มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

ตอนที่ 25 — เงาอาฆาตใต้ดวงจันทร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 718 คำ

แสงจันทร์สีเงินยวงทอประกายลอดผ่านม่านใบไม้หนาทึบ ส่องลงมาเป็นทางยาวบนพื้นดินที่ชุ่มโฉลกด้วยน้ำค้างยามราตรี กลิ่นดิน กลิ่นมอส และกลิ่นอายของป่าลึกผสมปนเปกันอย่างเย้ายวน ชวนให้หลงใหลในความสงบนิ่งที่ปกคลุมไปทั่ว แต่สำหรับอัคคี ความสงบนี้กลับเป็นเพียงเปลือกนอกที่ปกปิดอันตรายอันไร้ที่สิ้นสุดเอาไว้

ร่างของอัคคีกระตุกเล็กน้อยใต้ผ้าห่มที่ถักทอจากใยไม้ชั้นดี ‌ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววของเทพผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและความเจ็บปวด ร่างกายของเขาที่เคยแข็งแกร่งราวหินผา กลับเปราะบางราวกับแก้วที่ใกล้จะแตก พลังเทพที่เคยไหลเวียนอย่างไม่ขาดสาย บัดนี้กลับริบหรี่ลงจนแทบจะดับมอด

“ยังอีกนานนักหรือ” เสียงแหบพร่ากระซิบออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเซียว เขากำมือแน่น ​พยายามฝืนกายลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ต้องล้มลงไปอีกครั้ง แรงปรารถนาที่จะลุกขึ้นยืนกลับสวนทางกับพละกำลังที่แทบไม่เหลือ

“ใจเย็นก่อนท่านอัคคี” เสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความกังวลดังขึ้นมาจากหญิงสาวผู้หนึ่ง ดวงตาของเธอฉายแววห่วงใยขณะที่ก้าวเข้ามาใกล้ “ร่างกายท่านยังไม่พร้อม”

เธอคือ “นิลวรรณ” หญิงสาวจากเผ่าภูติป่าที่อัคคีได้พบเจอหลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ‍เธอเป็นผู้พาเขามายังกระท่อมเล็กๆ กลางป่าแห่งนี้ และเป็นผู้คอยดูแลรักษาเขามาโดยตลอด

“ข้าไม่เป็นไร” อัคคีฝืนยิ้ม ถึงแม้รอยยิ้มนั้นจะดูราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ “เพียงแต่… ข้าสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง”

นิลวรรณชะงัก ใบหน้าของเธอเครียดขึ้น ‌“สิ่งใดหรือท่าน”

“พลัง… ที่ชั่วร้าย” อัคคีเอ่ยเสียงเบา “มันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้”

นิลวรรณมองไปรอบๆ ด้วยความระแวง สายตาของเธอสอดส่องไปตามเงาไม้ที่เต้นระบำตามแรงลม “ข้าไม่รู้สึกถึงสิ่งใดเลย”

“เพราะท่านไม่ใช่ข้า” อัคคีกล่าว ‍“ข้าคือเทพ… แม้จะเหลือเพียงเศษเสี้ยวของพลังก็ตาม”

คำพูดของอัคคีทำให้หัวใจของนิลวรรณเต้นแรง เธอลืมไปเสียสนิทว่าชายหนุ่มที่เธอให้ความช่วยเหลืออยู่นี้ ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่เป็น “เทพ” ผู้ซึ่งเคยมีอำนาจสูงสุดในสรวงสวรรค์

“แล้ว… เราควรทำอย่างไร” ​นิลวรรณเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

อัคคีหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับกำลังรวบรวมสติอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ “เราต้องไปจากที่นี่”

“แต่ท่าน… ”

“อย่าห่วงข้า” อัคคีขัดขึ้น “ข้าจะอธิบายให้ท่านฟัง”

เขาเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ​ตั้งแต่การเป็น “ศิวะ” เทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนสวรรค์ การสูญเสียอำนาจ การถูกขับไล่ และการที่เขาต้องมาสวมวิญญาณของ “อัคคี” ชายหนุ่มจากชุมชนสลัม ​เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกมนุษย์

นิลวรรณนั่งฟังด้วยความตื่นตะลึง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ แต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของอัคคี เธอก็เริ่มคล้อยตาม

“แล้ว… พลังชั่วร้ายที่ท่านกล่าวถึง… คือผู้ใด” เธอถาม

“ข้าไม่แน่ใจ” อัคคีตอบ “แต่ข้าสัมผัสได้ถึงความเคียดแค้น… ความอาฆาต… ที่รุนแรง”

ทันใดนั้นเอง เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นมาจากด้านนอกกระท่อม นิลวรรณสะดุ้งเฮือก เธอรีบคว้าดาบไม้ที่พกติดตัวมา

