลือบไว้ด้วยม่านแห่งพลังที่มองเห็นได้ ‍ดวงตาของเขาสามารถรับรู้ถึงกระแสพลังงานที่มองไม่เห็น ออร่าที่แผ่ออกมาจากสิ่งมีชีวิตรอบตัว แม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้าก็เปล่งประกายพลังชีวิต

“พลังแห่งการชำระล้าง… ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เปลวไฟอีกต่อไป” เขาหลับตาลง นึกย้อนถึงภาพอดีต ภาพของศิวะ เทพแห่งการทำลายล้าง ‌ผู้ซึ่งพลังนั้นสามารถกลืนกินทุกสิ่งให้สิ้นสลาย แต่บัดนี้ พลังนั้นได้ถูกหลอมรวมกับจิตวิญญาณมนุษย์ กลายเป็นพลังแห่งการชำระล้างที่บริสุทธิ์ ก่อกำเนิดสิ่งใหม่ ไม่ใช่การทำลาย แต่คือการปรับสมดุล

เขาตัดสินใจที่จะออกสำรวจป่าลึกแห่งนี้อีกครั้ง ด้วยกายเนื้อที่แข็งแกร่งขึ้น ‍และพลังที่พร้อมใช้งาน เขาสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่พอจะหาได้จากกองขยะ เดินออกจากกระท่อม แสงแดดลอดผ่านช่องว่างของใบไม้ส่องเป็นดวงๆ ลงมาบนพื้นดิน ราวกับดวงตาของป่ากำลังจับจ้องเขา

ยิ่งเขาเดินลึกเข้าไปในป่า บรรยากาศก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น ​อากาศเย็นฉ่ำ กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง กลิ่นดอกไม้ป่า ลอยปะปนกันอย่างเป็นเอกลักษณ์ เสียงสัตว์ป่าเริ่มดังขึ้น เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความตื่นตัว ไม่ใช่เสียงร้องทักทายธรรมดา

ทันใดนั้น ​อัคคีก็หยุดชะงัก เขารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ พลังงานที่แผ่ซ่านออกมาจากทิศเบื้องหน้า ไม่ใช่พลังงานตามธรรมชาติ แต่เป็นพลังงานที่เต็มไปด้วยความอึดอัด ชั่วร้าย และกระหาย

“มีบางอย่าง… ผิดปกติ” ​เขาเอ่ยเสียงเบา หัวใจเต้นเป็นจังหวะที่หนักแน่น แต่ไม่ตื่นตระหนก เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

ไม่นานนัก เขาก็พบต้นเหตุของความผิดปกตินั้น ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว ชายหนุ่มร่างผอมบางคนหนึ่งกำลังถูกกลุ่มคนป่าเถื่อนรุมล้อม พวกนั้นมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ผิวหนังหยาบกร้านคล้ายเปลือกไม้ ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านไฟ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยสักประหลาดที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้

“ปล่อยข้า! พวกแกมันปีศาจ!” ชายหนุ่มคนนั้นกรีดร้องอย่างหวาดกลัว พยายามดิ้นรนหนี แต่ก็ไร้ผล

อัคคีจำได้ว่าเคยได้ยินเรื่องเล่าจากชาวสลัมเกี่ยวกับป่าลึกแห่งนี้ ว่าเป็นที่อยู่ของภูตพรายป่าเถื่อน หรือที่เรียกกันว่า “กาลกิณี” ซึ่งมีพฤติกรรมก้าวร้าว ดุร้าย และมักจะทำร้ายผู้ที่หลงเข้าไปในถิ่นของพวกมัน

“พวกแกทำอะไรน่ะ! ปล่อยเขาไป!” อัคคีตะโกนเสียงดัง ร่างของเขายืนนิ่งเป็นดั่งหินผา

เหล่ากาลกิณีหันขวับมามองด้วยดวงตาที่ฉายแววของความประหลาดใจระคนไม่พอใจ เสียงหัวเราะหยาบกระด้างดังขึ้นมาจากกลุ่มพวกมัน

“อ้อ… มีเหยื่อรายใหม่เข้ามาในอาณาเขตของเราด้วยสินะ” หัวหน้ากาลกิณีพูด เสียงของมันแหบพร่าราวกับเสียงกิ่งไม้เสียดสีกัน “เจ้าเด็กน้อย… เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรได้?”

อัคคีไม่ได้ตอบ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พลังแห่งการชำระล้างเริ่มก่อตัวขึ้นในมือของเขาเป็นแสงสีทองเรืองรอง

“ข้าจะทำลายพวกแก… พวกที่คิดจะทำร้ายผู้อื่น”

ทันทีที่คำพูดขาด กลุ่มกาลกิณีก็พุ่งเข้ามาหาอัคคีราวกับฝูงหมาป่า พวกมันกวัดแกว่งอาวุธที่ทำจากกิ่งไม้และหินอย่างบ้าคลั่ง

อัคคีไม่สะทกสะท้าน เขากระชับพลังไว้ในมือ แล้วปล่อยออกไปเป็นลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่กาลกิณีตัวแรก แสงนั้นไม่ได้เผาไหม้ แต่กลับทำให้ร่างของกาลกิณีตัวนั้นสลายไปเป็นละอองธุลีสีทองอย่างรวดเร็ว

“อะไรกัน!” เหล่ากาลกิณีตกใจ เสียงร้องแผดดังขึ้น

อัคคีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นทำให้เขาสามารถหลบหลีกการโจมตีได้อย่างคล่องแคล่ว เขาปล่อยพลังแห่งการชำระล้างออกมาเป็นระลอกๆ การโจมตีแต่ละครั้งสามารถกำจัดกาลกิณีได้ทีละตัว

“พวกแกมันสกปรก… ต้องถูกชำระล้าง!” อัคคีกล่าว เสียงของเขาก้องกังวานราวกับเสียงสวรรค์

เหล่ากาลกิณีเริ่มหวาดกลัว พวกมันไม่เคยเจอศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้ พลังของอัคคีไม่ใช่พลังที่สามารถต่อสู้ด้วยกำลังได้ มันคือพลังที่บริสุทธิ์และน่าสะพรึงกลัว

หัวหน้ากาลกิณีคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันคว้าเอาอาวุธที่ใหญ่ที่สุดมา แล้วพุ่งเข้าหาอัคคีด้วยความเร็วสูง

“ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!”

แต่อัคคีก็ยังคงสงบนิ่ง เขารอคอยจังหวะ เมื่อหัวหน้ากาลกิณีเข้ามาใกล้ เขาปล่อยพลังทั้งหมดที่สะสมไว้ ออกเป็นคลื่นพลังสีทองขนาดมหึมา คลื่นพลังนั้นแผ่ขยายออกไป กลืนกินเหล่ากาลกิณีทั้งหมดให้สลายไปในพริบตา

เมื่อทุกอย่างสงบลง อัคคีเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยังคงยืนตัวสั่นด้วยความตกใจ

“เจ้า… เจ้าเป็นใคร?” ชายหนุ่มถามเสียงสั่นเครือ

อัคคีมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็มีความหวังเจืออยู่

“ข้า… คือผู้ที่จะปกป้องพวกเจ้า” อัคคีตอบ ดวงตาสีทองมองตรงไปยังชายหนุ่ม “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมพวกกาลกิณีถึงโจมตีเจ้า?”

ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้า… ข้าไม่รู้ ข้าแค่กำลังจะเข้าไปเก็บสมุนไพรที่อยู่ในป่าลึกแห่งนี้เท่านั้นเอง”

อัคคีขมวดคิ้ว “สมุนไพร? สมุนไพรอะไรที่ทำให้พวกกาลกิณีคลั่งคลั่งได้ขนาดนี้?”

“มันคือ… ดอกราตรีพิษ” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบา “เป็นสมุนไพรหายากที่มีสรรพคุณรักษาโรคได้หลายอย่าง… แต่มันจะออกดอกเฉพาะในบริเวณที่มีพลังงานบางอย่าง…”

อัคคีเงียบไปครู่หนึ่ง พลังงานที่กาลกิณีปกป้องอยู่… ดอกราตรีพิษ… ความเชื่อมโยงบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของเขา

“พาข้าไปดู” อัคคีสั่ง

ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เขาพาอัคคีเดินลึกเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิม จนกระทั่งพวกเขามาถึงบริเวณที่มีลักษณะผิดแปลกไปจากป่าส่วนอื่น ต้นไม้ที่นี่ดูเหี่ยวเฉา ใบไม้มีสีคล้ำ และมีกลิ่นอับชื้นที่รุนแรงกว่าเดิม

ท่ามกลางความมืดมิดของป่า มีแสงเรืองรองสีม่วงอ่อนๆ ส่องประกายออกมาจากพื้นดิน แสงนั้นมาจากกลุ่มดอกไม้รูปร่างประหลาด กลีบดอกของมันแผ่บานออกราวกับกลีบของกุหลาบสีดำ แต่กลับมีแสงเรืองรองสีม่วงอ่อนๆ ออกมาจากใจกลางดอก

“นี่แหละ… ดอกราตรีพิษ” ชายหนุ่มกระซิบ

อัคคีเดินเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขาสังเกตเห็นถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากดอกไม้นี้ มันไม่ใช่พลังงานตามธรรมชาติ แต่เป็นพลังงานที่บิดเบี้ยว ผสมปนเปไปด้วยความตายและความเศร้าโศก