“คงจะสายเกินไปแล้ว” อัคคีกล่าว เสียงของเขาเริ่มกลับมามีความมั่นคงขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่าอันตรายที่กำลังจะมาถึง เป็นสิ่งกระตุ้นให้พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในเขาตื่นขึ้น

บานประตูไม้ผุพังถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้น แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าของเขา เผยให้เห็นดวงตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธแค้น

“เจ้า… ยังไม่ตายอีกหรือ… ศิวะ” เสียงแหบพร่า เต็มไปด้วยความเกลียดชังดังมาจากบุรุษผู้นั้น

อัคคีเบิกตากว้าง เขาจำได้ดี… บุรุษผู้นี้คือ “วายุ” เทพแห่งสายลม ผู้เคยเป็นสหายสนิทของเขา บัดนี้กลับกลายเป็นศัตรูผู้หมายชีวิต

“วายุ… เจ้ามาทำอันใดที่นี่” อัคคีเอ่ยถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

“อันใดเล่า” วายุหัวเราะเสียงเย็น “ข้ามาเพื่อทวงคืนในสิ่งที่เจ้าพรากไป… และเพื่อปลิดชีวิตของเจ้าเสีย”

“ข้าไม่เคยพรากสิ่งใดไปจากเจ้า” อัคคีกล่าว “เจ้าหลงผิดไปแล้ว”

“ผิดอย่างนั้นหรือ” วายุเชิดหน้าขึ้น “เจ้าคือผู้ที่ทำให้ข้าสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง… เจ้าต้องชดใช้!”

สิ้นเสียง วายุก็พุ่งเข้าใส่อัคคีอย่างรวดเร็วราวกับสายลมที่พัดกระหน่ำ อัคคีแม้จะบาดเจ็บ แต่ก็พยายามตั้งรับ เขาปล่อยพลังที่เหลืออยู่น้อยนิดออกมาเพื่อปัดป้องการโจมตีของวายุ

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง นิลวรรณมองดูการต่อสู้ด้วยความหวาดกลัว เธอไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่รุนแรงถึงเพียงนี้มาก่อน

“ท่านอัคคี!” เธอร้องเรียกเมื่อเห็นอัคคีเสียท่าถูกวายุซัดกระเด็นไปชนกับผนังกระท่อม

“อย่าเข้ามา!” อัคคีตะโกนบอกนิลวรรณ “เจ้านี่แหละคืออันตรายที่ข้าสัมผัสได้”

วายุหัวเราะอย่างสะใจ “เจ้าคิดจะปกป้องนางอย่างนั้นหรือ… ไร้ประโยชน์”

วายุปล่อยพลังสายลมอันรุนแรงออกมา กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า อัคคีพยายามใช้พลังที่เหลืออยู่น้อยนิดของตนเองเพื่อป้องกันนิลวรรณ แต่พลังของเขาก็ไม่เพียงพอ

“ไม่!” อัคคีตะโกนสุดเสียง ร่างกายของเขาเริ่มส่องแสงสีแดงเพลิงขึ้นมา พลังเทพที่เคยหลับใหล บัดนี้กำลังตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์

“เป็นไปได้อย่างไร” วายุอุทานด้วยความตกใจ “พลังของเจ้า… มันกลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ!”

“ข้าคือศิวะ!” อัคคีตะโกนเสียงก้อง “และข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายผู้บริสุทธิ์!”

แสงสีแดงเพลิงสว่างวาบขึ้นทั่วกระท่อม บดบังสายตาของวายุไปชั่วขณะ เมื่อแสงสว่างจางลง ร่างของอัคคีก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะโจมตี ดวงตาของเขาส่องประกายสีทองอร่าม ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น

“เจ้า… เจ้าไม่ใช่แค่อัคคีอีกต่อไปแล้ว” วายุพึมพำอย่างหวาดหวั่น

“ถูกต้อง” อัคคีกล่าว “ข้าคือมหาเทพ… ศิวะ”

การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น อัคคีผู้ซึ่งกลับมาทวงคืนพลังเทพของตนเอง ต้องเผชิญหน้ากับวายุ เทพแห่งสายลมผู้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น นิลวรรณมองดูทั้งสองด้วยความคาดหวัง… หวังว่าอัคคีจะสามารถเอาชนะวายุ และปกป้องเธอได้

แต่สิ่งที่เธอไม่รู้คือ… พลังของวายุนั้นไม่ได้มีเพียงเท่านี้… และภายใต้เงาอาฆาตของดวงจันทร์คืนนี้… ยังมีปริศนาอีกมากมายที่รอคอยการเปิดเผย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

มหาเทพผู้สวมวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!