“มันไม่ใช่แค่สมุนไพร… มันมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่” อัคคีพึมพำ

ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ทรุดตัวลงอย่างกะทันหัน เขาไอโขลกๆ ใบหน้าซีดเผือดกว่าเดิม

“ไม่… ไม่นะ… ข้า… ข้าแพ้พิษมันแล้ว”

อัคคีรีบเข้าไปประคองเขาไว้ “ใจเย็นๆ”

เขาใช้พลังแห่งการชำระล้างตรวจสอบร่างกายของชายหนุ่ม และพบว่าพิษของดอกราตรีพิษกำลังกัดกินเนื้อเยื่อของเขาอย่างรวดเร็ว

“พิษของมันอันตรายกว่าที่คิด” อัคคีกล่าว “ข้าต้องหาวิธีรักษา”

ในขณะเดียวกัน ขณะที่อัคคีกำลังตั้งสมาธิเพื่อหาวิธีช่วยเหลือชายหนุ่ม ร่างกายของเขาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานอีกรูปแบบหนึ่งที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องลึกของป่า เป็นพลังงานที่เก่าแก่ ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์… แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตร

“นี่มัน… พลังงานอะไรกัน?” อัคคีครุ่นคิด

เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น กำลังชี้นำให้เขาเดินไปยังทิศทางนั้น

“ข้าต้องไป… ข้าอาจจะได้คำตอบที่นั่น” อัคคีกล่าวกับชายหนุ่มที่กำลังหมดสติ “เจ้าจงรอข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะกลับมาพร้อมวิธีรักษา”

อัคคีทิ้งชายหนุ่มไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ดูแข็งแรง ก่อนที่เขาจะหันหลัง เดินลัดเลาะไปตามเสียงเรียกของพลังงานลึกลับนั้น ทิ้งไว้เพียงความสงสัยและความมุ่งมั่นในดวงตาสีทองของเขา

เขาเดินลึกเข้าไปในป่าที่มืดมิดกว่าเดิม ท่ามกลางต้นไม้ยักษ์ที่ดูโบราณ ราวกับว่ากาลเวลาได้หยุดนิ่งไปเสียแล้ว เสียงฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับจะกลมกลืนไปกับเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงบริเวณที่ป่าเริ่มเปิดโล่ง เบื้องหน้าของเขาคือ… น้ำตกขนาดมหึมา สายน้ำใสสะอาดไหลหลั่งลงมาจากหน้าผาสูงตระหง่าน สร้างละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เกิดเป็นรุ้งกินน้ำหลากสีสันอาบไล้ไปทั่ว

แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของอัคคีอย่างแท้จริง คือ… ถ้ำขนาดใหญ่อยู่เบื้องหลังม่านน้ำตกนั้น ผนังของถ้ำเปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับถูกประดับด้วยอัญมณีสีฟ้าคราม

“ที่นี่… คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์” อัคคีสัมผัสได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากถ้ำแห่งนั้น

เขาตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจ แต่ทันใดนั้นเอง ร่างโปร่งแสงของสิ่งมีชีวิตบางอย่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าปากถ้ำ ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่โปร่งใส สีสันของมันเป็นประกายสีเขียวมรกต ใบหน้าของมันดูสง่างาม แต่ก็แฝงไว้ด้วยความดุดัน

“หยุดอยู่ตรงนั้น มนุษย์!” เสียงของสิ่งมีชีวิตนั้นก้องกังวาน แต่กลับไม่มีเสียงออกมาจากปากของมัน ราวกับว่าเสียงนั้นดังออกมาจากภายในจิตใจ

“ใครคือท่าน?” อัคคีถามอย่างสงบนิ่ง

“ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์นี้… และเจ้า… ไม่มีสิทธิ์เข้ามา”

อัคคีรู้สึกถึงพลังงานที่ท้าทายจากผู้พิทักษ์ตนนี้ มันไม่ใช่พลังงานที่ชั่วร้าย แต่เป็นพลังงานที่เก่าแก่และแข็งแกร่งอย่างยิ่ง

“ข้ามาที่นี่เพื่อค้นหาคำตอบ… และเพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์” อัคคีกล่าว

“คำตอบ? เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้รับคำตอบจากที่นี่ได้อย่างง่ายดายรึ?” ผู้พิทักษ์หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นราวกับเสียงระฆังแก้ว

“ถ้าเจ้าต้องการคำตอบ… เจ้าต้องผ่านการทดสอบของข้าก่อน”

เมื่อพูดจบ ผู้พิทักษ์ก็ยกมือขึ้น แสงสีเขียวมรกตสว่างวาบขึ้นในมือของเขา

อัคคีเตรียมพร้อม เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า เพื่อไขปริศนาของพลังอันลึกลับนี้ และช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกอยู่ในอันตราย

การทดสอบที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!